เปิดประตูสู่อาณาจักร PANDORA แบรนด์เครื่องประดับสุดหรู ในราคาจับต้องได้ ที่ครองใจสาวๆ ทั่วโลก

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer11 มี.ค. 2565 avatar writer992
เปิดประตูสู่อาณาจักร PANDORA แบรนด์เครื่องประดับสุดหรู ในราคาจับต้องได้ ที่ครองใจสาวๆ ทั่วโลก

 

เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์เครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีราคาเข้าถึงง่าย แถมยังครองใจสาว ๆ ทั่วโลก เปย์เป้ว่าน่าจะต้องมีชื่อแบรนด์เครื่องประดับสัญชาติเดนมาร์กอย่าง PANDORA (แพนโดร่า) รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน และถ้าเพื่อน ๆ เคยซื้อเครื่องประดับจากแบรนด์นี้กันมาก่อน หลายคนน่าจะเคยผ่านการ 'เติมของ' มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง 😅  อะ อย่าเพิ่งคิดไปไกล เพราะของที่ว่านี้ก็ได้แก่ บรรดาชาร์มน่ารัก ๆ ทั้งหลาย ที่สาวกแพนโดร่าตัวจริงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ชิ้นเดียวไม่เคยพอ !

 

จนเป็นหัวข้อคอนเทนต์ในวันนี้ของเรา ที่เปย์เป้นึกครึ้มอยากจะหยิบเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแบรนด์เครื่องประดับที่สาว ๆ ทั้งโลกหลงรักอย่าง PANDORA มาให้สายช็อปทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น ก็แหม นักช็อปมือโปรอย่างเรา ถ้าจะให้รู้จักแค่ชื่อ... เปย์เป้บอกเลยว่ามันยังคูลไม่พอ 😎 

 


 

 

PANDORA จากร้านขายเครื่องประดับเล็ก ๆ ในเดนมาร์ก

สู่อาณาจักรเครื่องประดับที่มีอิทธิพลกับคนทั้งโลก !

 

เปย์เป้ขอพาเพื่อน ๆ ทุกคนย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1982 ซึ่งในตอนนั้นได้มีช่างทองชาวเดนมาร์ก พร้อมด้วยภรรยา ที่ทำอาชีพเหมือนเป็นพ่อค้าคนกลางในการตระเวนหาซื้อเครื่องประดับ รวมถึงอัญมณีต่าง ๆ ก่อนจะนำกลับไปขายยังร้านของตัวเอง ซึ่งแหล่งที่ทั้งสองคนโปรดปรานก็ได้แก่ ขุมทรัพย์อัญมณีอย่างประเทศไทยบ้านเรา โดยเวลาที่ทั้งสองคนเดินทางมาแต่ละที พวกเค้าจะทำการคัดเลือกอัญมณีแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง แม้ว่าจะต้องเสียเวลานานกว่าการว่าจ้างคนมาเลือกให้ แต่พวกเค้าทั้งสองกลับชอบวิธีการมาดูให้เห็นด้วยตา จนได้เป็นอัญมณีที่ล้ำค่าที่สุด ณ ตอนนั้น ก่อนจะนำกลับไปขายที่ประเทศเดนมาร์ก บ้านเกิดของตัวเอง

 

และเมื่อความต้องการจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จากร้านขายปลีกเล็ก ๆ ก็ได้ถูกปรับให้มาเป็นร้านขายส่งขนาดกลาง ซึ่งทำให้ตัวของ Per Enevoldsen และภรรยาต้องเดินทางมายังประเทศไทยถี่ขึ้น จนวันนึงทั้งสองได้ตัดสินใจว่าจะขอผลิตจิวเวลรี่ของตัวเองขึ้นมาขาย เพราะไหน ๆ ก็รู้แหล่ง รวมถึงคนที่มีประสบการณ์ จากการเดินทางมายังประเทศไทยบ่อยอยู่แล้ว นั่นเลยทำให้เค้าตัดสินใจว่าจ้างนักออกแบบจิวเวลรี่ชาวเดนมาร์ก 2 คน พร้อมด้วยคนงานชาวไทยอีกประมาณ 10 คน ซึ่งก็นั่นแหละ... ใครจะไปรู้ว่าจากการตัดสินใจในวินาทีนั้น จะกลายเป็นการสร้างชื่อให้แบรนด์เครื่องประดับอย่าง PANDORA ในทุกวันนี้

 

 

สำหรับเครื่องประดับชิ้นแรกหลังจากที่ Per Enevoldsen และภรรยาได้ตัดสินใจว่าจะผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับของตัวเองขึ้นมา ก็ได้แก่ แหวน ที่ถูกทำขึ้นมาที่ประเทศไทยบ้านเรานี่แหละ แต่ทว่ามันก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นและฮือฮาเท่ากับ Charm (ชาร์ม) ที่ในสมัยนั้นไม่ค่อยมีคนผลิตออกมาวางขายแบบเดี่ยว ๆ กันสักเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าชาร์มนี้ก็ได้แก่ จี้ หรือเครื่องราง แต่ความแตกต่างของเครื่องราง PANDORA ก็คือ มันเป็นจี้เครื่องประดับที่ให้ผู้สวมใส่ สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ  ตามคอนเซ็ปต์ของการออกแบบที่วางไว้ นั่นก็คือ ชาร์มแต่ละชิ้นมีความหมายในตัวเอง อย่างบางชิ้นอาจจะมีมากกว่า 1 ความหมาย ขึ้นอยู่กับการสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะมีบุคลิกหรือมีนิสัยที่ต่างกันมากแค่ไหนก็ตาม

 

ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะเจ้าชาร์มของ PANDORA นี้ทำให้เกิดความต้องการเป็นจำนวนมาก จนทำให้ Per Enevoldsen ตัดสินใจซื้อโรงงานขนาดใหญ่เพื่อให้รองรับกับความต้องการของลูกค้าที่ล้นหลามเข้ามาในตอนนั้น และเพื่อน ๆ ไม่ต้องทายเลยว่ามันตั้งอยู่ที่ไหน ก็หนีไม่พ้น นิคมอุตสาหกรรม อัญธานี เจโมโปลิส บ้านเรานี่ล่ะ

 

ในส่วนของระบบการผลิตในตอนนั้น หลังจากที่มีโรงงานเป็นของตัวเองแล้วเรียบร้อย ทาง Per Enevoldsen ได้ว่าจ้างทีมออกแบบให้ประจำอยู่ที่เดนมาร์ก เหมือนเป็นศูนย์กลางในเรื่องของการดีไซน์และพัฒนาสินค้า ส่วนโรงงานการผลิตจะตั้งอยู่ที่ประเทศไทย เนื่องด้วยว่ามันใกล้แหล่งอัญมณีที่มีคุณภาพ ซึ่งดูเหมือนว่าการแบ่งระบบแบบนี้จะไปได้สวย เพราะหลังจากนั้นสินค้าอื่น ๆ ของ PANDORA ก็ได้ถูกปล่อยตามมาอีกมากมาย นอกจากชาร์มแล้วก็จะมี กำไล, แหวน, ต่างหู รวมถึงสร้อยคอตามมาอีกหลายคอลเลกชั่น (อ้อ ครั้งนึง PANDORA เคยผลิตนาฬิกาของตัวเองออกมาด้วยนะ แต่ปัจจุบันนี้ได้เลิกขายไปแล้ว)

 


 

 

4 จุดแข็งที่ 'โค่นไม่ได้ ดึงไม่ลง' ของ PANDORA

 

จากผลประกอบการปีล่าสุด อย่างปี ค.ศ. 2021 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีที่ PANDORA มีรายได้มากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวมา  แม้ว่าทางแบรนด์จะต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิดที่ส่งผลทำให้หน้าร้านบางสาขาต้องปิดตัวลง แต่ทว่าความปังไม่มีแผ่วเลยจริง ๆ ซึ่งสาเหตุที่โตมาได้ขนาดนี้ส่วนนึงเปย์เป้เชื่อว่าน่าจะมาจากยอดขายของชาร์มนี่แหละ ที่น่าจะปาไปแล้วมากกว่าครึ่ง (เผลอ ๆ อาจจะในสัดส่วน 70-80% เลยด้วยซ้ำ) แต่ถ้าเรามานั่งพินิจกันดูดี ๆ จะมีอะไรอีกบ้างที่ทำให้ PANDORA เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ได้ใจลูกค้ามาจนถึงตอนนี้ จะแค่การ Custom เครื่องประดับได้อย่างเดียวเท่านั้นเองหรอกหรอ 🤔 

 

💍 จุดแข็งที่ 1 - ภาพลักษณ์ของแบรนด์

 

PANDORA มีภาพลักษณ์การนำเสนอสินค้าที่คงเส้นคงวามาอย่างต่อเนื่อง อย่างนึงที่เปย์เป้เห็นได้ชัดเลย ก็คือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์เครื่องประดับสุดหรู ที่มีราคาอยู่ในระดับที่จับต้องได้  ก็คือไม่ได้ถูกเกินไป และก็ไม่ได้แพงหูฉี่จนคนธรรมดาไม่สามารถเอื้อมถึงได้ขนาดนั้น หรือถ้าว่าตามภาษาสายช็อปบ้านเรา คงจะเหมาะกับคำว่า ราคาน่ารัก แถมยังมีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย ทำให้เกิดการรับรู้ การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอยู่ในระดับสูง รวมถึงการมีฐานของลูกค้าเดิมที่ดีอยู่แล้ว ก็คือ มีการวนเวียนกลับมาซื้ออยู่ตลอด บวกกับการอ้าแขนเปิดรับลูกค้าใหม่ไปพร้อม ๆ กัน มีอะไรตื่นเต้นหวือหวามายั่วใจกันอยู่เรื่อย ๆ มันเลยเสริมและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ PANDORA นี้แข็งแรงขึ้นมาได้

 

 

💍 จุดแข็งที่ 2 - การออกแบบดีไซน์ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

 

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้น ว่าเครื่องประดับของแพนโดร่าแต่ละอย่างจะมีความหมายในตัวของมันเอง เหมือนเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะบอกว่ากว่าจะได้เครื่องประดับมาแต่ละชิ้น เค้าไม่ได้สักแต่ว่าจะออกแบบ และส่งไปผลิตเท่านั้นนะ แต่ทางแบรนด์ยังมีการ อาศัยข้อมูลเชิงลึก  ไม่ว่าจะจากการสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าที่หน้าร้าน รวมถึงดูเทรนด์ของผู้บริโภค ณ ขณะนั้น ในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่ตอนนั้นจะมีความแตกต่างกันแค่ไหนก็ตาม

 

และทุกคนคิดเหมือนกันกับเปย์เป้ไหมว่า ไม่ว่าทางแบรนด์จะปล่อยคอลเลกชันไหนออกมา ก็มักจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจได้เสมอ จนเกิดเป็นกระแสพูดต่อ บอกต่อ เหมือนมีแรงขับเคลื่อนได้อยู่ตลอด  ซึ่งอันนี้เปย์เป้ขอยกความดีความชอบให้เครื่องประดับคอลเลกชัน Disney ที่ทางแบรนด์ได้เปิดตัวไปในปี ค.ศ. 2014 เป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าเครื่องประดับคอลเลกชันนี้เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทางแบรนด์พัฒนา ต่อยอด และกล้าออกนอกกรอบของตัวเอง จากการผลิตเครื่องประดับธรรมดา ๆ ก็มีการจับไป Collab กับแบรนด์อื่นบ้างพอให้มีสีสัน ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกเบื่อ จนกลายเป็นคอลเลกชันอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย อ้อ กระซิบกว่าสัดส่วนของสินค้าที่วางขายในปี 2021 ที่ผ่านมา กว่า 71% ล้วนเป็นสินค้าตามเทรนด์ รวมถึงการ Collab กับแบรนด์อื่นทั้งนั้นเลยด้วย

 

 

💍 จุดแข็งที่ 3 - การปรับแต่งประสบการณ์ของลูกค้าที่แตกต่างกัน

 

ซึ่งข้อนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ PANDORA เติบโตมาได้อย่างต่อเนื่อง ก็เพราะว่าทางแบรนด์รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีแบรนด์ไหนในโลกที่สามารถผลิตสินค้าแล้วตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกคนได้แบบ 100% แต่สิ่งที่ทางแบรนด์สามารถทำได้ นั่นก็คือ จะทำยังไงให้สินค้าแต่ละชิ้นที่ถูกผลิตขึ้นมา สามารถทัชใจของลูกค้าให้ได้มากที่สุด  ซึ่งไม้เด็ดของ PANDORA ก็อยู่ที่การ Custom สินค้าได้แบบรายคน ที่สามารถเข้าถึง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันได้มากที่สุด

 

โดยสินค้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้า Custom นั้น ไม่ได้หมายถึงเจ้าชาร์มเพียงอย่างเดียว แต่ทางแบรนด์ยังต้องการให้ลูกค้าได้สนุกกับการออกแบบสินค้าอื่น ๆ ของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นชาร์ม แหวน หรือกำไล โดยที่ไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าชิ้นนั้นมันเป็นชิ้นพิเศษ และชิ้นสำคัญของเราเพียงคนเดียว นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย ที่ลูกค้าจะรู้สึกว่าตัวเองได้รับการใส่ใจจากทางแบรนด์อยู่เสมอ จนทำให้ต้องกลับไป 'เติมของ' ใหม่อยู่เรื่อย ๆ ด้วยความสบายใจนั่นเอง 😅 

 

 

💍 จุดแข็งที่ 4 - ฐานการผลิต รวมถึงทีมงานมืออาชีพ

 

จากจุดเริ่มต้นที่ PANDORA มีพนักงานแค่เพียงหลักสิบคน มาจนถึงตอนนี้ทางแบรนด์ได้พัฒนาและขยายกิจการ จนมีพนักงานรวมแล้วกว่า 27,000 ชีวิต  ที่พร้อมสร้างสรรค์ชิ้นงานคุณภาพให้กับลูกค้าทุกคนกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง PANDORA เองก็มีฐานการตลาดที่น่าสนใจ เพราะได้ประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 แห่ง อย่างสหรัฐอเมริการวมถึงประเทศจีนเป็นที่ปักหลักทำการตลาดในทุกวันนี้ อีกทั้งยังมีมูลค่าทางการตลาดสูงจนได้เข้าร่วมกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ที่สำคัญของเดนมาร์กอย่าง NASDAQ OMX

 

ก่อนจะพ่วงด้วยฐานการผลิตที่มีคุณภาพอย่าง ประเทศไทย ที่มีความสำคัญและมีความหมายกับแบรนด์มาก ๆ ถ้าอยากรู้ว่าสำคัญแค่ไหน จะบอกว่าตอนนี้เค้าได้ขยายสาขาของโรงงานการผลิตไปแล้วกว่า 3 แห่งทั่วประเทศ และด้วย Passion ในการสร้างสรรค์เครื่องประดับทำมือที่มีความพิเศษเฉพาะบุคคลของ PANDORA เปย์เป้เลยไม่แปลกใจเลยว่า จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ธรรมดา จะกลายมาเป็นอาณาจักรของแบรนด์เครื่องประดับที่ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งถ้าไม่ได้มาจากความเข้าใจ และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แบบตรงจุดจริง ๆ การที่แบรนด์จะประสบความสำเร็จได้ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

 


 

 

ไม่หยุดแค่นี้แน่นอน PANDORA เตรียมเสิร์ฟสินค้าดี ๆ

ให้สมกับเป็น 'แบรนด์เครื่องประดับสำหรับทุกคน'

 

จากความสำเร็จต่าง ๆ ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ตอนนี้ PANDORA กลายเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย จากจุดเริ่มต้นเพียงไม่กี่คน จนกลายมาเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ครองใจสาว ๆ ทั่วโลกได้ สมแล้วกับความตั้งใจของ Per Enevoldsen ที่เคยกล่าวไว้ครั้งนึงว่า

 

"PANDORA เราให้ความสำคัญกับการออกแบบ และการรักษาคุณภาพของสินค้าอยู่เสมอ

ซึ่งผลลัพธ์ของมันคุณจะเห็นได้เอง ก็ต่อเมื่อสินค้าชิ้นนั้นอยู่ในมือคุณ"

 

โดยตอนนี้แพนโดร่าได้เปิดตัวสินค้ามาแล้วหลายต่อหลายคอลเลกชัน และนอกจากการวางขายผ่านทางหน้าร้านแล้ว เพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบการเลือกดูสินค้าและสั่งสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตก็สามารถเข้าไปดูสินค้าเพิ่มเติมกันได้ ผ่านทาง https://www.pandora.net/en-th นะจ๊ะ

 


ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : Pandora, Moneyinc, Charmsguide, NYTimes และ Statista

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง :)
แสดงความคิดเห็น