คลังเปิดขาย "พันธบัตรรัฐบาล" ล็อตใหม่ อยากเก็บเงินเย็นไว้ยาวๆ ต้องจัด!

โดย MilD
ลงเมื่อ 24 ส.ค. 63
คลังเปิดขาย "พันธบัตรรัฐบาล" ล็อตใหม่ อยากเก็บเงินเย็นไว้ยาวๆ ต้องจัด!

"พันธบัตรออมทรัพย์" 2 รุ่นใหม่
เลือกฝากสั้นหรือยาวได้เอง
ชูดอกเบี้ยสูงสุด 2.22% ต่อปี

รีบจองก่อนวงเงินเต็ม!


"พันธบัตรรัฐบาล" หรือ Goverment Bond ผู้ซื้อจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล ซึ่งความเสี่ยงในการผิดนัดชำระคืนน้อยมากๆ แทบไม่มีความแตกต่างจากเงินฝากธนาคารเลย แต่ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่านั่นเอง ล่าสุดกระทรวงการคลังเตรียมเปิดขาย "พันธบัตรออมทรัพย์" 2 รุ่น 2 ระยะเวลา โดยมีให้เลือกทั้งแบบอายุ 4 ปี และ 7 ปี เปิดขายผ่านช่องทางที่กำหนด ชอบแบบไหน หรือสะดวกซื้อทางไหนก็ต้องรีบเลยยย~

Money


อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 2.22% ต่อปี สูงกว่าเงินฝากประจำ


สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกตัดสินใจลงทุนอะไรสักอย่าง ก็คงจะเป็น "อัตราดอกเบี้ย" นี่แหละ ถ้าหากผลตอบแทนจูงใจ ผู้คนต้องให้ความสนใจอย่างแน่นอน พอเปิดขายไม่นานก็จะหมดอย่างรวดเร็วชัวร์ๆ เลย ยิ่งได้เห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของประเทศลดลงไปเยอะแบบนี้ ประชาชนก็เริ่มมองหาการลงทุนใหม่ๆ ที่ผลตอบแทนดีกว่า แต่ความเสี่ยงไม่สูง เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดย พันธบัตรรัฐบาล รอบใหม่ที่กำลังจะเปิดขายนี้ จะมีให้เลือก 2 ระยะเวลาด้วยกัน คือ อายุ 4 ปีและอายุ 7 ปี จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 2.22% ต่อปี โดยต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%

 

Government Bond

  พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นวอลเล็ต สบม. ครั้งที่ 2 (อายุ 4 ปี) วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.70% ต่อปี โดยจะต้องเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย 15% แล้ว ทำให้ได้รับผลตอบแทนสุทธิเท่ากับ 1.445% ต่อปี

• ผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อพันธบัตรรุ่นนี้จะต้องเป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป (ถ้าหากอายุยังไม่ถึง 20 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน แวะไปทำเรื่องที่สาขาของธนาคารกรุงไทย) และลงทะเบียนวอลเล็ต สบม. ในแอปพลิเคชันเป๋าตังเรียบร้อยแล้ว

• จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง คือทุกวันที่ 25 ก.พ. และ 25 ส.ค. ของทุกปีจนกว่าจะครบกำหนด จ่ายงวดแรก 25 ก.พ. 64 โดยโอนเข้ากระเป๋าวอลเล็ต สบม. ในแอปฯ เป๋าตัง

Government Bond

  พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นก้าวไปด้วยกัน (อายุ 7 ปี) วงเงิน 45,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.22% ต่อปี โดยจะต้องเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย 15% แล้ว ทำให้ได้รับผลตอบแทนสุทธิเท่ากับ 1.887% ต่อปี

• ผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อพันธบัตรรุ่นนี้จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร

• จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง คือทุกวันที่ 26 ก.พ. และ 26 ส.ค. ของทุกปีจนกว่าจะครบกำหนด จ่ายงวดแรก 26 ก.พ. 64 โดยโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่ได้ทำการลงทะเบียนรับโอนไว้

 


ระยะเวลาและขั้นตอนของการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์


เตรียมตัวกันให้พร้อม! อันนี้ขอเตือนไว้ก่อนเลยนาจา เพราะว่าเปิดขายพันธบัตรวอลเล็ต สบม. รอบที่แล้ว คือหมดไวมาก ภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง ผู้คนให้ความสนใจกันเยอะ หากช้าไปแค่แป๊บเดียว ก็อาจจะทำให้อดซื้อได้เลยนะ

  พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นวอลเล็ต สบม. ครั้งที่ 2

เริ่มเปิดจองซื้อวันที่ 25 ส.ค. 63 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 11 ก.ย. 63 เวลา 15.00 น. (ถ้าหากวงเงินเต็มก่อน ก็จะปิดการจองซื้อโดยอัตโนมัติ) แนะนำให้เตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อนเวลาเปิดจองซื้อเลย เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเต็มวงเงินในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

• วงเงินซื้อขั้นต่ำ 100 บาท และสูงสุด 5,000,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้งทำรายการ

• จองซื้อได้ผ่านเมนูวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เท่านั้น โดยจะต้องโอนเงินเข้าไปยังกระเป๋าวอลเล็ตในแอปฯ เป๋าตังก่อน ถึงจะทำรายการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นวอลเล็ต สบม. ได้ หรือทำการผูกบัญชีเงินฝากธนาคากรุงไทยเอาไว้ หากเงินในกระเป๋าวอลเล็ตไม่พอ ระบบก็จะตัดเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยได้เลยจ้า

 


 

  พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นก้าวไปด้วยกัน 

สามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านช่องทางต่างๆ ที่กำหนดไว้คือ เคาน์เตอร์ธนาคาร, อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง รวมถึงโมบายล์แบงก์กิ้ง

ธนาคารกรุงเทพ : เคาน์เตอร์ธนาคาร, Bualuang iBanking และ Bualuang mBanking

ธนาคารกรุงไทยเคาน์เตอร์ธนาคาร และ Krungthai NEXT

ธนาคารกสิกรไทย : เคาน์เตอร์ธนาคาร และ K-My Invest

ธนาคารไทยพาณิชย์ : เคาน์เตอร์ธนาคาร, เครื่อง ATM, SCB Easy Net และ SCB Easy App

 

Government Bond

 

การจองซื้อพันธบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ของแต่ละธนาคารนั้น อาจจะต้องติดต่อธนาคารที่ใช้บริการก่อน เพื่อเปิดบัญชีสำหรับซื้อพันธบัตรออนไลน์ ขอแนะนำให้เข้าสู่ระบบเพื่อลองใช้งานดูก่อน จะได้ไม่ติดปัญหาในขั้นตอนจะกดจองซื้อจ้า โดยแบ่งช่วงเวลาเปิดจองซื้อพันธบัตร ออกเป็น 2 ช่วง ตามกลุ่มของลูกค้าแต่ละประเภทที่ได้กำหนดไว้

• ช่วงที่ 1 : วันที่ 26 ส.ค. 63 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 3 ก.ย. 63 เวลา 24.00 น. สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น กลุ่มนิติบุคคล ยังไม่สามารถจองซื้อได้ กำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และสูงสุด 10,000,000 บาท/คน รวมทุกธนาคาร ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการซื้อ

• ช่วงที่ 2 : วันที่ 4 ก.ย. 63 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 11 ก.ย. 63 เวลา 15.00 น. สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร กำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และวงเงินซื้อสูงสุด

* ถ้าหากถูกจองซื้อเต็มวงเงิน ตั้งแต่ช่วงที่ 1 แล้ว ก็จะไม่เปิดจองซื้อพันธบัตรในช่วงที่ 2 อีกแล้ว แต่ถ้าหากในช่วงที่ 1 ยังขายไม่หมด วงเงินส่วนที่เหลือจะถูกนำมาเปิดจองซื้อต่อในช่วงที่ 2 นั่นเอง วงเงินรวม 45,000 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าที่จองซื้อในช่วงที่ 1 ไปแล้ว ถ้าอยากซื้อเพิ่มอีก ก็สามารถจองซื้อในช่วงที่ 2 เพิ่มเติมได้

 


พันธบัตรออมทรัพย์ 2 รุ่นใหม่ น่าลงทุนอยู่มั้ย?


หลังจากที่เราได้เห็นข้อมูลอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นผลตอบแทนของพันธบัตรออมทรัพย์ 2 รุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดขายแล้ว ก็ต้องนำไปเปรียบเทียบกับการลงทุนทางเลือกอื่นๆ กันหน่อยแหละ 

"อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรออมทรัพย์ 4 ปี = 1.70% (ก่อนหักภาษี)
vs
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 ปี แบงก์ขนาดใหญ่ = 0.75%
(ก่อนหักภาษี)"

เปรียบเทียบระยะเวลาฝากต่างกันแค่นิดหน่อย แต่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรออมทรัพย์ มากกว่าเงินฝากประจำธนาคาร แบงก์ขนาดใหญ่ ถึง 2 เท่าทีเดียว ก็ถือว่าไม่น้อยเลยแหละ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนด้วย

ถ้ามองในเรื่องความเสี่ยงแล้ว ถือว่าพันธบัตรออมทรัพย์มีความเสี่ยงต่ำมาก เทียบกับเงินฝากธนาคารไม่ต่างกันเท่าไหร่ อาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในเรื่องระยะเวลาฝากที่นานกว่าเท่านั้นเอง หากมองภาพรวมเศรษฐกิจในตอนนี้แล้ว คาดว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกพักใหญ่ๆ เลย จึงยังไม่เห็นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะกลับมาเป็นขาขึ้นเท่าไหร่ ดอกเบี้ยเงินฝากก็จะอยู่ในระดับต่ำ 

ทั้งหมดนี้ถือเป็นแค่มุมมองความเห็นของคนตัวเล็กๆ คนนึงนาจา เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ถ้าหวังผลตอบแทนสูง โอกาสเจ็บตัวก็มีเยอะตามไปด้วย ลองดูว่าตัวเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน ก็เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการก็จะเวิร์คมากๆ เลยล่ะ

  • avatar writer
    โดย MilD
    รักที่จะเรียนรู้ อยู่อย่างมีชีวิตชีวา เพราะไม่ว่าโปรโมชั่นจะอยู่ที่ไหน เราต้องตามหามันให้เจอ <3
แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง