Ray-Ban จะผ่านมากี่ปี “แว่นกันแดดรุ่นพ่อ” แบรนด์นี้ก็ยังยืนหนึ่ง !

โดย imnat
ลงเมื่อ 18 ต.ค. 64
Ray-Ban จะผ่านมากี่ปี “แว่นกันแดดรุ่นพ่อ” แบรนด์นี้ก็ยังยืนหนึ่ง !

 

เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์แว่นกันแดดในตำนาน  ที่ยังคงความเป็นอมตะ จนหลายคนแทบจะจับบูชามาไว้บนหิ้ง ทางเราเชื่อว่าคำตอบที่อยู่ในใจของใครหลายคนจะต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เรย์แบน !  ส่วนตัวเราเห็นคุณพ่อใส่ตั้งแต่จำความได้แล้ว แต่ตอนนั้นไม่รู้ตาสีตาสา คิดว่าก็คงเป็นแว่นกันแดดธรรมดาที่คนทั่วไปเค้าชอบใส่กัน แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าแว่นกันแดดธรรมดาๆ ที่เราเห็นกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อนี้ จะกลายเป็นแว่นกันแดดที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้กำลังจะเดินทางเข้าสู่ปีที่ 86 แล้ว แต่กระแสความนิยมก็ไม่มีแผ่วเลยจริงๆ ไม่เจ๋งจริงทำไม่ได้นะ ! 

 


 

 

เห็นขึ้นแท่นระดับโลกแบบนี้ แท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้นมาจาก "ความบังเอิญ" ล้วนๆ

 

เรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญที่แท้ทรู เพราะจุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ ไม่สิ อย่าเพิ่งใช้คำว่าแบรนด์เลย  เพราะแรกเริ่มเลยจริงๆ เราแทบจะไม่เห็นความเป็นไปได้ของเรย์แบนเลย จนกระทั่งได้มีเหตุการณ์นึงที่ทำให้เกิดเป็นแบรนด์นี้ขึ้นมา... 

 

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1929 ในยุคนั้นวิวัฒนาการทางการบินในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มจะค่อยๆ มีความก้าวหน้ามากขึ้น อย่างตัวเครื่องบินก็สามารถขับเคลื่อนไปในระดับความสูงที่เพิ่มขึ้นจากเดิม และเมื่อเครื่องบินสามารถบินได้สูงขึ้น เลยทำให้เกิดปัญหาที่นักบินส่วนใหญ่มักจะพบกันนั่นก็คือ วิสัยทัศน์ในการมองเห็น รวมถึงการถูกทำร้ายด้วยรังสีจากดวงอาทิตย์  ซึ่งเมื่อนานวันเข้าก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาของนักบินเป็นอย่างมาก

 

เมื่อกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักบิน ทางกองทัพสหรัฐในตอนนั้นเลยได้ทำการติดต่อกับบริษัท Bausch & Lomb บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในการให้ช่วยออกแบบอุปกรณ์หรืออะไรก็ตามที่สามารถช่วยในการปกป้องดวงตาของนักบินขึ้นมา เลยเกิดเป็นแว่นตากันแดดที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดแสงสะท้อน ซึ่งคำว่า Ray-Ban ที่เราเรียกกันนี้ ก็ถูกย่อมาจากคุณสมบัติของแว่นตาอย่าง Banned UV Rays ที่ไปๆ มาๆ ก็ถูกเรียกกันอย่างติดปาก จนกลายเป็นชื่อของแบรนด์ขึ้นมาได้ซะงั้น 😅 

 

แว่นกันแดด Ray-Ban รุ่น Aviator ขอบคุณภาพจาก : Ray-Ban

 

หลังจากถูกพัฒนาต่อมาได้สักพัก ก็เริ่มมีการทยอยนำแว่นตารุ่นนี้ออกมาให้เหล่านักบินได้ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานกัน โดยแว่นตารุ่นนี้ถูกเรียกว่าเป็น Ray-Ban รุ่น Aviator สำหรับจุดเด่นเลย ก็คือ ตัวเลนส์สีเขียว ที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ อีกทั้ง ยังมีรูปทรงของเลนส์ที่นูน ทำให้สามารถปกป้องดวงตาของนักบินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมตัวกรอบแว่นยังทำจากพลาสติก มีน้ำหนักเบา ทำให้นักบินสามารถสวมเวลาที่ขึ้นบินได้แบบสบายๆ 

 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1937 หลังจากพัฒนาและทดลองต่ออีกสักพัก Ray-Ban Aviator ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการขึ้นมาเป็นครั้งแรก และเริ่มมีการนำมาใช้ในกองทัพทันที แถมงานนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะนักบินอย่างเดียวแล้ว และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแว่นกันแดดเรย์แบนรุ่นนี้จะกลายเป็นไอเทม 'ที่ต้องมี' ของกองทัพสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผ่านมานี้ด้วย

 

👉🏼  ช็อปแว่นตา Ray-Ban รุ่น Aviator ได้ที่นี่ > คลิก

 

ดักลาส แมกอาเธอร์ (คนกลาง) นายพลระดับสูงของกองทัพสหรัฐ
กับแว่นตา Ray-Ban รุ่น Aviator ภาพจาก Business Insider

 

| จากแว่นตากันแดดสำหรับนักบิน สู่ HERO ITEM ที่ใครๆ ก็อยากได้ !

 

หลังจากกองทัพสหรัฐสามารถพาชัยชนะกลับมายังประเทศบ้านเกิดของตัวเองได้สำเร็จ จึงเกิดเป็นผลพลอยได้ให้กับตัวแว่นตากันแดด Ray-Ban นี้ขึ้นมาด้วย เพราะการชนะสงครามในครั้งนี้ทำให้เรย์แบนถูกมองว่าเป็น Hero Item หรือไอเทมสำหรับผู้ชนะ  อธิบายง่ายๆ เลย ก็คือ คงจะไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากเป็น Hero ซึ่งนักบิน รวมถึงทหารในตอนนั้นเป็นเหมือนฮีโร่ของประชาชนชาวอเมริกัน ถ้าจะเลียนแบบอะไรในตัวของพวกเค้าได้สักอย่าง ดูเหมือนสิ่งที่ง่ายที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการแต่งตัวและใช้ของเลียนแบบฮีโร่ของพวกเค้านั่นเอง

 

แว่นกันแดด Ray-Ban รุ่น Wayfarer ขอบคุณภาพจาก : Ray-Ban

 

และเมื่อ Ray-Ban Aviator รุ่นนี้ถูกมองว่าเป็นไอเทมของฮีโร่แล้ว มันเลยไม่หยุดอยู่แค่เพียงเท่านี้ กลับกลายเป็นว่านอกจากประชาชนทั่วไปจะนิยมสวมแว่นตากันแดดเรย์แบนกันแล้ว นักการเมืองบางคนก็เริ่มทยอยหยิบแว่นเรย์แบนมาสวมด้วยเช่นกัน จากข้อมูลพบว่า อดีตประธานาธิบดี John F. Kennedy ของสหรัฐอเมริกา เคยปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกับแว่นตากันแดดเรย์แบนรุ่น Wayfarer ที่มีลักษณะโดดเด่นและแตกต่างจากรุ่น Aviator ตรงที่มีขอบดำหนา แถมยังให้ภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย เหมือนสำนวนของฝรั่งที่เรียกกันว่า Swagger เป็นอย่างมาก 😎 

 

นอกจากอิทธิพลของทหารและนักการเมืองแล้ว Ray-Ban ยังได้รับความนิยมในวงการบันเทิงด้วยเช่นกัน โดยในยุค 1950s ซึ่งเป็น ยุคทองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอเมริกา  ปรากฏว่ามีนักแสดงหลายคนที่สวมแว่นตาเรย์แบนเข้าฉากถ่ายทำในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตารุ่นคลาสสิกอย่าง Aviator, Wayfarer รวมถึงแว่นดีไซน์ใหม่ๆ จากเรย์แบนก็ได้รับความนิยมขึ้นมาด้วยเช่นกัน กลายเป็นว่านอกจากทหารและนักการเมืองจะเป็นผู้ขับเคลื่อนทางธุรกิจที่ดีของแว่นตาแบรนด์นี้แล้ว เหล่าคนดังเองก็เป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนที่ดีด้วยเช่นกัน

 

ขอบคุณภาพจาก : Business Insider

 

| Tom Cruise ชายผู้ต่อลมหายใจให้ Ray-Ban อีกครั้ง !

 

เห็นแว่นเรย์แบนได้รับความนิยมมาโดยตลอดแบบนี้ แต่ทุกคนรู้กันไหมว่าเราเกือบจะไม่ได้เห็นแบรนด์นี้กันแล้ว เพราะ HERO ITEM อย่างแว่นตาเรย์แบนเกือบไปไม่รอด สืบเนื่องมาจากยอดขายที่ตกต่ำมาก ต่อให้จะมีการหยิบเอาแว่นตาแบรนด์นี้ไปใส่ถ่ายแบบในนิตยสารแฟชั่นก็แล้ว แต่ยอดขายก็ยังแตะอยู่ที่หลักแสนต้นๆ ต่อปี ซึ่งถือว่าก็ยังน้อยมากอยู่ดี

 

จนกระทั่งการมาของภาพยนตร์เรื่อง Risky Business ในปี ค.ศ. 1983 ทอม ครูซที่ในตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนักแสดงดังที่มีชื่อเสียงเหมือนทุกวันนี้ ได้สวมแว่นตาของเรย์แบนรุ่น Wayfarer เข้าฉากถ่ายทำในภาพยนตร์ และด้วยความที่ว่าความนิยมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังไม่ได้ลดลง ส่งผลให้ยอดขายของแว่นตารุ่นนี้เพิ่มขึ้นได้สูงถึง 50% จากยอดขายในช่วงก่อนหน้า และเมื่อนับจำนวนยอดขายคร่าวๆ ระหว่างปี 1980s - 1988s แล้ว แว่นตาเรย์แบนรุ่น Wayfarer นี้ สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 3-4 ล้านชิ้นเลยทีเดียว !

 

👉🏼  ช็อปแว่นตา Ray-Ban รุ่น Wayfarer ได้ที่นี่ > คลิก

 

ขอบคุณภาพจาก : IMDb

 

ยัง ยังไม่พอ เพราะในระหว่างนี้ ทอม ครูซ ก็ได้ปรากฏตัวพร้อมกับแว่นตาเรย์แบนอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง Top Gun ที่เค้ารับบทเป็นนักบิน ซึ่งเมื่อเอ่ยถึงนักบิน ทายซิว่าแว่นตารุ่นไหนที่จะปรากฏตัวพร้อมกับเค้าในเรื่องนี้ด้วย ?  ถูกต้องแล้ว แว่นตารุ่นนั้นก็ได้แก่ Ray-Ban รุ่น Aviator นั่นเอง และเห็นทีคราวนี้โชคก็ยังคงเข้าข้าง Ray-Ban อยู่ เพราะแว่นตารุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 40% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี  โดยเรย์แบนรุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 4.5 ล้านชิ้นเลยทีเดียว

 

นี่สินะ ที่เค้าเรียกกันว่า เพราะไม้แขวนมันดี

การที่สินค้าจะได้รับความนิยมขึ้นมา จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเลย

 

การปรากฏตัวของทอม ครูซ คู่กับแว่นตาเรย์แบนนี้ กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ทางการค้าไปแล้วว่า ถ้ามีทอม ครูซ จะต้องมีเรย์แบน และทอม ครูซนี่แหละ คือผู้ชุบชีวิตของ Ray-Ban ให้กลับมามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมกันอีกครั้ง และครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะสามารถเรียกกระแสได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่ครูซปรากฏตัวพร้อมกับแว่นตาเรย์แบนในภาพยนตร์ กลับกลายเป็นว่ามันไม่ใช่เพราะหน้าที่เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ชีวิตส่วนตัวของเค้าก็มีความชอบและหลงใหลในแว่นตาเรย์แบนนี้ด้วยเช่นกัน 

 

ยกตัวอย่างเช่นในปี ค.ศ. 2013 ทอม ครูซได้ไปปรากฏตัวที่งานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง Star Trek โดยเค้าได้ถูกนักข่าวถามเรื่องแว่นตาสีดำที่สวมอยู่ว่ามันคือแว่นตาสามมิติสำหรับการชมภาพยนตร์หรือเปล่า ครูซตอบสั้นๆ เพียงแค่ว่า "No, Man, These are Ray-Ban"  นั่นแปลว่า แว่นตาเรย์แบนกลายเป็นไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งในชีวิตของเค้าไปซะแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าเค้าถูกจ้างให้มาพูดแต่อย่างใด

 

ขอบคุณภาพจาก : IMDb

 

| ล้มได้ก็ลุกได้ ต่อยอดความสำเร็จผ่าน Timeless Design

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเหตุผลข้อนึงที่ทำให้แว่นกันแดดเรย์แบนได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ก็คือ รูปทรงของการออกแบบที่สามารถเข้ากันได้ดี แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายยุค หลายสมัยแล้วก็ตาม  และไม่ใช่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ให้ความสนใจกับแว่นตาของเรย์แบน แต่ยังรวมไปถึงผู้หญิง และเด็กๆ ด้วยเช่นกัน

 

โดยเรย์แบนได้พยายามตอบโจทย์ลูกค้าให้มากขึ้นด้วยการเปิดตัวแว่นพร้อมดีไซน์ใหม่ๆ ที่สามารถรองรับได้ทั้งผู้ใหญ่ รวมถึงเด็กออกมา พร้อมกับปรับรูปแบบของการดีไซน์ และปรับปรุงการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังรองรับการใช้งานของกลุ่มลูกค้าได้หลายอาชีพไม่ว่าจะเป็นทหาร นักการเมือง นักกีฬา ดารานักแสดง รวมไปถึงประชาชนธรรมดา ที่สำคัญเรย์แบนยังเป็น ต้นแบบ ให้กับแว่นตาแบรนด์หรูแบรนด์อื่น ในการผลิตแว่นตาที่มีลักษณะคล้ายๆ กันออกมาวางขายในท้องตลาดอีกด้วย

 

ขอบคุณภาพจาก : Youtube Chanel : Facebook

 

| ปฏิวัติวงการแว่นตารุ่นพ่อ สู่การเปิดตัว Smart Glasses รุ่นแรกของ Ray-Ban

 

หลังจาก The Luxottica Group บริษัทอุตสาหกรรมแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้ามารับช่วงต่อในการดูแล Ray-Ban ส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ของเรย์แบนมีความทันสมัยขึ้นมาเยอะมาก อย่างล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวกันไปก็ได้แก่ Smart Glasses รุ่น Stories หรือมีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Ray-Ban Stories โดยแว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้ได้รับความร่วมมือกับ Facebook ในการออกแบบและผลิตเป็นแว่นตารุ่นนี้ขึ้นมา

 

โดยคุณสมบัติอันโดดเด่นของ Ray-Ban Stories นี้คือ สามารถเชื่อมต่อกับทุกอย่าง ได้ผ่านแว่นตาอัจฉริยะอันนี้อันเดียว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพและอัดวิดีโอได้ที่ขาแว่น สามารถฟังเพลงได้แถมยังให้เสียงที่ชัด เชื่อมต่อโลกโซเชียลได้เพียงปลายนิ้ว อีกทั้ง ยังสามารถรับสายโทรศัพท์ขณะที่กำลังสวมแว่นตาอยู่ได้ด้วย

 

 

และเพราะความอัจฉริยะ "เกินไป"  ทำให้แว่นตา Smart Glasses รุ่นนี้

ถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงระดับประเทศขึ้นมา

 

หน่วยข่าวกรองของประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า แว่นตา Smart Glasses ของเรย์แบนรุ่นนี้ กลายเป็นไอเทมที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของประเทศเป็นอย่างมาก เพราะคุณสมบัติต่างๆ ของมัน เปรียบได้กับ Spy Gadgets เลยถูกสั่งห้ามไม่ให้มีการวางขายอย่างเด็ดขาดในประเทศรัสเซีย แถมยังมีข้อบังคับอีกด้วยว่า หากใครมีความพยายามที่จะสั่งซื้อมันผ่านทางอินเตอร์เน็ต คนๆ นั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายทันที

 

แต่สำหรับในประเทศไทยยังไม่ได้มีการห้ามไม่ให้จำหน่าย Ray-Ban Stories แต่อย่างใด แต่อาจจะรอการนำเข้ามาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการกันอีกที หรือใครอยากจะกดสั่งผ่านเว็บไซต์ของทาง Ray-Ban กันเลยก็ได้ สำหรับค่าตัวของแว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท* โดยมีให้เลือกหลายสี หลายเลนส์ และหลายแบบ ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้ที่ > คลิก

 

*อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ 17 ตุลาคม 2564

 

 

หลังจากนี้ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป ว่าอนาคตของแบรนด์แว่นกันแดดรุ่นพ่ออย่าง Ray-Ban นี้ จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์พวกเรากันอีก แต่ส่วนตัวเรามองว่าถ้าเราจับใจความกันได้ตั้งแต่ต้นจะเห็นว่าแบรนด์นี้เค้ามาพร้อมกับ ความฟลุ๊ค เหมือนกันนะ ลองคิดกันดูเล่นๆ สิ ว่าถ้ากองทัพสหรัฐมีคำสั่งให้บริษัทอื่นทำ ที่ไม่ใช่ Bausch & Lomb เราจะยังมีโอกาสได้รู้จักกับเรย์แบนกันอยู่ไหม

 

แล้วถ้าทอม ครูซไม่ได้ทำให้ความนิยมของเรย์แบนกลับมาได้ในตอนนั้นล่ะ ตอนนี้เรย์แบนจะเป็นอย่างไร แต่ใดใดก็คือความนิยมในตอนนี้ของเรย์แบน ดูเหมือนว่าจะไม่แผ่วเอาซะเลย โดยเฉพาะแว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรกของแบรนด์อย่าง Ray-Ban Stories นี้ ได้รับเสียงฮือฮาในหลายประเทศเยอะมาก นี่ถ้าเข้ามาวางขายในไทยเมื่อไหร่ เห็นทีเราจะได้โฉบเข้าไปลองเล่นดูแล้วแหละ อยากรู้เหลือเกินว่าความอัจฉริยะที่ทำให้บางประเทศกลัวได้แบบนี้ มันจะอัจฉริยะได้แค่ไหนเชียว !

 

👉🏼  สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการจะช็อปแว่นตาจาก Ray-Ban ก็สามารถเข้าไปช็อปได้ที่นี่เลยจ้าา > คลิก

กระซิบว่าตอนนี้มีคูปองส่วนลด 200 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาทอยู่ด้วยนะ ใครอยากได้รีบไปเก็บด่วน !

 


ขอบคุณข้อมูลจาก : Ray-Ban, TheMoscowTimes, Mentalfloss, Specsforvets, TheSunglassFix, 440Industries และ ChicagoTribune

  • avatar writer
    โดย imnat
    บ้าหนังสือ ชอบเที่ยว เวลาว่างก็อยากจะนอนนิ่งๆ :)
แสดงความคิดเห็น

โปรโมชันมาแรง

ลดเริ่ม 290.-

2 ธ.ค. 64 - 31 ธ.ค. 64

1,090.- (ปกติ 2,900.-)

7 ธ.ค. 64 - 31 ธ.ค. 64

ลดสูงสุด 70%

4 ธ.ค. 64 - 12 ธ.ค. 64

ทุกชิ้นลด 40%

7 ธ.ค. 64 - 8 ธ.ค. 64

บทความที่เกี่ยวข้อง