ว่าด้วยเรื่อง 'ของฝาก' ฝากแบบไหน ให้ไม่ลำบากใจคนซื้อ ?

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer27 ก.ค. 2566 avatar writer349
ว่าด้วยเรื่อง 'ของฝาก' ฝากแบบไหน ให้ไม่ลำบากใจคนซื้อ ?

 

สังคมไทย สังคมแห่งการให้

ที่บางทีก็นำพามาซึ่งความอึดอัดใจ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน

 

 

บทความนี้เราอยากจะชวนเพื่อนสายช็อปและสายเที่ยวทุกคนมา Discuss กันเกี่ยวกับปัญหาที่เรามักจะชอบเจอกัน อย่างปัญหาเรื่อง ของฝาก และ ของฝาก (ซื้อ)  ที่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนยุ่งยากลำบากใจเวลาไปเที่ยว และยิ่งได้ชื่อว่าพวกเราเติบโตในสังคมแห่งการให้ เราควรจะปรับตัวกันยังไง ให้ของฝากและของฝากซื้อต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดความสบายใจกับทั้งตัวผู้ให้และผู้รับมากที่สุด

 


 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมแห่งการให้

 

ก่อนอื่นเรามาวิเคราะห์ความหมายของคำว่า ของฝาก และ ของฝากซื้อ ในมุมมองของตัวเองกันก่อนดีกว่า ส่วนตัวเราถ้าพูดถึง ของฝาก เราจะนึกถึงข้าวของ ของกิน ของใช้ หรืออะไรก็ตามแต่ ที่มีคนซื้อให้จากสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยสิ่งของชิ้นนั้นอาจจะเป็นตัวแทนของสถานที่ หรือจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาที่ผู้ให้ได้ทำการส่งมอบมันให้กับเราเป็นที่ระลึก

 

ตัดภาพมาในมุมของ ของฝากซื้อ  สำหรับของฝากซื้อจะเป็นของที่เรา เกิดมีความอยากได้ในสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งขึ้นมา ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้อีกเช่นกัน นับตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของกิน ของใช้ โดยเราได้ทำการฝากให้คน ๆ หนึ่งซื้อกลับมาให้ อาจจะเพราะด้วยราคาที่ถูกกว่า หรือการหาซื้อได้ง่ายกว่า ซึ่งหลังจากที่เราได้สิ่งของชิ้นนั้น ๆ มาแล้ว เราจะต้องทำการจ่ายเงินให้กับคนที่รับฝากกันอีกที หรืออาจจะฝากเป็นเงินไปตั้งแต่ตอนก่อนออกเดินทางเลยก็ได้

 

 

 

 

เราจะเห็นได้ว่าจุดประสงค์ของ ของฝาก และ ของฝากซื้อ มีความแตกต่างกัน แต่ก็ไม่วายว่าทั้งสองอย่างนั้นจะนำพาความลำบากใจ หรือว่าว้าวุ่นใจมาให้กับคนที่ซื้อหรือรับฝากซื้อในภายหลังได้ จนถึงขั้นมีการตั้งกระทู้คำถามเกี่ยวกับการรับฝากหรือซื้อของฝากเกิดขึ้นมากมายบนโลกออนไลน์ โดยผู้ที่แสดงความคิดเห็นทั้งหลายก็มีทั้งกลุ่มที่รับฝากซื้อของอยู่แล้วเป็นปกติ กับกลุ่มที่ไม่รับฝาก หรือแม้กระทั่งซื้อของฝากให้ใครเลย คำถามคือ ถ้าไม่ซื้อ หรือไม่รับฝากซื้ออะไรเลย จะผิดไหมถ้าอิงจากพื้นฐานสังคมแห่งการให้อย่างบ้านเรา

 

 

 

 

คำตอบของคำถามข้อนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกใจของแต่ละคนล้วน ๆ บางคนอาจจะไม่ได้ติดอะไรเลยถ้าจะมีคนฝากซื้อของ หรือจะต้องเดินดูของให้ใคร แต่โดยส่วนใหญ่ถ้ามีในเรื่องของความ ไม่สบายใจ  ขึ้นมา แน่นอนว่าสาเหตุหลักของมันไม่ได้อยู่ที่คนที่สะดวกใจที่จะซื้อ แต่จะอยู่ที่คนที่ไม่สะดวกใจที่จะซื้อ หรือรับฝากซื้อของจากใครกันมากกว่า

 

จริงอยู่ที่ว่ามนุษย์เราใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของการอยากเป็นที่รัก หรืออยากได้รับการยอมรับจากคนทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์ในแต่ละสังคม  แตกต่างกัน  นั้นอยู่ที่ทัศนคติที่ถูกพร่ำสอนต่อกันมา เราอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า พื้นฐานของคนเอเชียเป็นคนที่ขี้เกรงใจ ต้องการการยอมรับนับถือจากผู้คนมาก ไม่ค่อยกล้าแสดงออก หรือกล้าแสดงความคิดเห็นเหมือนอย่างคนตะวันตก  ซึ่งนั่นมันก็ได้รับการถ่ายทอดต่อกันมา รวมไปถึงทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวกันด้วย

 

บางคนอาจจะมัวสนใจในสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับตัวเอง จนลืมที่จะนึกถึงหรือถามความรู้สึกของตัวเองจริง ๆ ว่าเราแฮปปี้กับมันจริงไหม อยากจะทำในสิ่ง ๆ นั้นจริงหรือเปล่า ซึ่งนี่ถือว่าเป็นจุดอ่อน ที่ส่งผลทำให้เมื่อเกิดความรู้สึกอยากปฏิเสธ แต่ทำไม่ได้  ผลลัพธ์ที่ตามมาก็จะกลายเป็นการเก็บกด หรือว่าลำบากใจแทน

 

 


 

ให้มาก ลำบากใจ แต่จะให้ยังไงถึงจะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย ?

 

ก่อนอื่นเราต้องถามตัวเองกันก่อนว่า เราสะดวกใจแบบไหน  โดยที่ตัดเงื่อนไขของการอยากเป็นที่ยอมรับ หรือว่าอยากเป็นที่น่าประทับใจทั้งหลายออกไปให้หมด ถ้าเรามีความตั้งใจเอาไว้อยู่แล้วว่าจะซื้อหรือรับฝากซื้อของจากคนอื่น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องมา Discuss หรือหาคำตอบจากมันกันอีก แต่สำหรับคนที่ยังมีความพะว้าพะวง โดยมีเหตุผลอย่างการกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ หรือว่าจะถูกมองไม่ดี อันนี้เห็นทีว่าจะต้องนึกถึงความรู้สึกของตัวเองกันให้มากกว่านี้

 

การบอกปฏิเสธ หรือไม่ Say Yes ให้กับทุกอย่างไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

เพราะถ้าเราไปอยู่ในสังคมที่เขาเคยชินกับการบอกปัด

หรือกล้าแสดงความคิดเห็นกันแบบตรง ๆ

เราอาจจะไม่รู้สึกแปลกเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

จริงอยู่ที่ว่าถ้าเราซื้อของฝาก หรือรับฝากซื้อของอะไรสักชิ้น มันจะนำพามาด้วยการชื่นชม หรือถูกมองว่าเราเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ถ้า ณ ขณะนั้นเราไม่พร้อม ไม่สะดวก หรือว่าไม่ได้มีเวลาว่างในการไปตามล่าหาของให้ใคร ส่วนตัวเรามองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไรเลย บางคนอาจจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างประนีประนอม ด้วยการบอกกับคนที่ตั้งใจมาฝากซื้อของไว้ก่อนเลยว่า ไม่รับปากว่าจะได้นะ แต่ถ้ามีเวลาจริง ๆ เดี๋ยวดูให้

 

อย่างในมุมมองของคนฝาก ถ้าต้องการจะฝากซื้อสิ่งของหรืออะไรก็ตามแต่ อันเดิมแรกเราควรประเมินน้ำหนัก หรือพิกัดที่วางขายสิ่งของชิ้นนั้นกันก่อน ว่าหาได้ง่ายไหม  มีวางขายอยู่ทั่วไปหรือเปล่า สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมถามความสะดวกใจของคนรับฝาก หรือเอาง่าย ๆ คือห้ามคาดหวังว่าเราจะต้องได้สิ่งของชิ้นนั้น ๆ กลับมา

 

เพราะการฝากคนอื่นซื้อของ อย่างน้อยเราต้องเผื่อใจเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าโอกาสที่มันจะไม่ได้ก็มี หรือไม่ก็พูดเผื่อไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มฝากให้ผู้รับฝากได้สบายใจไว้ก่อนเลยว่า ถ้าไม่ได้ ไม่เป็นไร  หรือถ้าไม่ผ่านร้านนั้น ไม่ได้แวะไปแถวนั้นทางเราก็ไม่ซีเรียส เพื่อเพิ่มความสบายใจให้กับคนที่รับฝาก และเพื่อที่ว่าการฝากของเราจะได้ไม่ไปกระทบกับความรู้สึกหรือแผนการเดินทางของเขา

 

เพราะเวลาที่เราไปเที่ยว หรือเดินทางไปต่างประเทศ เราไม่รู้หรอกว่าทางข้างหน้าเราจะต้องเจออะไรบ้าง บางคนเดินทางคนเดียวยิ่งแล้วใหญ่ ดังนั้น เราเลยต้องยกเอาการอยากได้รับความรัก รวมไปถึงการยอมรับจากคนอื่นไว้ข้างหลัง การถูกคนอื่นมองว่าไม่มีน้ำใจ ใจแคบ ไม่นึกถึงคนอื่น เป็นเรื่องที่ปกติมากในสังคมทุกวันนี้ ดังนั้น ถ้าเป็นสถานการณ์ในลักษณะนี้ เราควรนำเอาความกล้าที่อาจจะหลบอยู่ที่ไหนสักแห่งในตัวออกมาใช้ สิ่งไหนที่เราทำแล้วสบายใจก็ขอให้ทำ แต่ถ้าไม่สะดวกใจ หรือถ้าทำแล้วตัวเราจะไม่สบายใจในภายหลัง

 

 

จากเดิมที่ Say Yes เราก็สามารถเปลี่ยนมา Say No ให้กับสิ่ง ๆ นั้นได้

ถ้ามันจะนำพามาซึ่งความสบายใจให้กับตัวเราในภายหลัง

 

 


 

💭 สุดท้ายนี้เราอยากจะชวนเพื่อน ๆ ทุกคนเข้ามา Discuss กันในประเด็นเรื่องของ การรับฝากและซื้อของฝาก  ว่าทุกคนเคยเจอสถานการณ์อันน่าอึดอัดอะไรเกี่ยวกับการรับฝากหรือซื้อของฝากนี้กันบ้าง แล้วมีวิธีการแก้ปัญหายังไง มาแชร์เรื่องราวของตัวเองให้อ่านกันหน่อยเร็ว !

 

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ที่นี่

 

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทำตามความฝันให้สำเร็จ :)
แสดงความคิดเห็น