5 ประเทศนอกกระแส เที่ยวง่าย ไม่ต้องขอ Visa
โดย : waranggg

เกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ อเมริกา ก็ไปจนเบื่อล้าวว
ไม่รู้จะเที่ยวไหนลองเที่ยว "ประเทศนอกกระแส" กันดูมั้ยหล่ะ
ได้ภาพสวยไม่ซ้ำใคร แถมประสบการณ์ใหม่เพียบ!
เคยมั้ย? ไปเที่ยวต่างประเทศดันเจอแต่คนไทย จนคิดว่าเอ๊ะ นี่ชั้นอยู่ไทยรึป่าวเนี่ยย หรืออยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะเก็บรูทประเทศยอดฮิตไปหมดแล้ว! ลองไปเที่ยวประเทศนอกกระแสกันมั้ยแกรรร รับรองว่ามีดี และสวยไม่แพ้ที่ฮิตๆ เล้ยยยย จะมีประเทศไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาจ้าาาา
ประเทศแอลบาเนีย
จุดเช็คอิน : Sarandë เมืองชายฝั่งสุดโรแมนติกที่เคยเป็นเมืองประมงที่เงียบสงบ แต่ตอนนี้ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้เหล่านักท่องเที่ยวไปพักผ่อนตากอากาศชิลๆ
Gjirokaster หรือ The City Of Stone แน่นอนว่าเมืองนี้มีเอกลักษณ์ที่ตึก และอาคารต่างๆ ถูกสร้างจากหิน จนได้รับเลือกให้เป็น UNESCO World Heritage เมื่อปี 2005
เที่ยวได้ : 90 วัน (ฟรีวีซ่าตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 31 ต.ค. 62 เท่านั้น)
ประเทศเซเชลล์

จุดเช็คอิน : หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อประเทศเซเชลล์มาก่อน ประเทศนี้เค้าได้ชื่อว่า Paradise On Earth เป็นประเทศขนาดเล็กที่เป็นสวรรค์ของคนรักทะเล และการดำน้ำ เต็มไปด้วยเกาะน้อยใหญ่มากถึง 115 เกาะ แต่เกาะที่แอดอยากแนะนำ และค่อนข้างมีชื่อเสียง คือ La Digue เกาะขนาดเล็กที่มีชายหาดติดอันดับชายหาดที่สวยที่สุด และยังเป็นเกาะที่เจ้าชายวิลเลี่ยม และเจ้าหญิงเคทเลือกมาฮันนีมูนที่นี่ด้วย ว้าวว ขนาดนี้แล้วไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าเหมาะกับมาฮันนีมูนสุดๆ
เที่ยวได้ : 30 วัน
ประเทศมองโกเลีย
จุดเช็คอิน : ทะเลทรายโกบี ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย มีสถานที่สำคัญคือ Khongoryn Els คือเนินทรายที่สวยงาม และใหญ่ที่สุดในทะเลทรายโกบี กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่ก็คือ การปีนเนินทรายเพื่อขึ้นไปชมวิวบนยอดทราย และขี่อูฐ สำหรับกิจกรรมตอนกลางคืน คือนอนดูดาวท่ามกลางทะเลทราย ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากๆ
อุทยานแห่งชาติ Gorkhi-Terelj หากใครโหยหาอากาศหนาวๆ เย็นๆ ห้ามพลาดที่นี่ เพราะที่นี่เค้ามีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงฤดูหนาว อากาศหนาวสุดถึง -40 องศาแหน่ะ แถมยังมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก ไม่ว่าจะการว่ายน้ำในน้ำแข็ง ขี่ม้า หรือใครสายเอ็กซ์ตรีมก็สามารถมาเล่นสกีที่นี่ได้จ้า
เที่ยวได้ : 30 วัน
ประเทศโดมินิกัน
จุดเช็คอิน : ซานโตโดมิงโก เมืองหลวงของโดมินิกัน จะเรียกว่าเป็นเมืองแห่งสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ เพราะมีสิ่งก่อสร้างเก่าแก่หลายแห่ง นับตั้งแต่การค้นพบโลกใหม่ของโคลัมบัส เช่น ปราสาทอัลคาซาร์เดโคลอน (Alcazar de Colon) อารามมหาวิหารเซนต์แมรี่ (Cathedral Santa Maria la Menor)

เกาะปุนตาคานา ประตูสู่ทะเลแคริบเบียน เกาะนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาก เพราะมีชายหาดยาวถึง 100 กม. และมีกิจกรรมให้ทำเยอะมากๆ ไม่ว่าจะนอนอาบแดดชิลล์ๆ ล่องเรือคาตามารัน หรือจะตกปลาก็ย่อมได้
เที่ยวได้ : 30 วัน
ประเทศบรูไน
จุดเช็คอิน : พิพิธภัณฑ์รอยัลเรกกาเลีย Royal Regalia Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นสู๊งงง เพราะที่นี่เป็นสถานที่รวบรวมข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงราชรถของสุลต่านองค์ปัจจุบัน ที่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนทำมาจากทองคำ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงพระราชประวัติขององค์สุลต่านด้วย พิพิธภัณฑ์อันล้ำค่าขนาดนี้แถมเปิดให้เข้าชมฟรี จะพลาดไม่ได้แล้วเด้ออ
ชุมชนกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก Kampong Ayer มีทั้งหมด 42 หมู่บ้าน ประชากรรวมทั้งหมดถึง 30,000 คน ถึงจะอยู่กลางน้ำ แต่บอกเลยว่ามีความเจริญไม่แพ้ชุมชนบนบกเลยเด้ออ ใครอยากไปสัมผัสวิถีชีวิตกลางน้ำของชาวบรูไน แนะนำที่นี่เล้ย!
เที่ยวได้ : 14 วัน
🌈 ปันโปรสรุปให้ 🌈
- ประเทศทั้งหมดที่ปันโปรคัดมาให้ ฟรีวีซ่าตลอดทั้งปี ยกเว้นประเทศแอลบาเนีย ฟรีวีซ่าตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. -31 ต.ค. 62 เท่านั้น!!
- เกาะ La Digue ค่าครองชีพค่อนข้างสูง ใครสนใจหรือมีแพลนจะไป หยอดกระปุกเก็บ Pocket Money กันรัวๆ ตั้งแต่วันนี้เลย
- ถ้าจะไปมองโกเลีย และโดมินิกัน แนะนำให้แลกเป็นเงินดอลลาร์
- ถ้าจะไปแอลบาเนีย และเซเชลล์ แนะนำให้แลกเป็นเงินยูโร
- สำหรับบรูไน สามารถแลกเป็นเงินบรูไนดอลลาร์จากที่ไทยไปได้เล้ยย
-- ขอขอบคุณข้อมูลจาก Mushroom Travel --

โดย waranggg
thaitealism







