Mulan นำทัพพา Disney Plus ท้ารบตลาด Streaming ในจีน

โดย น้องหลุม
ลงเมื่อ 3 ก.ย. 63
Mulan นำทัพพา Disney Plus ท้ารบตลาด Streaming ในจีน

Mulan (2020) ลงจอไทยวันที่ 4 กันยายน 63 แล้ว!
หลังจากเลื่อนกันมาหลายครั้ง
Disney จะมีแพลนอะไร
ลงทุนไปมากขนาดไหน ตามปันโปรมาดูกันค่ะ 😎 


 

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! วันที่เจ้าหญิงคนแรกแห่งเอเชียจะมาโลดแล่นบนหน้าจอหลังจากผ่านมานานหลายปี ที่ปันโปรพูดถึงก็คือ Mulan (มู่หลาน) นั่นเอง เพราะวันที่ 4 กันยายน 63 นี้ เราชาวไทยจะได้ดูที่โรงหนังแล้ว 🎉  ซึ่งกว่าหนัง Mulan (2020) จะลงจอถือว่ามีอุปสรรคเยอะมาก โดยเฉพาะ Covid-19 ที่ทำให้แพลนที่ Disney ตั้งไว้เละไปหมด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เรียกได้ว่า ทุกอย่างลงทุนเต็มร้อย อิงประวัติศาสตร์แน่นมาก วันนี้ปันโปรจะพาเพื่อน ๆ มาดู Timeline คร่าว ๆ ของมู่หลาน กับค่าใช้จ่าย และ Tactics ที่ Disney ได้วางแพลนไปค่ะ

 

Mulan (2020)

 

via GIPHY


Timeline "MULAN"


 

เราเริ่มกันที่ Timeline ก่อนนะคะ ถ้าให้พูดแบบเข้าใจง่าย เพื่อน ๆ จะรู้จัก Mulan จากการ์ตูนที่ Disney สร้างในปี 1998 ซึ่งการ์ตูนนั้นได้ดัดแปลงมาจาก Ballad of Mulan จุดเริ่มต้นจริง ๆ ของมันคือ ร้อยกรอง “มู่หลานฉือ” ในคริสต์ศตวรรษที่ 6 แต่ตัวต้นฉบับก็ได้สูญหายแล้ว  คนรุ่นหลัง ๆ ก็พยายามนำส่วนที่เหลือมาบันทึกไว้ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิง ฉู่ เหรินโฮ่ว (褚人獲) เอาไปแต่งเป็นส่วนหนึ่งของนิยายเรื่อง สุยถัง (隋唐) มู่หลานจึงกลายเป็นตำนานเล่าขานในหมู่ชาวจีน และ Disney ก็ได้นำส่วนนี้ไปทำการ์ตูน Mulan (1998)

 

via GIPHY

 

แต่นั่นก็ไม่ได้รับความนิยมในจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนไม่ให้ผ่าน กว่าจะได้ฉายผ่านจอก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่เมื่อปี 1997 Disney ไฟเขียวให้ฉายหนังเรื่อง Kundun ของผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์ทะไลลามะรับมือกับการที่จีนเข้าไปยึดครองทิเบต จนมาถึงปี 2020 ทาง Disney จึงตั้งใจทำ Mulan Live Action ที่อ้างอิงเนื้อหาจาก Ballad of Mulan ใครที่จำภาพ Mulan (1998) ไว้อยู่ ให้ลืมภาพไปเลยค่ะ เพราะเนื้อหาต่างกันเป็นเหมือนคนละเรื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนจีนกว่า 70% (จากการสำรวจผ่าน Weibo) กลับชอบ Mulan (2020) มากกว่า Mulan (1998) 

 

via GIPHY

 

 Timeline "Mulian" 

  • บทกวี Ballad of Mulan (คริสต์ศตวรรษที่ 6)
  • Mulan (1998) เป็นภาพยนตร์การ์ตูนลำดับที่ 36 ของดิสนีย์
  • Mulan ภาค 2 (2004) ตอน เจ้าหญิงสามพระองค์
  • Mulan (2020)

 

มู่หลาน


เกิดเหตุการณ์ Covid-19
Disney รายได้ลดเพราะต้องปิดสวนสนุก และเลื่อนฉาย Mulan


 

ทาง Disney คาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ค่อนข้างสูงมาก ๆ เพราะเป็นภาพยนตร์ที่ทำมาเพื่อตีตลาดทั้งในอเมริกาและจีน ยิ่งตอนนี้เจอเหตุการณ์ Covid เข้าไป ทำให้ต้องปิดสวนสนุกทั่วโลก แต่ถึงแม้เมื่อไม่นานมานี้สวนสนุกได้กลับมาเปิดอีกครั้ง แต่รายได้ก็ไม่ได้มากนัก เพราะต้องอยู่ในมาตรการ Social Distance

 

Mulan (2020)

 

จนไตรมาส 2 ปีนี้ Disney ขาดทุนไป 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 108,500 ล้านบาท) ส่งผลต่อเนื่องให้รายได้รวมของ Disney ในไตรมาสที่ว่ามานั้นลงมาอยู่ที่ 11,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 365,000 ล้านบาท) น้อยกว่าไตรมาสนี้ของปี 2019 ถึง 42% ดังนั้น Mulan (2020) จึงเป็นความหวังที่ต้องช่วยกอบกู้ของ Disney โดยในรอบนี้ Disney แพลนทั้งลงจอทั่วประเทศในวลาที่ใกล้เคียงกัน และลง Disney Plus เพื่อช่วยชดเชยการหายไปของรายได้

 

Mulan (2020)

 


การวางหมากครั้งสำคัญของ Disney ที่ทุมเป้าไปที่ตลาดจีน


 

เป็นรู้กันในวงในว่าเวอร์ชั่น 1998 คนจีนส่วนมากไม่ชอบ เพราะเนื้อเรื่องถูกดัดแปลงไปมาก ขัดกับวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของจีน ดังนั้นสำหรับ Mulan เวอร์ชั่นล่าสุด Disney ได้วางหมากอย่างรอบคอบ เริ่มจากกลุ่มตัวละครชาวจีนก็ใช้นักแสดงเชื้อสายจีนทั้งหมด โดยเฉพาะ “มู่หลาน” นางเอกของเรื่อง ก็ได้เลือก “หลิว อี้เฟย” นักแสดงหญิงที่ชาวจีนรู้จักดีและเคยผ่านฉาก Action มาแล้วจากซีรีส์ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า เวอร์ชั่นปี 2003 สมทบด้วยกลุ่มนักแสดงชาวจีนหรือเชื้อสายจีนที่คนจีนแผ่นดินใหญ่ชื่นชม เช่น ดอนนี่ เยน, เจ็ต ลี และกงลี่

 

 

 

ตัวบทเองก็มีคนในวงการหนังจีนที่เคยทำงานกับ อัง ลี่ ผู้กำกับหนัง Crouching Tiger, Hidden Dragon มาช่วยดูแล นอกจากนี้ยังมีฉาก Action แนวหนังกำลังภายในที่คอหนังชาวจีนชอบรวมอยู่ด้วย

 

 

ส่วน Niki Caro ผู้กำกับหญิงชาวนิวซีแลนด์ก็ทำการบ้านแบบลงลึกในประเด็นทางประวัติศาสตร์จีนและความสมจริง เนื้อเรื่องทั้งหมดอิงจาก Ballad of Mulan ด้านทุนสร้างก็ทุ่มมากสุดสำหรับหนัง Live Action เท่าที่ Disney เคยสร้างมา

 

Mulan (2020)

อย่างการแต่งหน้า ทางทีมก็เลือกที่จะแต่งหน้าแบบเก่าอิงประวัติศาสตร์ แทนที่จะเป็นแบบโมเดิร์น

 

โดย MULAN Live Action ลงทุนไปถึง 200 ร้อยล้านเหรียญ (ประมาณ 6,200 ล้านบาท) ตอนนี้ Disney ยังไม่มีข่าวเรื่องการคาดหวังรายได้ แต่เพราะในเวอร์ชั่นการ์ตูนเมื่อปี 1998 ใช้ทุนสร้างทั้งสิ้น 90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สามารถทำเงินได้ถึง 300 ล้านเหรียญทั่วโลก (ราว 9,300 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) และ Reflection เพลงนำที่ร้องโดย Christina Aguilera ยังเป็นอมตะจนถึงทุกวันนี้ ปันโปรเชื่อว่ารอบนี้ถ้าไม่มีไวรัสน่าจะกวาดเงินไปไม่น้อยเช่นกันค่ะ

 

Mulan (2020) ก็ยังได้ Christina Aguilera มาร้องเพลง Reflection ให้ค่ะ เลิศมาก!

 


ธุรกิจ Streaming ของ Disney กลับเติมโตท่ามกลางวิกฤต


 

ไม่น่าเชื่อว่า Streaming กลับเป็นธุรกิจเดียวของ Disney ที่โตได้ในวิกฤตครั้งนี้ค่ะ ท่ามกลางขาขึ้นของกลุ่มบริษัท Stay at Home อื่น ๆ อย่าง Netflix Amazon Alibaba และ Nintendo ที่ทำธุรกิจ Streaming, E-commerce และ Gaming ที่ช่วยให้คนทั่วโลกคลายความเบื่อหน่ายระหว่างที่ต้องอยู่ติดบ้าน ซึ่งไตรมาส 2 ปีนี้ ธุรกิจ Streaming ของ Disney ทำเงินได้ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 124,000 ล้านบาท) ขยับขึ้นจากไตรมาส 2 ปีที่แล้ว 2%

 

Disney Plus

 

ซึ่งส่วนสำคัญมาจากทุก Streaming Platform ในเครือ มีสมาชิกทั่วโลกเพิ่มขึ้นมาเป็นกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก และเฉพาะ “Disney Plus” ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 60.5 ล้านคนทั่วโลก ครองอันดับ 3 Streaming Platform ที่มีจำนวนสมาชิกทั่วโลกมากสุด รองจาก Netflix และ Amazon Prime Video ซึ่งใครบ้าการ์ตูนก็ต้องมี Disney Plus ไว้ในครอบครอง! แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...คนไทยยังสมัคร Disney Plus ไม่ได้นะคะ  😓  ถ้าใครอยากโหลดอาจจะต้องเปิดใช้ VPN ซึ่งค่อนข้างล่าช้า แถมยังไม่ Support ซับไทยด้วย ดังนั้นหากใครที่อยากดู Mulan (2020) ก็ตามไปชมในโรงก่อนได้ค่ะ

 


ทางเดินต่อจาก MULAN ก็ Shang-Chi
ฮีโร่ชาวเอเชียคนใหม่ของจักรวาล Marvel


 

ถ้าหากมู่หลานประสบความสำเร็จในจีน แน่นอนว่ามันจะเป็นการปูทางที่ดีสำหรับหนังเรื่องต่อ ๆ ไปที่จะตีตลาดจีนค่ะ และสิ่งที่ Disney วางหมากต่อนั่นก็คือ “ยอดฮีโร่ใหม่จาก Marvel” โดยรอบนี้จะเอาใจคนเอเชียโดยเฉพาะ ฮีโร่คนใหม่นี้ชื่อว่า “Shang-Chi” เป็นชาวจีน ลักษะเด่นคือเป็นจ้าวแห่งกังฟู (Master of Martial Arts) ใช้เพียงหมัดมวยต่อสู้กับศัตรู เป็นหนึ่งในฮีโร่ไม่กี่ตัวของจักรวาลมาเวลที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้เป็นเทพมาจากที่ไหน ส่วนพ่อของเขาคือ The Devil’s Doctor ผู้ไร้มนุษยธรรม

 

Disney

 

ส่วนคนที่จะสร้าง Shang-Chi ลงจอคือ Dave Callaham นักเขียนบทภาพยนตร์เชื้อสายจีน-อเมริกัน คนนี้เคยร่วมมือปั้นตัวละครฮีโร่อย่าง Wonder Woman ในปี 1984 และร่วมเขียนบทใน Spider-Man: Into the Spider-Verse ด้วย รับรองความมันเลยค่ะ

 


 

🎈 สรุปก่อนไปดู Mulan (2020)🎈 

  • เนื้อเรื่องของ Mulan (2020) อิงจาก Ballad of Mulan ไม่ใช่ Mulan (1998) ดังนั้นมันจะไม่มีฉาก Musical นะคะ
  • “Disney Plus” ครองอันดับ 3 Streaming Platform ที่มีจำนวนสมาชิกทั่วโลกมากสุด รองจาก Netflix และ Amazon Prime Video
  • Disney ใช้ Mulan เป็นหน้าเปิดในการตีตลาดจีน เพราะต่อจาก Mulan แพลนต่อจากนั้นก็คือส่งฮีโร่ Shang-Chi ลงจอนั่นเอง

 

via GIPHY

 

ข้อมูลจาก : 1 2 3 4 5

 

  • avatar writer
    โดย น้องหลุม
    I'm coming when food's coming
แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง