สรุปให้ & แจกพิกัด | ตรวจภายในผู้หญิง ไม่ใช่ฝันร้ายอย่างที่คิด!

โดย imnat
ลงเมื่อ 23 ก.ย. 63
สรุปให้ & แจกพิกัด | ตรวจภายในผู้หญิง ไม่ใช่ฝันร้ายอย่างที่คิด!


ตรวจภายในไปทำไม?
ยังจิ้นอยู่ต้องตรวจไหม?
ที่เค้าบอกว่าเจ็บ นั้นเจ็บตรงไหน?
สารพัดปัญหา 'ตรวจภายใน' ปันโปรเรามีคำตอบมาให้แล้ว!


ผู้หญิงเรา พออายุมากขึ้น การตรวจสุขภาพนั้นถือว่าจำเป็น และนอกจากจะดูแลสุขภาพภายนอกแล้ว การดูแลสุขภาพ 'ภายใน' ก็สำคัญและควรที่จะต้องใส่ใจด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการตรวจภายใน ที่ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเคยผ่านหรือไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อนก็ควรจะได้รับการตรวจ แต่การตรวจภายในก็มีเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่ผู้เข้ารับการตรวจจำเป็นที่จะต้องสำรวจตัวเองกันก่อน รวมไปถึงขั้นตอนในการตรวจ ที่จริงๆ แล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ส่วนจะเป็นยังไง เดี๋ยวเราจะมาสรุปให้ฟัง!

 


ตรวจภายใน สำคัญอย่างไร?


ก่อนอื่นเลย ปันโปรอยากให้ทุกคนมาทำความรู้จัก 'น้องสาว' ของเรากันให้มากกว่านี้กันซะก่อน สำหรับน้องสาว หรืออวัยวะเพศหญิงของเราจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่มองเห็น กับส่วนที่มองไม่เห็น สำหรับส่วนที่มองเห็นก็ได้แก่ แคมใหญ่, แคมเล็ก ส่วนที่มองไม่เห็น ได้แก่ ปากมดลูก, มดลูก, รังไข่ และท่อนำไข่ ซึ่งเมื่อเราได้รับการตรวจภายใน ก็จะสามารถเห็นอวัยวะทุกอย่างที่กล่าวมากันนี้หมดเลย

แต่การที่จะตรวจภายในได้ มันไม่ใช่แค่การเดินดุ่มๆ เข้าไปหาคุณหมอแล้วบอกว่า ขอตรวจภายในค่ะ อะไรทำนองนี้ แต่มันต้องมี 'ปัจจัย' บางอย่างเกิดขึ้นมาก่อน ถึงจะสามารถเข้ารับการตรวจได้ ซึ่งปัจจัยที่พูดถึงนี้ก็คือปัญหา รวมไปถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ 'น้องสาว' ของเรานั่นเอง

 

"จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจ
เมื่อเจอความผิดปกติ"

 

อย่างที่บอกไปว่าการจะเข้ารับการตรวจภายในได้ ร่างกายของเราจะต้องแสดงความผิดปกติอะไรบางอย่างขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดท้องน้อย, ประจำเดือนมาน้อยหรือมากผิดปกติ หรือไม่ใช่ช่วงนั้นของเดือนแต่ก็มา นอกจากนี้ยังรวมไปถึงตกขาวที่ผิดปกติ อาทิเช่น มีกลิ่น, มีอาการคันร่วมด้วย รวมไปถึงมีปริมาณที่มากเกินไป เป็นต้น

และสำหรับใครที่เข้าใจว่าอาการผิดปกตินั้นจะเกิดขึ้นแค่ในบริเวณ 'น้องสาว' ของเราเท่านั้น ปันโปรจะบอกว่าไม่จำเป็น เพราะถ้าใครคลำไปที่ท้องน้อยช่วงล่างแล้วพบก้อนเนื้อ อันนี้ก็สามารถเข้ารับการตรวจภายใน เพื่อหาสาเหตุรวมไปถึงวินิจฉัยที่มาของก้อนเนื้อได้เช่นกัน

 

 


ต่อให้มีอาการผิดปกติ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องตรวจภายใน


ส่วนใหญ่สาวๆ หลายคนมักจะกลัว และไม่กล้าไปหาคุณหมอเวลาที่มีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เพราะกลัวว่าจะต้องไปจบลงที่การตรวจภายในแต่อย่างเดียว ปันโปรขอสร้างความเข้าใจให้ทุกคนกันใหม่ เพราะการตรวจภายใน ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีอาการผิดปกติจะต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของสูตินรีแพทย์ล้วนๆ 

ดังนั้นถ้ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น อย่าเพิ่งตีโพยตีพายกันไปก่อน ให้รีบมาพบคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำ ปรึกษา รวมถึงให้คุณหมอได้ซักถามอาการคร่าวๆ ก่อน เพราะบางทีความผิดปกติที่เราเจอ อาจจะเป็นความผิดปกติที่เกิดจากอวัยวะภายนอก ที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ในกรณีนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจภายใน เพราะฉะนั้นเลิกกังวล แล้วรีบเคลียร์คิวมาพบคุณหมอทันทีเมื่อพบอาการผิดปกติ ดีกว่าจะนั่งเขินม้วนอยู่ที่บ้าน จนกลายเป็นทำให้ความผิดปกติเหล่านั้นแย่ลงกว่าเดิมกันน้า

 


ตรวจภายใน ไม่ได้ป้องกันแค่มะเร็งปากมดลูกเท่านั้น


หลายคนมักเข้าใจว่า การที่ไปตรวจก็เพราะแค่ต้องการจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว ข้อดีของการตรวจภายในสามารถตรวจหาการติดเชื้อภายในช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย เชื้อรา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงการหาสาเหตุของประจำเดือนที่มาผิดปกติ ได้ด้วยเช่นกัน

อีกทั้งยังสามารถตรวจหาสาเหตุของภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก, ตกขาว, เนื้องอก, อาการปวดท้องน้อยต่างๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเลยมักจะแนะนำให้สาวๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป หรือผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว หมั่นตรวจภายในกันให้ได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะเป็นอันดี หรือถ้าใครมีอาการผิดปกติอะไรก็ให้รีบมาพบคุณหมอทันที ไม่ต้องรอจนถึง 1 ปีก็ได้นะจ๊ะ

 


โสดอยู่ไม่ต้องกลัว การตรวจภายในไม่ใช่ฝันร้ายอย่างที่คิด!


สำหรับสาวโสดที่มีอาการผิดปกติ แต่กลัวไม่กล้าไปตรวจ ก็ไม่ต้องกังวล ได้เวลาลบล้างภาพในหัวของเราออกไปให้หมด เพราะทางคุณหมอเองเค้าก็จะมีการเลือกใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน ซึ่งขนาดของเครื่องมือที่ใช้ก็มีตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงใหญ่ และสำหรับสาวโสดที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร บางทีแทนที่คุณหมอจะจับเราตรวจภายใน คุณหมออาจจะเลือกใช้วิธีอย่าง 'อัลตร้าซาวด์' ในการตรวจแทนก็ได้

 

"วิธีอัลตร้าซาวด์บนหน้าท้องก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกัน
แต่ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการวินิจฉัย"

 

รู้นะว่าแอบดีใจกันไปแล้วว่าเราจะสามารถเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นการอัลตร้าซาวด์ผ่านทางหน้าท้องแทนการอัลตร้าซาวด์ผ่านช่องคลอด แต่จริงๆ แล้วการอัลตร้าซาวด์ 2 แบบนี้ยังมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันอยู่ สำหรับการอัลตร้าซาวด์ผ่านทาง 'หน้าท้อง' ในกรณีที่คนไข้มีอาการผิดปกติ อาจจะประสบปัญหาในเรื่องของความไม่ชัดเจน เพื่อนๆ ลองจินตนาการภาพเวลาที่อัลตร้าซาวน์บนหน้าท้องกันดู คือกว่าจะลงไปถึงส่วนภายในของเราได้นั้น มันจำเป็นที่จะต้องผ่านหน้าด่านอย่างลำไส้ รวมไปถึงกระเพาะปัสสาวะมาก่อน

ต่างจากวิธีการอัลตร้าซาวด์ผ่านทางช่องคลอด เพราะเข้าไปปุ๊บ ก็สามารถกะตำแหน่งได้ปั๊บ ซึ่งถ้าเป็นโรคทางสูติแบบนี้ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้วิธีการอัลตร้าซาวด์ผ่านทางช่องคลอดมากกว่า เพราะเห็นภาพได้ชัดเจนกว่า หาสาเหตุของปัญหาได้ง่ายกว่า แต่ในกรณีของคนโสดที่ไม่มีปัญหาอะไร คุณหมออาจจะใช้วิธีอัลตร้าซาวน์ผ่านทางหน้าท้อง แต่ใดๆ ก็ตามจะต้องผ่านการซักประวัติและวินิจฉัยจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญกันก่อนน้า

 


เตรียมตัวอย่างไร ก่อนไปตรวจภายใน


เตรียมตัวยากไหม ต้องโกนขนส่วนนั้นก่อนรึเปล่า? ปันโปรไปสืบมาให้แล้วได้ความว่า 'ไม่จำเป็น' และที่สำคัญคือวิธีการเตรียมตัวนั้นแทบจะไม่มีอะไร ขอแค่เตรียมตัว และเตรียมใจมาให้พร้อมก็ถือว่าโอเคแล้ว รู้แหละว่าสาวๆ หลายคนมักจะกังวลหลังจากได้อ่านบรรดารีวิวเอย รวมไปถึงคนใกล้ตัวเล่าให้ฟังเอย ซึ่งนั่นอาจจะมาจากการที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมไปก่อน เพราะถ้าเราเตรียมความพร้อมกันมาดี คุณหมอเค้าการันตีมาเลยว่าจะไม่เจ็บแน่นอนจ้า

 

"อยากให้มาแบบปกติเลย
เคยเป็นยังไงก็มาอย่างนั้น"

 

ส่วนใหญ่หลายคนมักจะลงทุนไปโกนขนในส่วนนั้นออกบ้าง หรือทำการสวนล้างช่องคลอดก่อนที่จะมาตรวจบ้าง ซึ่งมันก็ดี แต่ถ้าปกติเราไม่ได้โกนขนส่วนนั้น หรือมีความลำบากใจกับการสวนล้างช่องคลอดใดใดก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำถึงขั้นนั้นก็ได้ เพราะอย่างน้อยก็ช่วยลดความตื่นเต้นลงไปได้ เอาเป็นว่าทางคุณหมอเค้าแนะนำให้เราไปแบบที่สบายใจเลย แค่หลีกเลี่ยงการมาในช่วงที่กำลังมีประจำเดือน และถ้ายิ่งมาในช่วงที่มีอาการผิดปกติได้ก็จะยิ่งดี (ในกรณีสำหรับคนที่มีความผิดปกติน้า)

 


ล้วงขั้นตอนของการตรวจภายใน ที่เค้าว่าเจ็บ นั้นเจ็บเพราะอะไร?


มาจ้า ถึงเวลาที่สาวๆ หลายคนรอคอย กับขั้นตอนของการตรวจภายใน เค้าตรวจยังไง ทำไมหลายคนถึงบอกว่าเจ็บ อันนี้ทางคุณหมอกระซิบบอกมาแล้วว่า อาการเจ็บที่สาวๆ หลายคนเจอ ส่วนหนึ่งนั้นมาจากการเตรียมตัวที่ไม่ดี เพราะถ้าเตรียมตัวมาดี คุณหมอการันตีเลยว่าจะช่วยลดความเจ็บลงไปได้เยอะ!

  • เริ่มจากการปัสสาวะทิ้ง ไม่ต้องถึงขนาดสวนล้างใดๆ เมื่อปัสสาวะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางโรงพยาบาลหรือคลินิกก็จะให้เราทำการเปลี่ยนผ้าที่เตรียมไว้ให้
  • คุณหมอจะพาเราไปขึ้นเตียงตรวจภายใน ซึ่งลักษณะของเตียงตรวจภายในจะต่างจากเตียงที่ทำการรักษาทั่วไปตรงที่มี 'ขาหยั่ง' ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่คนไข้ทั้งหลายกังวล แต่ต้องบอกอย่างงี้ว่า เตียงขาหยั่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณหมอได้มาก และเห็นภาพที่ชัดขึ้นนั่นเอง 
  • พอคนไข้ขึ้นเตียงขาหยั่งเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คุณหมอจะทำการตรวจภายใน คุณหมอจะเริ่มจากการ 'ตรวจภายนอก' ก่อน ว่ามีอะไรผิดปกติตรงไหนไหม แล้วถึงค่อยใช้เครื่องมือเข้าไปตรวจดูภายใน โดยที่คุณหมอจะเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะช่วยลดความเจ็บลงไปได้

 

หน้าตาของ Speculum หรือปากเป็ด ที่เอาไว้ใช้ตรวจภายใน

 

  • คุณหมอก็จะนำเครื่องมือที่เรียกว่า Speculum หรือที่คนไข้นิยมเรียกกันว่า 'ปากเป็ด' สอดเข้าไป ซึ่งปากเป็ดตัวนี้มีให้เลือกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับวัสดุที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เป็นสีใส บ้างก็เป็นเหล็ก อย่างเจ้าปากเป็ดที่เป็นเหล็ก ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้คนไข้หลายคนเจ็บ เนื่องมาจากวัสดุของมันที่ทำมาจากเหล็ก เพื่อนๆ ลองนึกภาพเหล็กที่วางอยู่ในห้องแอร์มานาน เวลานำมาแตะที่บริเวณผิวหนังใกล้ๆ กับอวัยวะเพศของเรา อาจจะทำให้หลายคนสะดุ้ง ตกใจกับความเย็น จนต้องขมิบ
    แล้วพอขมิบ กลายเป็นว่าจากที่ช่องคลอดจะต้องขยายตัว กลับหดตัวลง ส่งผลทำให้การใส่อุปกรณ์ก็จะทำได้ยากขึ้น ทำให้คนไข้เจ็บมากขึ้น ดังนั้นคุณหมอเลยแนะนำมาว่าอยากให้คนไข้รู้สึกสบายมากที่สุด คิดถึงเรื่องอื่นไป ไม่ต้องกังวล เพราะทางคุณหมอเองก็จะคอยบอกเราเป็นระยะๆ อยู่แล้วว่ากำลังจะทำอะไร

  • หลังจากเครื่องมือถูกใส่เข้าไป คุณหมอก็จะดูภายในนับตั้งแต่ ตกขาว, ปากมดลูก รวมถึงระบบอะไรต่อมิอะไรต่างๆ ซึ่งถ้าคุณหมอเห็นว่ามีอาการผิดปกติ ก็จะนำการเก็บตัวอย่างของตกขาว หรือชิ้นเนื้อมาตรวจทันที เมื่อเรียบร้อยแล้วคุณหมอก็จะนำเอาเครื่องมือออกมา
  • พอเจ้าปากเป็ดออกมาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไป คุณหมอก็จะใช้นิ้วมือสอดเข้าไปอีกครั้งเพื่อทำการคลำเพื่อดูความผิดปกติของอวัยวะอุ้งเชิงกราน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของมดลูกนั้นโตผิดปกติไหม, มีก้อนอยู่ที่ปีกมดลูกหรือไม่ สำหรับสาวๆ คนไหนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน อาจจะรู้สึกจุกหน่อยๆ ในขั้นตอนนี้
  • สำหรับผลของการตรวจภายใน ปกติแล้วคนไข้จะทราบผลภายในวันนั้นเลย ถ้าไม่มีอาการผิดปกติอะไรก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ แต่หากใครที่มีอาการผิดปกติ ทางคุณหมอก็จะทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุต่อไป

 


อยากตรวจภายใน ตรวจที่ไหนได้บ้าง?


มาจ้า สาวๆ คนไหนที่กำลังคิดอยากจะไปตรวจภายใน หรือมีอาการผิดปกติอยากเข้ารับการปรึกษากับคุณหมออยู่พอดี แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปตรวจที่ไหนได้บ้าง ปันโปรตอบได้คำเดียวเลยว่า 'ทุกที่' ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือคลินิก ถ้าเป็นคลินิกเฉพาะทางได้ก็จะยิ่งดี เพราะจะมีคุณหมอที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอวัยวะภายในของผู้หญิงเราได้เป็นอย่างดีคอยดูแล ส่วนสำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดที่น่าสนใจ ปันโปรรวมมาให้แล้วตามนี้เลย

 

YANHE

โรงพยาบาลยันฮี ตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก เริ่มต้นที่ 700 บาท

สำหรับราคา 700 บาทนี้จะเป็นวิธีการตรวจแบบ PAP SMEAR คือเป็นการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปทางช่องคลอด นอกจากวิธีการตรวจแบบนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่อย่าง Thin Prep ซึ่งจะเป็นการเก็บตัวอย่างของเซลล์ด้วยของเหลว จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,600 บาท และยังมีการตรวจแบบใช้กล้อง COLPOSCOPE ที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,500 บาท

เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองคิวกันได้ที่ > คลิก

 

BPK

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Thin Prep & PV) เริ่มต้นที่ 1,900 บาท

ราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2563 ที่สำคัญคือราคานี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ครอบคลุม ซึ่งถ้าเพื่อนๆ สนใจโปรแกรมอื่นๆ อาทิ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมกับการตรวจหาเชื้อเอชพีวีและอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 4,100 บาท

เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองคิวกันได้ที่ > คลิก

 

Piya

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ โปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะทางสำหรับผู้หญิง 17 โปรแกรม 15,000 บาท (จากปกติ 16,520 บาท)

คุ้มสุด อะไรสุด! กับ 17 โปรแกรมตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ที่พร้อมมอบความครบครันสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไป, เอกซเรย์ปอด, ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, ตรวจการทำงานของตับ รวมไปถึงตรวจภายใน 

เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองคิวกันได้ที่ > คลิก

 

Chula

ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตรวจภายใน + คัดกรองมะเร็งปากมดลูก เริ่มต้นที่ 790 บาท

ทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้ออกโปรแกรมสุขภาพดีสตรีไทย ปลอดภัยไร้มะเร็งปากมดลูกมาทั้งหมด 4 โปรแกรมที่มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นการตรวจภายใน และคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ที่เริ่มต้นเพียง 790 บาท หรือจะตรวจหา DNA เชื้อ HPV ทั้งหมด 14 สายพันธุ์ในราคา 990 บาท

พิเศษสุดกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ฟรี! แค่จองสิทธิผ่านแอปฯ สปสช. แล้วทำการนัดหมายได้เลย

เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองคิวกันได้ที่ คลิก สำหรับใครที่ต้องการจะใช้สิทธิตรวจฟรี

และ คลิก สำหรับโปรแกรมการตรวจอื่นๆ

 

ใครมีสิทธิประกันสังคมอยู่ ลองเช็กกันดูก่อนว่าโรงพยาบาลที่เราสังกัดอยู่ สามารถตรวจฟรีได้ไหม 

เพราะบางทีเราอาจจะสามารถทำการตรวจภายใน รวมไปถึงตรวจมะเร็งปากมดลูกได้ฟรี ลองเช็กสิทธิกันดูก่อนนะ แต่ย้ำว่าจะต้องมีอาการผิดปกติก่อน ถึงจะใช้สิทธิในส่วนนี้ได้ ถ้าสาวๆ คนไหนกำลังมีอาการผิดปกติอยู่ก็ลองไปสอบถามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เราทำประกันสังคมกันดูนะจ๊ะ

 

"หากเราพบว่ามีอาการผิดปกติ อย่าอายที่จะไปพบแพทย์
ที่สำคัญ คืออย่าปล่อยอาการผิดปกติเหล่านั้นไว้นาน

หรือใครกังวลกับการรักษาโดยคุณหมอผู้ชาย
ก็สามารถเลือกขอตรวจกับคุณหมอผู้หญิงได้ ไม่มีปัญหา"

 

Source : 1 2 

 

  • avatar writer
    โดย imnat
    บ้าหนังสือ ชอบเที่ยว เวลาว่างก็อยากจะนอนนิ่งๆ :)
แสดงความคิดเห็น

โปรโมชันมาแรง

ปันโปรสรุปให้ ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชั่นแชทสุดฮิต ที่มีผู้โหลดใช้งานมากที่สุดในตอนนี้! กับความสามารถ จุดเด่น รวมไปถึงความปลอดภัย โหลดมาแล้วใช้งานยังไง ปันโปรพร้อมสรุปให้ทางนี้แล้ว!

แตะชมพูนมเย็น ลด 30%

24 ต.ค. 63 - 31 ต.ค. 63

คอลใหม่ ชุดบาร์บี้วัยเด็ก

23 ต.ค. 63 - 30 ต.ค. 63