3 โรคเกี่ยวกับดวงตาที่คนติดจอไม่ควรมองข้าม!

โดย waranggg
ลงเมื่อ 29 ต.ค. 62
3 โรคเกี่ยวกับดวงตาที่คนติดจอไม่ควรมองข้าม!

"คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน" เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรามากขึ้น
และยังส่งผลกระทบต่อ "ดวงตา" ยิ่งใช้เวลากับสื่งเหล่านี้มากเท่าไหร่
ยิ่งเสี่ยงเป็น “โรคเกี่ยวกับตา” มากเท่านั้น
มีโรคอะไรบ้าง เรารวมมาให้แล้ว~


เหล่ามนุษย์ออฟฟิศที่ถึงแม้จะนั่งทำงานหน้าคอมในห้องแอร์สบายๆ ดูเหมือนจะไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคภัยไข้เจ็บใดๆ เหมือนกับอาชีพอื่น ยกเว้นโรคออฟฟิศซินโดรมที่ต้องคอยระวัง แต่รู้หรือไม่ว่ามีอีกหลายโรคที่ต้องที่เป็นภัยต่อมนุษย์ออฟฟิศ หนึ่งในนั้นคือ"โรคที่เกี่ยวกับตา" ที่สาเหตุมักเกิดจากการต้องใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานนั่นเอง จะมีโรคหรืออาการอะไรที่เราต้องระวังบ้าง เรารวมมาให้แล้วค่า~

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS)

Computer Vision Syndrome

เป็นโรคที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์รวมไปถึงแทบเล็ตและโทรศัพท์มือถือ ติตต่อกันเกินวันละ 2 ชั่วโมงขึ้นไป หรือเกิดจากการวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม เช่น การวางคอมพิวเตอร์ห่างจากจากระยะสายตาน้อยกว่า 20 - 28 ซม. 

อาการ 

ปวดตา ตาพล่า ตามัว ระคายเคืองตา ตาแห้ง รวมไปถึงอาการปวดศรีษะ ปวดคอและปวดหลัง

การรักษา

สามารถทำได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ เช่น วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากสายตา 20 - 28 ซม. หมั่นพักสายตาจากหน้าจอทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือกระพริบตาบ่อยๆ เป็นต้น 

จอประสาทตาเสื่อม

Aged-related macular degeneration

เป็นโรคที่เกิดจากการอาการเสื่อมของจุดชัดของจอประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นเฉพาะตรงกลางภาพ แต่ยังสามารถมองเห็นภาพด้านข้างได้เช่นเดิม โดยส่วนมากจะพบในผู้สูงอายตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 

  • จอประสาทตาแบบแห้ง เกิดจากการเสื่อมของจอประสาทตา ซึ่งอาการจะค่อยเป็นไปอย่างช้าๆ 
  • จอประสาทตาชนิดเปียก เกิดจากการเกิดตัวของเส้นเลือดใหม่ ถ้าเส้นเลือดนั้นบอบบางและเกิดการรั่วซึม จนจุดมองภาพบวม จึงทำให้เรามองเห็นภาพบิดเบี้ยวไป และสูญเสียการมองเห็นจุดกลางของภาพในที่สุด 

อาการของโรค

โรคนี้เป็นโรคที่สังเกตอาการในระยะเริ่มต้นได้ค่อนข้างยาก แต่เมื่ออาการเสื่อมเพิ่มมากขึ้น จะมีอาการต่อไปนี้

  • มองเห็นภาพบิดเบี้ยว
  • มองภาพสีเพี้ยนไป
  • ตาแพ้แสงง่าย
  • เวลามองภาพจะมีเงาหรือจุดดำบังตรงกลางภาพ

การรักษา

สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการเลเซอร์ การฉีดยายับยั้งการเกิดของเส้นเลือดใหม่ (สำหรับจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก) และการผ่าตัด

ภาวะวุ้นในประสาทตาเสื่อม

Vitreous degeneration

ภายในดวงตาของเราจะมี "วุ้นตา" ที่มีลักษณะคล้ายกับไขข่าว อยู่ติดกับบริเวณจอตาด้านหลัง มีหน้าที่เป็นทางผ่านของแสง ทำให้เราสามารถมองเห็นภาพได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น หรือมีการใชสายตามากจนเกินไป  จะทำให้วุ้นตาเสื่อมและจับตัวกันเป็นตะกอนเล็กๆ ขึ้น

อาการของโรค 

เมื่อไปที่ที่มีแสงสว่าง เช่น ท้องฟ้า หรือฉากสีขาว จะมองเห็นเส้นหยากไย่ หรือจุดดำลอยไปมา หรือในกรณีที่จอตาด้านหลังและวุ้นตาดึงรั้งกันอยู่ จะทำให้เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลชขึ้นมาเมื่ออยู่ในที่มืด

การรักษา
ภาวะวุ้นจอตาเสื่อมเป็นภาวะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ สมองจะปรับตัวและเกิดความเคยชิน จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อการมองเห็น แต่หากไม่สบายใจสามารถเข้าพบจักษุแพทย์ได้เช่นกัน

วิธีการป้องกันจากโรคเกี่ยวกับตา

  1. วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากสายตาประมาณ 20 -28 ซม. และวางให้จุดกึ่งกลางของคอมพิวเตอร์อยู่ตำ่กว่าระดับสายตา 15 -20 องศา 
  2. ไฟในห้องทำงานต้องไม่สว่างจนเกินไป เพื่อลดการสะท้อนของแสงที่หน้าจอ 
  3. พักสายตาด้วยใช้สูตร 20-20-20 คือ พักสายตาทุกๆ 20 นาที โดยการมองไปที่วัตถุที่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที 
  4. หากมีอาการปกติเกี่ยวกับสายตาควรรีบพบจักษุแพทย์ให้เร็วที่สุด

 🌈 ปันโปรสรุปให้ 🌈

  • ผู้ที่มีอาการเสี่ยงเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ควรงดสูบบุหรี่ เพราะมีโอกาสเสี่ยงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 3 เท่า
  • ภาวะวุ้นจอประสาทตาเสื่อม แม้จะไม่อันตรายมากก็จริง แต่เมื่อมีอาการควรรีบพบจักษุแพทย์ก็จะดีที่สุดค่า
  • ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญ อย่าลืมถนอมและดูแลรักษาเค้าให้ดีๆ น้า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลสมิตเวช 

แสดงความคิดเห็น

โปรโมชันมาแรง

ลดสูงสุด 70%

3 ธ.ค. 64 - 8 ธ.ค. 64

รับหิ้วจ้า

ลดสูงสุดถึง 70%

1 ธ.ค. 64 - 20 ธ.ค. 64

ลดเริ่ม 290.-

2 ธ.ค. 64 - 31 ธ.ค. 64