เปิดขั้นตอน "เช็กสภาพรถยนต์ด้วยตัวเอง" เติมความอุ่นใจก่อนเดินทาง ขับรถใกล้ - ไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น !

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer8 เม.ย. 2565 avatar writer255
เปิดขั้นตอน "เช็กสภาพรถยนต์ด้วยตัวเอง" เติมความอุ่นใจก่อนเดินทาง ขับรถใกล้ - ไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น !

 

เข้าสู่ช่วงเทศกาลแบบนี้ เปย์เป้ว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะมีแพลนเที่ยวอยู่เต็มหัวไปหมดเลยใช่ม้าา

 

อย่างบางคนไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนมานาน พอเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวทั้งที งานนี้ก็ขอเที่ยวกันให้หายคิดถึงสักหน่อย 😆 โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ที่มีแผนว่าจะใช้รถ-ใช้ถนนเดินทางไกลในช่วงนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการเช็กสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเช็กด้วยตัวเอง หรือจะพารถไปเช็กที่ศูนย์ก็ตาม วันนี้เปย์เป้เลยมีขั้นตอนเช็กสภาพรถยนต์ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ พร้อมด้วยพิกัดตรวจเช็กสภาพรถใกล้บ้านมาฝากกัน บอกเลยงานนี้ต่อให้จะต้องขับรถไปไกล หรือว่าใกล้แค่ไหนก็ไม่หวั่น แต่เห็นทีว่าจะหวั่นอย่างเดียวก็คือค่าน้ำมันนี่แหละ พุ่งแรงแบบฉุดไม่อยู่แล้ววว แหะ ๆ 😅 

 


 

 

🚙  สักแต่ว่าจะขับอย่างเดียวไม่ได้ !

อย่าลืมให้ความสำคัญกับการเช็กสภาพรถยนต์กันด้วย

 

ไหน สารภาพมาซะดี ๆ ตั้งแต่ขับรถมา มีใครยังไม่เคยพารถไปตรวจเช็กสภาพกันเลยบ้าง ? นี่แน่ะ เปย์เป้ขอตีมือก่อนเลยหนึ่ง ไม่ได้นะ อย่ามัวแต่ขับรถกันอย่างเดียว ต้องพารถของเราไปตรวจเช็กสภาพกันบ้างนะ ยิ่งรถใครที่มีอายุอานามค่อนข้างมากแล้วยิ่งต้องหมั่นพาไปเช็กอยู่เรื่อย ๆ เพราะการตรวจเช็กสภาพรถ ก็เหมือนกับการตรวจสุขภาพประจำปีของคนเรานี่แหละ ต่อให้หน้างานจะดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่บางทีสภาพข้างในอาจจะกำลังงอแงอยู่ก็ได้

 

โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่กำลังจะถึงนี้ ใครมีแพลนว่าจะต้องใช้รถในการขับออกต่างจังหวัดแล้วด้วย ยิ่งต้องรีบพาน้องไปตรวจสภาพกันด่วน ๆ เพราะการตรวจสภาพนี้นอกจากจะทำให้เรารู้ถึงประสิทธิภาพการทำงานของน้องทั้งภายนอก และภายในแล้ว ยังจะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหน้างานได้ ลองนึกภาพดูสิ... กำลังขับรถเที่ยวกันเพลิน ๆ รถของเราดันเกิดเสียกลางทางขึ้นมา แบบนี้ไม่หมดสนุกกันแย่หรอ ? เอาน่า... ขอให้คิดซะว่าเพื่อความปลอดภัยของเรา รวมถึงเพื่อนเดินทาง แถมยังช่วยเซฟค่าใช้จ่ายตั้งแต่เนิ่น ๆ ของเรากันได้ ดังนั้นรีบหาเวลาพาน้องไปเช็กสภาพ หรือจะเช็กสภาพด้วยตัวเองเบื้องต้นที่บ้านก่อนก็ได้ เดี๋ยวเปย์เป้มีวิธีมาฝาก

 


 

🚘 ขั้นตอนการตรวจสภาพรถด้วยตัวเองเบื้องต้น 🚧 

 

สำหรับขั้นตอนเช็กสภาพรถด้วยตัวเองนี้ เป็นขั้นตอนการเช็กแบบเบื้องต้นเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากเช็กสภาพด้วยตัวเองเบื้องต้นกันไปแล้ว อย่าลืมนำรถของเราไปเช็กกับพี่ ๆ ที่เป็นช่างมืออาชีพที่ศูนย์กันอีกทีด้วยนะฮะ ว่าแต่ขั้นตอนการตรวจสภาพรถเบื้องต้นจะมีอะไรกันบ้างนะ มาดูกันดีกว่าา 🤔 

 

  • อันดับแรก เช็กลมยางก่อนเลยว่าตอนนี้ยางของเราเป็นยังไงบ้าง ? สำหรับขั้นตอนการเช็ก เราสามารถเช็กควบคู่กันไปทั้งการมองด้วยตาเปล่า รวมไปถึงการลองขับรถดูว่าตอนนี้ลมยางของเราแข็งไป อ่อนไป หรือกำลังดี สำหรับระดับของลมยางที่แข็งไป อ่อนไป หรือกำลังดีที่ว่านี้ มีผลต่อการขับขี่ของเราแน่นอน อย่าง ลมยางที่แข็งไป จะส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนบนทางโค้งจะลดลง ประสิทธิภาพในการเบรกแบบกะทันหันจะทำได้ยากขึ้น ที่สำคัญความรู้สึกระหว่างขับจะไม่นุ่มนวล โดยเฉพาะใครที่จะพารถไปบุกป่าฝ่าดง การมีลมยางที่แข็งเกินไป อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการทำให้ยางระเบิดได้ 😱 

    ส่วนลมยางอ่อนไป  จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติ เวลาขับจะสัมผัสได้เลยว่ารถยนต์จะมีความโยกตัวกว่าปกติ แถมยังเสี่ยงต่อการระเบิดของยาง เนื่องจากแรงดันอากาศในยางจะค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นไปเรื่อย ๆ ระหว่างขับ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหลังจากที่เราเช็กกันเบื้องต้นแล้วว่าตอนนี้ลมยางของเราอยู่ในระดับไหน ก็ควรพาไปให้ช่างเช็กกันที่ศูนย์อีกรอบ ถ้าลมยางแข็งไปจะได้ปล่อย หรือลมยางอ่อนไปจะได้เติมนะฮะ

 

  • ขั้นตอนต่อไป ได้เวลาเช็กระบบเบรก และน้ำมันเบรกกันต่อบ้าง สำหรับขั้นตอนนี้ก็ต้องใช้ 2 วิธี ก็คือ การสังเกตด้วยตาเปล่าว่าน้ำมันเบรกของเราลดลงกว่าระดับที่กำหนดเอาไว้หรือยัง (ระดับที่ถูกต้องจะต้องอยู่ระหว่าง MIN และ MAX)  ถ้ายัง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเติม เพราะยิ่งเราเติมน้ำมันเบรกเข้าไป ถึงแม้ว่าระดับของน้ำมันยังไม่พร่องลง มันก็แทบจะไม่ทำให้เกิดผลดีอะไร ดังนั้นควรเติมก็ต่อเมื่อน้ำมันลดลงกว่าเกณฑ์ที่ระบุไว้เท่านั้น

    ส่วนระบบเบรก อันนี้เราสามารถเช็กประสิทธิภาพจากเวลาที่เราเบรกระหว่างขับรถกันได้ แต่รู้สึกว่าเบรกฝืด ๆ หรือเบรกแล้วไม่ค่อยไป อันนี้ก็ขอให้เดาไว้ก่อนเลยว่า ผ้าเบรกของเราอาจจะเสื่อมประสิทธิภาพแล้ว จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนใหม่น้า

  • อย่าลืมเติมน้ำมันให้พร้อมก่อนออกเดินทางกันด้วย ! บอกเลยว่าเหตุการณ์น้ำมันเกือบหมดเคยเกิดขึ้นกับเปย์เป้มาแล้ว แถมความลำบากในตอนนั้น คือ เปย์เป้ขับลงมาจากดอย ซึ่งระหว่างทางปั้มน้ำมันเป็นสิ่งที่หายากมากถึงมากที่สุด แต่สุดท้ายรอดมาได้ นับว่าโชคดีมาก ๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ทุกคนหมดสนุก หรือเกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันแบบเปย์เป้ เพื่อน ๆ อย่าลืมเช็กระดับน้ำมันกันด้วยว่าเพียงพอสำหรับความต้องการของเราหรือเปล่า หรือลองสำรวจสภาพเส้นทางกันก่อนเบื้องต้นว่าถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ระหว่างการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของเรา มีปั้มน้ำมันระหว่างทางมากน้อยแค่ไหน จะได้ไม่เป็นภาระหน้างานกันนะ 

    อ้อ อีกเคสนึงที่ต้องระวังเลย ก็คือ เกจ์น้ำมันของรถบางคันอาจจะมีปัญหา ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำมันแบบเป๊ะ ๆ ได้ อันนี้ก่อนออกเดินทางอย่าลืมพารถไปพบช่างกันก่อน เพราะเกจ์น้ำมันพัง ก็ไม่ต่างอะไรจากการปิดตาขับรถข้างนึง เพื่อให้เตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง อย่าลืมไปให้ช่างซ่อมกันก่อนเด้อ

 

 

  • ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ที่ปัดน้ำฝนก็เช่นกัน อย่าได้มองข้ามกันโดยเด็ดขาด ต่อให้เป็นหน้าร้อน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ บางทีฟ้าฝนก็มักจะเล่นตลกกับเรา ดังนั้นเราก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหน้างานกันด้วย อันดับแรกเราควรตรวจสอบที่ปัดน้ำฝนของเรากันก่อนว่าตอนนี้การทำงานของน้องยังดีอยู่ไหม มีงอแงปัดไม่ขึ้นหรือเปล่า ถ้าปัดไม่ค่อยได้ หรือปัด = ไม่ปัด ก็ได้เวลาพาน้องไปเปลี่ยนยางที่ปัดน้ำฝนกันโล้ด 

    อีกสิ่งหนึ่งที่มาควบคู่กันกับที่ปัดน้ำฝน ก็คือน้ำฉีดกระจก อันนี้ก็อย่าลืมเช็กกันด้วยว่าระดับน้ำพร่องลงไปมากแล้วหรือยัง ถ้าพร่องไปมากแล้วก็เติมไว้สักหน่อยก็ดี จะได้หายใจโล่งขึ้นมาหนึ่งเปราะ 🤣 

  • ขั้นตอนต่อไปได้เวลามาเช็กระบบแบตเตอรี่รถยนต์กันบ้าง ! สำหรับขั้นตอนนี้ถ้าเอาให้ชัวร์ เปย์เป้แนะนำว่าควรพาน้องไปเข้าศูนย์เช็กแบบละเอียด ๆ อีกทีจะดีกว่ามาก แต่เบื้องต้นอาจจะเช็กด้วยตัวเองคร่าว ๆ กันก่อนไม่ว่าจะเป็น อายุของแบตเตอรี่ ว่าล่าสุดที่เราได้พาน้องไปเปลี่ยนแบตคือเมื่อไหร่ นานแล้วหรือยัง หรือถ้ายังก็ลองนับดูซิว่าใช้งานน้องมากี่ปีแล้ว ถ้าเกิน 1 ปีขึ้นไป รีบพาน้องไปเช็กสภาพ แล้วเปลี่ยนแบตกันด่วน ๆ เพราะโอกาสที่น้องจะงอแงมีสูงมาก

    อย่างต่อไปได้แก่การ เช็กระดับน้ำกลั่น  ถ้ารถคันไหนต้องใช้น้ำกลั่นแบบเติม ก็ต้องหมั่นเช็กให้เป็นนิสัยทุก ๆ เดือน หรือถ้ารถคันไหนเป็นน้ำกลั่นแบบกึ่งแห้งก็ควรเช็กทุก ๆ 6 เดือน ถ้าน้ำกลั่นพร่องลง ก็ใช้วิธีจัดการเดิมเลยก็คือ เติมซะ จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลานเด้อ

  • ระบบภายในใครว่าไม่สำคัญ ซึ่งระบบภายในที่เราจะพูดถึงกันก็ได้แก่ ระบบช่วงล่าง รวมถึงระบบทำความเย็นต่าง ๆ เพราะระบบต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นส่วนเสริมที่ทำให้การเดินทางของเราราบรื่นไม่มีสะดุด ถ้าหากเราพบว่าการเคลื่อนตัวของรถมีปัญหา หรือมีเสียงดังกึก ๆ ขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงระบบทำความเย็นที่เสีย หรือพยายามเร่งความเย็นมากแค่ไหน แต่ก็ดูเหมือนระบบความเย็นยังทำงานไม่เต็มที่ เห็นทีจะได้เวลาพาไปพบช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษากันซะแล้ว

 

 

  • สุดท้ายก็ได้แก่ การเช็กความพร้อมของระบบไฟ, กระจกมองข้าง, กระจกมองหลัง และสภาพรอบตัวรถ ระบบไฟใครว่าไม่สำคัญ ไม่รู้เพื่อน ๆ เคยเจอรถที่ระบบไฟเสีย ติดข้างเดียว รวมถึงไม่ติดเลยกันไหม บอกเลยว่าทำเอาคนขับตามหลังอย่างเราห่วงหน้าพะวงหลังไม่ไหว ยิ่งต้องมาเจอตอนที่กำลังขับรถเพลิน ๆ บอกเลยว่าหงุดหงิดมาก ดังนั้น เห็นตัวอย่างกันมาแล้วแบบนี้ ก็อย่าปล่อยให้รถของเราเป็นภาระของท้องถนนกันเลย

    นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกระจกมองข้าง และกระจกมองหลังด้วยเช่นกัน เพราะถ้าหากเกิดการเสียหาย นั้นถือว่าส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่ของเรากันได้เลยนะ ที่สำคัญสภาพโดยรอบตัวรถนั้นก็สำคัญ ใส่ใจทุกอย่างกันมาขนาดนี้ หันมาใส่ใจภาพโดยรวมของรถบ้าง จะได้พร้อมพาน้องออกเดินทางไปท่องโลกกว้างด้วยกันแบบสบายอก สบายใจยังไงล่าาา

 


 

🔨  เช็กเบื้องตันด้วยตัวเองกันไปแล้ว

เพื่อความสบายใจ อย่าลืมไป "เช็กให้ชัวร์" ที่ศูนย์กันอีกทีด้วยนะ !

 

มาฮะ สำหรับใครที่กำลังมองหา และอยากรู้ว่าเราจะสามารถไปตรวจเช็กสภาพรถที่ไหนดี เปย์เป้ได้จัดการรวบรวมศูนย์บริการรถยนต์ พร้อมพิกัดให้เพื่อน ๆ ได้ไปเช็กศูนย์บริการใกล้บ้านมาฝากกันแล้ว ซึ่งข้อดีของการตรวจเช็กสภาพรถที่ศูนย์ โดยปกติแล้วทางศูนย์เค้าจะมีรายการตรวจสภาพรถยนต์กันไว้อยู่แล้ว ตรวจทีก็ครอบคลุมไปหมดทุกส่วนของตัวรถกันเลย  ที่สำคัญผู้ใช้บริการอย่างเรา สามารถเลือกได้เลยว่าจะตรวจกี่รายการ ปกติแล้วก็จะมีด้วยกันดังนี้

 

  • ระยะดึงเบรกมือ
  • ระยะฟรีแป้นเหยียบเบรก
  • ความเร็วรอบเดินเบา
  • ไส้กรองแอร์
  • ที่ปัดน้ำฝน และน้ำยาฉีดกระจก
  • สายพานหน้าเครื่องยนต์
  • หม้อน้ำ ฝาหม้อน้ำ ท่อยางหม้อน้ำ และระบบหล่อเย็น
  • น้ำมันเครื่อง
  • ไส้กรองอากาศ
  • น้ำมันเบรก
  • แบตเตอรี่และน้ำกลั่น
  • น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์
  • หัวเทียน
  • ฯลฯ

 

ต่อไปก็ได้เวลามาเช็กกันต่อ

ว่าใกล้ตัวเรามีศูนย์บริการรถยนต์ที่ไหนกันบ้าง 🤔 

 

 

ศูนย์บริการ FIT Auto by PTT Station

📍 เช็กสาขาที่ให้บริการได้ที่นี่ > คลิก

 

 

ศูนย์บริการ B-Quik

📍 เช็กสาขาที่ให้บริการได้ที่นี่ > คลิก

 

 

ศูนย์บริการ Cockpit

📍 เช็กสาขาที่ให้บริการได้ที่นี่ > คลิก

 

 

ศูนย์บริการ TYREPLUS

📍 เช็กสาขาที่ให้บริการได้ที่นี่ > คลิก

 


 

💭 นอกจากบรรดาศูนย์บริการที่เปย์เป้แนะนำไปด้านบนนี้แล้ว เพื่อน ๆ อย่าลืม ศูนย์บริการรถยนต์ของตัวเอง กันอีกที่นึงด้วย เพราะแน่นอนว่าสามารถเข้ารับบริการได้ทุกสาขาทั่วประเทศ อีกทั้งยังอาจจะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ยี่ห้อนั้น ๆ กันอีกด้วย ดังนั้น ก่อนออกเดินทางไกล นอกจากจะตรวจเช็กสภาพรถยนต์ด้วยตัวเองเบื้องต้นกันแล้ว อย่าลืมพาน้องเข้าศูนย์เพื่อเช็กให้ชัวร์อีกสักรอบกันด้วยน้า

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ที่นี่

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง :)
แสดงความคิดเห็น