อวดฟันสวยแบบไม่ง้อเหล็ก ! ZENYUM จัดฟันใส ทางเลือกใหม่ของการจัดฟัน

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer28 มี.ค. 2566 avatar writer282
อวดฟันสวยแบบไม่ง้อเหล็ก ! ZENYUM จัดฟันใส ทางเลือกใหม่ของการจัดฟัน

 

เมื่อพูดถึงความก้าวหน้าในการจัดฟันทุกวันนี้

เรียกได้ว่ามีอะไรที่ 'น่าตื่นเต้น' กว่าเมื่อก่อนเยอะมาก

 

ถ้าย้อนกลับไปในสมัย 10 ปีก่อนหน้านี้ คนส่วนใหญ่อาจจะโตมาพร้อมกับการจัดฟันแบบโลหะ หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ 'ฟันเหล็ก' แต่การจัดฟันแบบโลหะก็ต้องแลกมาด้วยความอึดอัด ไม่สบายปาก บวกกับการดูแลรักษาที่จะต้องเข้มงวด เวลาทานอะไรก็จะต้องระวัง เลยทำให้ปัญหาของคนที่จัดฟันแบบโลหะส่วนใหญ่ ก็จะหนีไม่พ้นปัญหายอดฮิตอย่าง ลวดบาดปาก เหล็กจัดฟันหลุด แปรงฟันไม่สะอาด  หรือบางคนกว่าจะเริ่มต้นจัดฟันได้ ต้องเตรียมตัวนานมาก ยิ่งไปกว่านั้น คือ ระยะเวลาในการจัดฟันของบางคนกินเวลานานถึง 4-5 ปีเลยก็มี

 

แต่ตัดภาพมาที่ทุกวันนี้ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน เราก็ได้รู้จักกับทางเลือกใหม่ ๆ ของการจัดฟันกันมากขึ้น เพราะถ้าพูดถึงการจัดฟันในทุกวันนี้ นอกจากการจัดฟันแบบโลหะที่เราคงจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว ก็ต้องให้เทคนิคการ จัดฟันแบบใส (Clear Aligner) ที่นอกจากจะสะดวก มีวิธีการดูแลรักษาที่ง่าย ยังตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อีกด้วย !

 


 

รู้จัก เทคนิคการจัดฟันแบบใส (Clear Aligner) ทางเลือกใหม่ของการจัดฟัน

 

คนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากับการจัดฟันแบบโลหะกันดีอยู่แล้ว ซึ่งความแตกต่างระหว่างการจัดฟันแบบโลหะ กับการจัดฟันแบบใส นั่นก็คือ การจัดฟันแบบใส จะเปลี่ยนจากอุปกรณ์จัดฟันโลหะแบบเดิม ๆ มาเป็นพลาสติกสีใส ๆ ที่ให้เราทำการใส่ครอบเข้าไปที่ฟันแทนการติดโลหะไว้บนฟันทีละชิ้นแบบเดิม ๆ

 

ซึ่งข้อดีของการจัดฟันแบบใสนี้ หลัก ๆ เลย ก็คือ ความอิสระ ไม่ว่าจะเป็นเวลายิ้ม พูด หรือเวลาที่เราเคี้ยวอาหาร เพราะเราไม่ต้องคอยมานั่งกังวลว่าเศษอาหารจะเข้าไปติดที่เหล็กจัดฟันของเราไหม เพราะการจัดฟันแบบใส เราสามารถถอดออกเองได้ และเมื่อทานอาหารเสร็จ เราก็แค่ทำการใส่อุปกรณ์กลับเข้าไปเหมือนเดิม

 

นอกจากนี้ภาพลักษณ์ภายนอกที่สะท้อนออกมา ก็แทบไม่ต่างอะไรจากฟันปกติทั่ว ๆ ไป ทำให้เดี๋ยวนี้เทคนิคการจัดฟันแบบใสเลยเป็นที่นิยม เนื่องด้วยความสะดวกในการใส่และการดูแลรักษา รวมไปถึงประสิทธิภาพในการจัดฟันด้วย

 

 

| จัดฟันแบบใส จะช่วยให้ฟันของเราเรียงตัวสวยได้ยังไง ?

 

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยกันอยู่ว่า การจัดฟันแบบใส จะช่วยให้ฟันของเราเรียงตัวสวยเหมือนการจัดฟันแบบโลหะได้ยังไง คำตอบนั้นอยู่ที่การใช้ เทคโนโลยี เข้ามาช่วยในการจัดฟันนั่นเอง 

 

สำหรับเทคนิคของการจัดฟันแบบใส จะใช้เทคโนโลยีเข้ามา สร้างแบบจำลองสภาพฟันด้วยระบบสแกนแบบ 3D  ในการช่วยวางแผน และจำลองสภาพฟันของเรา ว่าระยะเวลาในการจัดฟันจะอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วถ้าจัดฟันเสร็จผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นประมาณไหน และทุกคนสามารถสบายใจกันได้ เพราะตัวเครื่องมือที่ใช้ในการจัดฟันใสแต่ละชิ้น จะถูกออกแบบมาเป็นรายบุคคล ด้วยลักษณะของฟันและปัญหาที่แตกต่างกัน เลยทำให้แต่ละคนนั้นไม่สามารถใช้อุปกรณ์จัดฟันใสชุดเดียวกันได้

 

อีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็ได้แก่ ระยะเวลาในการจัดฟัน ที่เมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบโลหะแล้ว การจัดฟันแบบใสถือว่าใช้เวลาน้อยกว่ามาก ยิ่งในคนที่สภาพฟันไม่ค่อยมีปัญหา ก็จะยิ่งใช้เวลาน้อยลง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการใส่อุปกรณ์ เพราะความสม่ำเสมอนี้จะช่วยให้ฟันของเราเข้าที่ได้ไว ไม่ต้องเสียเวลาง่วนอยู่กับการจัดฟันเป็นปี ๆ ซึ่งข้อดีของแบบจำลองสภาพฟันด้วยระบบสแกนแบบ 3D นี้ นอกจากจะทำให้เราเห็นภาพเบื้องต้นกันได้แล้ว ยังช่วยลดระยะเวลาในการเข้าพบคุณหมอกันได้อีกด้วย

 


 

| จัดฟันแบบใส เหมาะกับสภาพฟันแบบไหนบ้าง ?

 

ทางที่ดีที่สุด คือ การเข้าพบคุณหมอเพื่อขอคำปรึกษาก่อนเบื้องต้น  เพราะด้วยสภาพฟันของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคำตอบโดยคร่าว ๆ ปกติแล้วเทคนิคการจัดฟันแบบใสจะเหมาะกับ

 

  1. ผู้ที่เคยผ่านการจัดฟันมาแล้ว แล้วรู้สึกว่าฟันของเรามันล้ม เคลื่อนตัว หรืออยู่ในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม เนื่องจากการไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์เป็นระยะเวลานาน

  2. คนที่มีปัญหาฟันไม่มาก อาจจะมีฟันซ้อนหรือเกเล็กน้อย

  3. คนที่มีฟันห่าง หรือมีการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ

  4. คนที่ไม่มีเวลาไปพบคุณหมอบ่อย ๆ รวมไปถึงคนที่อยากคุมงบประมาณให้อยู่ เพราะการจัดฟันแบบใสส่วนใหญ่จะเป็นการจ่ายแบบครั้งเดียวจบ (โดยราคาจะขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก) ไม่ค่อยกินระยะเวลานาน หรือจะต้องมาทยอยจ่ายต่อเนื่องทุกเดือน ๆ อีกทั้งการจัดฟันแบบใส เราไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าพบคุณหมอที่คลินิกทุกเดือน เพราะเราสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วยตัวเองได้ แต่อาจจะมีนัดเพื่อติดตามความคืบหน้าว่าฟันเข้าที่ไหม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมออีกทีน้า

  5. คนที่ไม่อยากใส่อุปกรณ์จัดฟันแบบโลหะ หรือต้องใช้หน้าตาในการทำงาน เช่น ดารา หรือ Influencer เป็นต้น

  6. คนที่ไม่ชอบความเจ็บ และอึดอัด เพราะการจัดฟันแบบใสอย่างที่บอกไปคืออุปกรณ์มีแค่ตัวพลาสติกครอบฟัน ไม่ต้องใช้ยางดึง หรือใช้เหล็กเกี่ยวที่อาจจะทำให้รู้สึกเจ็บ และอึดอัดเหมือนการจัดฟันแบบโลหะ

 

แต่ทั้งนี้เราก็แนะนำให้ใครก็ตามที่สนใจอยากจะจัดฟันแบบใส ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะให้ทางคุณหมอช่วยประเมินการรักษา รวมถึงวิเคราะห์สภาพฟันและพฤติกรรมของเรา ว่าจะเหมาะกับการจัดฟันแบบใสไหมนั่นเอง

 


 

 

รีวิว อวดฟันสวยแบบไม่ง้อเหล็ก ด้วยอุปกรณ์จัดฟันใส ZENYUM (เซ็นยุม)

 

Zenyum (เซ็นยุม) แบรนด์อุปกรณ์จัดฟันใสที่ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ โดยทีมผู้ก่อตั้งชาวเยอรมัน ปัจจุบันดำเนินธุรกิจในเอเชียเป็นหลัก สำหรับฐานลูกค้าส่วนใหญ่ในตอนนี้มีอยู่ด้วยกัน 9 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, เวียดนาม, ฮ่องกง, มาเก๊า, ญี่ปุ่น และไทย

 

สำหรับที่ประเทศไทย ทาง Zenyum ก็ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับคลินิกทันตกรรมชั้นนำกว่า 100 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร, ปริมณฑล, เชียงใหม่ รวมไปถึงจังหวัดอื่น ๆ อีก 12 จังหวัด 

 

โดยแพ็กเกจจัดฟันใส ZenyumClear มีราคาเริ่มต้นที่ 59,900 บาท  สำหรับระยะเวลาการจัดฟันที่ 6 เดือน และราคา 99,000 บาท สำหรับระยะเวลาการจัดฟันที่ 15 เดือน ในส่วนของระยะเวลาการจัดฟันตรงนี้ ต้องให้ทางคุณหมอเป็นคนช่วยประเมินกันอีกทีนะ อย่างที่บอกว่าสภาพฟันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมีปัญหาเล็กน้อย บางคนอาจจะมีปัญหามาก ยังไงก็ต้องให้คุณหมอช่วยดูกันอีกทีน้า

 

| STEP การจัดฟันใส ZENYUM

 

  • STEP ที่ 1 ประเมินฟัน - สำหรับ STEP แรกนี้ผู้ที่สนใจสามารถส่งภาพรอยยิ้มที่เห็นฟันของตัวเองเพื่อให้ทางทันตแพทย์ช่วยประเมินก่อนเบื้องต้น ผ่านทางแอปพลิเคชัน Zenyum 

    หลังจากนั้น 1-2 วัน ทาง Zenyum จะส่งผลการประเมินมาให้ ว่าฟันของเราเหมาะกับการจัดฟันแบบใสไหม โดยผลการประเมินจะถูกส่งมาทางอีเมลที่เราใช้ในการลงทะเบียน ถ้าฟันของใครสามารถจัดฟันใสได้ ทาง Zenyum ก็จะทำการนัดหมายให้เราไปพบคุณหมอที่คลินิกพาร์ทเนอร์สาขาที่เราสะดวกต่อไป

 

  • STEP ที่ 2 นัดพบคุณหมอ - หลังจากที่เราได้ผลการประเมินออกมาแล้วว่าเราสามารถจัดฟันใสได้หรือไม่ได้ ก็จะถึงเวลาที่เราจะต้องเข้าไปพบคุณหมอที่คลินิก เมื่อเราปรึกษาเรื่องรายละเอียดและโอเคกับโปรแกรมการจัดฟันเบื้องต้นแล้ว ทางคุณหมอจะทำการสแกนฟันแบบ 3D และเอ็กซเรย์ฟัน ก่อนจะนำไปออกแบบโปรแกรมการจัดฟันใส อ้อ ตรงส่วนสแกนฟัน และเอ็กซเรย์ฟัน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะ ปกติแล้วจะอยู่ที่ 1,500 - 4,500 บาท ขึ้นอยู่กับคลินิกที่ให้บริการ

  • STEP ที่ 3  รอแผนการรักษาเฉพาะบุคคล - ตรงส่วนนี้ปกติแล้วจะใช้เวลาอยู่ที่ 7-14 วัน โดยแผนการรักษาจะมาในรูปแบบ 3D และ 2D เพื่อที่เราจะได้เข้าใจขั้นตอนการจัดฟัน และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่จัดฟันใสเสร็จแล้ว  ถ้าใครโอเคกับแผนการรักษา ก็สามารถเริ่มต้นกระบวนการจัดฟันใสกันต่อได้ โดยเราสามารถชำระค่าอุปกรณ์จัดฟันใสได้เลยในขั้นตอนนี้

  • STEP ที่ 4 นัดใส่ชิ้นงานที่คลินิก - หลังจากได้อุปกรณ์จัดฟันใสมาแล้ว คุณหมอก็จะทำการนัดเราให้มาพบที่คลินิกกันอีกครั้ง ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ๆ เพราะคุณหมอจะสอนให้เราใส่อุปกรณ์จัดฟันใส รวมถึงให้คำแนะนำในการใส่ ซึ่งโดยปกติแล้วทางคุณหมอจะแนะนำให้เราใส่อุปกรณ์จัดฟันใสให้ได้วันละ 20-22 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้เป็นไปตามแผนการรักษา และระยะเวลาที่วางไว้ 

 

  • STEP ที่ 5 ติดตามผลผ่านทางแอปพลิเคชัน - แอปนี้สำคัญมาก ๆ เพราะทำได้หลายอย่างสุด ๆ โดยตัวแอปจะเชื่อมต่อกับชุดอุปกรณ์จัดฟันใสของเรา สามารถบอกระยะเวลาในการใส่ของเราในแต่ละวันได้ สามารถติดตามผล และแจ้งเตือนให้เราเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ได้ แจ้งเตือนนัดเข้าคลินิกได้ และที่สำคัญ เราสามารถติดต่อคุณหมอได้โดยตรง เผื่อใครมีปัญหาอะไร ไม่เข้าใจขั้นตอนตรงไหน ก็สามารถติดต่อคุณหมอผ่านแอปนี้กันได้เลย

 

สำหรับขั้นตอนในการทำความสะอาด เราสามารถล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำเกลือกันได้เลย หรือถ้าใครรู้สึกว่าใส่แล้วอุปกรณ์มันยังไม่แนบชิดกับฟันสักเท่าไหร่ ทาง Zenyum เค้าก็มี Chewies หรือยางกัด ที่จะช่วยทำให้อุปกรณ์จัดฟันใส ยึดติดกับฟันของเราได้แน่นขึ้นมาให้ด้วย 1 คู่

 

 

| อุปกรณ์จัดฟันใสที่ได้มามีอะไรบ้าง ?

 

  1. ชุดอุปกรณ์พร้อมตลับใส่ - โดยทาง Zenyum จะจัดชุดอุปกรณ์การใส่มาให้เรา เราก็แค่ใส่ตามที่ระบุไว้ ว่าเซตไหนต้องใส่เป็นเซตแรก แล้วต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นเซตต่อไปเมื่อไหร่ เค้าจะมีข้อมูลบอกไว้อย่างละเอียด หน้าที่ของเราก็คือการใส่ให้ได้ตามระยะเวลาที่ควรใส่ต่อวัน เพื่อที่จะให้ฟันของเราเข้าที่ได้เร็วที่สุด !

  2. การ์ดคู่มือพร้อมคำอธิบาย - สำหรับมือใหม่ที่กลัวว่าจะทำผิด ๆ ถูก ๆ หรือมีคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดฟันใสอะไรที่เราต้องรู้หรือเปล่า ข้อมูลทุกอย่างจะอยู่ในการ์ดคู่มือน่ารัก ๆ ที่แนบมากับตัวอุปกรณ์จัดฟันใส ซึ่งจะมีคำอธิบายโดยละเอียดอยู่ที่ด้านหลังการ์ดแต่ละใบให้ด้วย

  3. ยางกัด (Chewies) - ตัวช่วยที่จะทำให้ฟันของเราแนบสนิทกับอุปกรณ์จัดฟันใสมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องมานั่งพะวงว่าตัวอุปกรณ์จะหลุดไหม เราก็สามารถใช้น้อง Chewies คู่นี้ช่วยได้

 

 

ส่วนใครที่กังวลว่าอุปกรณ์จะได้มาตรฐานไหม ใส่แล้วจะเกิดอันตรายหรือเปล่า บอกเลยว่าทุกกระบวนการจัดฟันของเรา จะอยู่ในความดูแลของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตัวชุดอุปกรณ์ก็ถูกออกแบบมาในลักษณะเฉพาะบุคคล ทำให้เรามั่นใจได้ว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้มันถูกออกแบบมาเพื่อฟันของเราจริง ๆ ที่สำคัญตัวอุปกรณ์ผ่านการอนุญาตโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข  (ใบอนุญาตเลขที่ 65-2-3-2-0007055)  ซึ่งได้มาตรฐานถูกต้องตามกฏหมาย หรือถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรตรงไหน ก็สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ เว็บไซต์ Zenyum เลยจ้า

 


 

💭  จะเห็นได้ว่าขั้นตอนของการจัดฟันใส จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยาก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานฟันของแต่ละคน บางคนอาจจะไม่ต้องเคลียร์ช่องปากอะไรเลย หรือบางคนฟันมีปัญหามาก คุณหมออาจจะมีนัดเคลียร์ช่องปากให้ก่อนเบื้องต้น เพื่อให้ง่ายต่อการจัดฟัน การเคลื่อนตัวของฟัน และเพื่อให้ระยะเวลาในการจัดฟันของเรากินเวลาไม่มาก

 

ยังไงถ้าเพื่อน ๆ คนไหนสนใจ ก็สามารถส่งภาพรอยยิ้มที่เห็นฟันของตัวเอง ไปให้ทางคุณหมอช่วยประเมินก่อนเบื้องต้น ผ่านทางแอปพลิเคชัน Zenyum กันได้เลย ส่วนใครที่กำลังจะเริ่มต้นจัดฟันใสกันแล้ว ขอย้ำเรื่องความสม่ำเสมอในการใส่อุปกรณ์กันอีกครั้ง ได้อุปกรณ์มาแล้วก็ควรใส่ให้ครบตามเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ว่าได้มาแล้วก็วางทิ้งไว้ ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง แบบนั้นเห็นทีจะเปลืองเงินกันเปล่า ๆ น้า

 

💙  เริ่มต้นประเมินรอยยิ้มของตัวเอง คลิกเลย 💙

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทำตามความฝันให้สำเร็จ :)
แสดงความคิดเห็น