“สูงสุดคืนสู่สามัญ” ถอดบทเรียนจาก BlackBerry ที่ครั้งนึงเคยขึ้นแท่นเป็นสมาร์ทโฟนเบอร์ต้นๆ ของโลก เพราะอะไรถึงได้หายไป ?

โดย imnat
ลงเมื่อ 3 ธ.ค. 64
“สูงสุดคืนสู่สามัญ” ถอดบทเรียนจาก BlackBerry ที่ครั้งนึงเคยขึ้นแท่นเป็นสมาร์ทโฟนเบอร์ต้นๆ ของโลก เพราะอะไรถึงได้หายไป ?

 

'เธอ ๆ ขอพินหน่อยดิ'

 

เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่อาจจะรู้สึกงงๆ เมื่อได้เจอคำถามนี้ แต่ถ้าลองเอาคำถามนี้ไปถามคนที่อยู่ในยุค 2000 กันดู น่าจะไม่มีใครไม่รู้ ว่าไอ้เจ้าพินที่ว่านี้มันคืออะไร ใช่แล้ว มันคือรหัสเข้าโปรแกรมสนทนา (อารมณ์เดียวกันกับ LINE ID อะไรพวกนี้) ของ BlackBerry สมาร์ทโฟนที่เคยฮิตกันหนักมากๆ ในยุค 2000 ที่ผ่านมา หรืออาจจะเรียกว่าเป็นผู้มาก่อนกาล ก่อนที่เราจะได้รู้จักกับ iPhone กันด้วยซ้ำ เพราะอะไรที่ทำให้แบรนด์สมาร์ทโฟนที่กำลังไปได้สวย ลดบทบาทหน้าที่ของตัวเองลง ทั้งๆ ที่ยังมีโอกาสในการเติบโตอยู่ เรามีคำตอบมาให้แล้ว !

 


 

 

BlackBerry สมาร์ทโฟนผู้มาก่อนกาล

กับตำนานการขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนเรือธงของโลก !

 

รู้หรือไม่ว่าครั้งนึง BlackBerry เคยประสบความสำเร็จมาก จนถึงขั้นที่สามารถครองตลาดสมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกาได้เกินครึ่งจากบรรดาสมาร์ทโฟนทั้งหมด  หากคิดเป็นจำนวน % ของทั้งโลก BlackBerry เคยครองตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้สูงถึง 20% และเราเชื่อว่า ถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังอ่านคอนเทนต์นี้ แล้วเคยผ่านช่วงปี ค.ศ. 2001 - 2007 เทือกๆ นี้กันมาก่อน น่าจะเคยเห็นคนใกล้ตัว รวมถึงตัวเองนั่นแหละ ที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกันกับเจ้าสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้กันมาก่อน

 

สำหรับจุดเด่นของ BlackBerry คือ ถ้าพูดถึงแบรนด์นี้ ภาพจำในหัวของทุกคน (ที่น่าจะมีเหมือนกัน) น่าจะหนีไม่พ้น 'คีย์บอร์ด' ที่ถือว่าเป็นอะไรที่ว้าวมากๆ สำหรับหน้าตาของสมาร์ทโฟนในยุคนั้น ซึ่งคีย์บอร์ดนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของแบรนด์เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในวัยทำงานในตอนนั้น พอเจอคีย์บอร์ดของ BlackBerry เข้าไป มันสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของพวกเค้าได้จริงๆ

 

 

เท้าความย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ BlackBerry กันสักนิด สำหรับจุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1984 แล้ว ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่ถูกเรียกว่า BlackBerry เลยด้วยซ้ำ โดยเกิดมาจากไอเดียของนักศึกษาชาวแคนาดา 2 คน ที่คิดค้นและพัฒนาจนเกิดเป็นแบรนด์นี้ขึ้นมา 

 

สำหรับจุดเด่นของ BlackBerry นอกจากคีย์บอร์ดที่เราได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว การออกแบบตัวเครื่องภายนอกก็มีความเรียบง่าย ไม่หวือหวา, ทำความเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นระบบภายใน รวมถึงภายนอกของตัวเครื่อง และอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าจะถูกใจคนชอบเข้าสังคมกัน น่าจะหนีไม่พ้น BlackBerry Messenger  หรือโปรแกรมแชทสนทนา ที่มีกิมมิกเล็กๆ อย่าง 'พิน' หรือรหัสเข้าแชทที่มีคนใช้คำอธิบายว่า เหมือนมันเป็น Exclusive Club ที่เป็นจุดแข็งอีกหนึ่งอย่างที่ได้ใจผู้ใช้งานกันไปทั่วหน้า

 

ด้วยเอกลักษณ์รวมถึงความแปลกใหม่ที่ว่ามานี้

ส่งผลทำให้ BlackBerry ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของอเมริกาไปแบบง่าย ๆ

 

ความสำเร็จของ BlackBerry นั้น เคยปังถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าจะไปไหน ก็มักจะเจอแต่คนใช้ BlackBerry ซึ่งจะบอกว่าไม่ได้มีแค่ในอเมริกาเท่านั้นนะ อย่างบ้านเราในสมัยนั้น เราจำได้เลยว่าขนาดอยู่แค่มัธยมเองนะ แต่เด็กนักเรียนแทบจะทุกคนก็ใช้ BlackBerry กันเกือบแทบจะทั้งนั้น คือใครไม่มีถือว่าพลาดมาก และเราเองก็คิดว่าเพื่อนๆ น่าจะเคยผ่านจุดนั้นกันมาแล้วเหมือนกัน 😅 

 


 

 

การมาของ iPhone คือจุดเปลี่ยนของทุกอย่าง

 

อันนี้เป็นปกติของโลกเรานะ คือมันไม่มีใครที่จะเป็นเบอร์ 1 ไปได้ตลอด โดยเฉพาะถ้าแข่งกันด้วยเรื่องของเทคโนโลยี ความทันสมัยด้วยแล้ว ถ้ามีอะไรใหม่ๆ เข้ามา เป็นธรรมดาที่คนจะพุ่งเป้าไปสนใจในสิ่งใหม่ๆ กัน ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญของ BlackBerry ก็เกิดขึ้น (ไม่ต้องเดา ทุกคนก็น่าจะพอตอบได้ว่าแบรนด์อะไร) จะบอกว่าการมาของ iPhone กระทบกับตลาดสมาร์ทโฟนในยุคนั้นได้แบบโดมิโน (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ BlackBerry แบรนด์เดียว) เพราะการมาของไอโฟนคือความแปลกใหม่ อารมณ์เดียวกันกับสมัยที่ BlackBerry เป็นที่รู้จักช่วงแรกๆ นั่นแหละ

 

โดยเฉพาะจุดเด่นที่เรียกความว้าวได้ดีที่สุดของไอโฟนก็ได้แก่ Keyboard Touch Screen ที่อำนวยความสะดวก รวมถึงให้ภาพลักษณ์ที่ดูดี ดูไฮ แต่ใดใดก็มีคนบางกลุ่มนะ ที่ยังคงเชื่อมั่นและมี Loyalty ใน BlackBerry อยู่

 

จนกระทั่งพวกเขาไม่สามารถเชื่อมั่นในตัว BlackBerry ได้อีกต่อไป

สาเหตุหลักน่าจะมาจากการที่แบรนด์ยึดติดอยู่กับภาพจำเดิมๆ 

กว่าจะคิดปรับตัวได้ อะไรๆ ก็สายไปซะแล้ว

 

ผลที่ตามมาของการรู้ตัวช้า (เพลงโจป๊อปต้องเข้าแล้ว 1)  ก็ปาเข้าไปในปี 2013 เข้าแล้ว ซึ่งไม่ต้องเดาเลยว่าแบรนด์น้องใหม่อย่าง iPhone ได้พัฒนาไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ นี่ยังไม่รวมแบรนด์เก่าๆ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กันกับ BlackBerry อีกนะ แต่ทว่า BlackBerry เพิ่งเริ่มคิดผลิตสมาร์ทโฟน Touch Screen ของตัวเองขึ้นมาเอาตอนนี้ ซึ่งด้วยเหตุผลนี้นี่แหละ ที่ค่อยๆ ทำให้ BlackBerry หายไปจากตลาดสมาร์ทโฟนเรื่อยๆ

 

 

หากใครยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้เราเคยบอกเอาไว้ว่า BlackBerry เคยครอบครองพื้นที่ของตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 20% ซึ่งภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีของการไม่ยอมปรับตัว ส่งผลทำให้ % ลดลงจนเหลือน้อยกว่า 5% ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เยอะมาก และเป็นกรณีศึกษาให้กับเราได้จริงๆ ว่า การแข่งขันในโลกเทคโนโลยีในทุกวันนี้ มันต้องไวเท่านั้นถึงจะชนะ เหมือนกับคำกล่าวที่เราเคยได้ยินกันมาว่า ความไวเป็นเรื่องของปีศาจ ซึ่งน่าเสียดายที่ปีศาจในที่นี่ไม่ได้มีชื่อ BlackBerry อยู่ในนั้น... 

 

หลังจากนั้นมา BlackBerry ก็ได้มีการฮึดสู้ต่อถึงประมาณปี 2018 - 2019 หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการเปิดตัวรุ่นใหม่อีกแล้ว ซึ่งแม้ว่าจะมีข่าวลือถูกปล่อยออกมาบ้าง ยังไงก็ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะส่วนตัวเรามองว่าหนทางที่จะทำให้ BlackBerry กลับมายิ่งใหญ่ในโลกสมาร์ทโฟนได้อีกครั้ง น่าจะเป็นงานหินพอสมควร แต่ใดๆ ก็ตาม ก็มีผู้คนบางส่วนที่ไม่สามารถมูฟออนจากเอกลักษณ์ของ BlackBerry ได้ เพราะมันมีความแตกต่างและเฉพาะตัวมากๆ โดยเฉพาะคีย์บอร์ดอันโดดเด่นก็ยังคงถูกนำมาพูดถึงอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีการเอ่ยถึงแบรนด์ๆ นี้

 

ยังไงซะ ถึงแม้ว่าจะนิ่งอยู่แบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า BlackBerry จะหายไปตลอดกาลนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ทางแบรนด์อาจจะกำลังทำการบ้านอยู่ และถ้ามีการคัมแบควงการของจริงๆ ก็อยากให้ทุกคนเปิดใจ และเปิดโอกาสให้กับแบรนด์นี้กันอีกครั้งนึงน้า  🖤 

 


 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : businessinsider.com, wired.co.uk และ investopedia.com

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง :)
แสดงความคิดเห็น
กฤษณ์ ทิพยาไกรศรี
กฤษณ์ ทิพยาไกรศรี
iikmmkk mkk n NJ kmk and. NN NJ Ann Ann Ann. no no. kkmk Ann Ann k no Ann. mmmkkkkm Ann. mkk in mkkmmkkkmmmkkmmmkmmmmkmmkmmkkk. Ann mkk. k. mkmmmmmkmmmmmkmkkmmmmkmmkkkkkmmk Ann Ann Ann Ann. no mkk. km kkmk kimmmkkm Inn Ann NN Ann. mmkkkkkkmkmmkmmkmkkmkmkmmm Ann. Ann NN mmkmmmkm Inn mkmk m no k. mkmmm kmokmkk. mmommmmkkk Ann mkmkk NN NN Ann. kk kkmk mkk kk km m. kkk mkkm. m km ikm mm mk mmmkkmmmkkmkmk mik k NN NN Ann Ann mkkmmkkkokkkmmkmk Ann Ann Ann mkkk NN NN Ann Ann. Ann Ann
ตอบกลับ | 2 เดือนที่แล้ว 0

โปรโมชันมาแรง

ราคาเริ่มต้น 2900.-

20 ม.ค. 65 - 31 ม.ค. 65

คู่ละ 2,800.-

23 ม.ค. 65 - 31 ม.ค. 65

บทความที่เกี่ยวข้อง