ขับรถเที่ยวทางไกลช่วงหยุดยาว ต้องเช็กรถยนต์ยังไงนะ ?

โดย tira.Cha
ลงเมื่อ 4 ม.ค. 65
ขับรถเที่ยวทางไกลช่วงหยุดยาว ต้องเช็กรถยนต์ยังไงนะ ?

 

ใกล้วันหยุดยาวแล้วทั้งที หลายคนน่าจะมีแพลนไปเที่ยวทางไกล หรือไม่ก็วางแผนกลับบ้านเกิดอยู่แน่ และการเดินทางเที่ยวด้วยรถยนต์ส่วนตัวในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงโควิด-19 ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะยืดหยุ่นหรือบริหารเวลาการเดินทางได้ตามใจแล้ว ยังสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลหากต้องเดินทางร่วมกับคนแปลกหน้าเป็นระยะเวลานานๆ

 

นอกจากเรื่องประกันรถยนต์ที่ต้องพร้อมแล้ว การนำรถยนต์ออกไปขับทางไกลโดยไม่ตรวจเช็กสภาพต่างๆ ให้ดีก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แม้เราจะมีประกันรถยนต์แต่ก็ไม่ควรประมาท แล้วมีส่วนไหนที่เราจะต้องนำเข้าไปตรวจเช็กเป็นพิเศษบ้างนะ ?

 

เบื้องต้นแล้ว คุณควรเช็กสภาพรถก่อนเดินทางสัก 1 อาทิตย์ เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ที่จะนำไปขับทางไกลจะไม่มีปัญหา หรือหากมีอะไรที่ต้องแก้ไข จะได้ซ่อมแซมได้ทันก่อนวันเดินทาง โดยสิ่งที่เราควรเช็ก มีดังนี้

 


 

เช็กสภาพรถยนต์ภายใน

 

| เช็กสภาพรถยนต์ภายใน 

 

  • ระบบเบรคต่างๆ อย่าง น้ำมันเบรค ผ้าเบรค และน้ำมันเครื่อง โดยเฉพาะตรวจเช็กจุดรั่วซึมต่างๆ , เช็กสีของน้ำมัน เพื่อให้อุปกรณ์ทุกอย่างอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ปกติที่สุด หากมีเสียงเบรคแปลกๆ คุณอาจแจ้งเพื่อให้ช่างตรวจเช็กให้ได้

 

  • แบตเตอรี่รถยนต์และสายไฟ เช็กให้เรียบร้อยว่าไม่มีปัญหา และอยู่ในสภาพพร้อมสำหรับการเดินทาง หากแบตฯ เริ่มเสื่อมหรือไฟอ่อน หรือหากถึงกำหนดแล้วก็ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ทันที รวมถึงตรวจสอบสายไฟต่างๆ ภายในรถยนต์ด้วย

 

  • ระบบหม้อน้ำและท่อยาง อย่างหม้อน้ำต้องสะอาด ไม่มีเศษฝุ่นหรือเศษใบไม้ติดอยู่ ส่วนท่อยางควรอยู่ในสภาพดี ไม่เปื่อยยุ่ยหรือฉีกขาด เพราะอาจทำให้ความร้อนขึ้นสูงจนเครื่องยนต์พังได้  

 

  • เช็กโช๊คอัพ หรือช่วงล่างของรถยนต์ ทั้งจุดรั่วซึมของคราบน้ำมัน, สังเกตการคืนตัว รูปทรง ว่ายังทำงาน และมีรูปทรงเดิมหรือไม่ รวมไปถึงตรวจเช็กสภาพหลังการทดลองใช้งานว่าใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ด้วย

 

  • ระบบปรับอากาศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำยาแอร์, ไส้กรองแอร์ นอกจากจะช่วยให้แอร์เย็นสบายตลอดการเดินทางแล้ว ยังช่วยกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่หมักหมมในแอร์ได้ดีอีกด้วย

 


 

เช็กสภาพรถยนต์ภายนอก

 

| เช็กสภาพรถยนต์ภายนอก |

 

  • เช็กความพร้อมรอบตัวถังรถ ว่ามีอะไรเสียหาย ต้องซ่อมแซมหรือไม่ ? และอะไหล่สำรองต่างๆ ของรถยนต์ ยังสามารถใช้งานได้หรือไม่ หากต้องเปลี่ยนฉุกเฉินในสถานการณ์จริง อะไหล่ต่างๆ จะยังใช้งานได้ดี

 

  • กระจกข้าง กระจกมองหลัง และควรเคลือบกระจกรอบคัน เพื่อไม่ให้น้ำเกาะกระจก และช่วยให้เรามีทัศนวิสัยดีขึ้นตลอดการขับขี่ รวมไปถึงที่ปัดน้ำฝน ว่าทั้ง 2 ข้างปัดได้ดี ไม่เปื่อย ไม่ชำรุด

 

  • ระบบไฟส่องสว่างต่างๆ ในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าในแต่ละระดับ, ไฟท้าย, ไฟเบรค, ไฟเลี้ยว, ไฟตัดหมอก และไฟฉุกเฉิน ต้องสามารถใช้งานได้ปกติ รวมทั้งสังเกตไฟเตือนต่างๆ ว่ายังทำงานได้ดีหรือไม่

 

  • เช็กลมยาง สภาพล้อรถ รอยแตกของยางล้อรถ และความลึกของดอกยางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง รวมไปถึงแรงดันลมยาง ที่ควรมีแรงดันตามความเหมาะสมของรถแต่ละประเภท เช่น รถเก๋งทั่วไป ควรมีแรงดันลมยาง 30 - 32 PSI หรือ รถกระบะ ควรมีแรงดันลมยาง 36 - 38 PSI เป็นต้น

 

  • กล้องติดหน้ารถ ลองเช็กดูว่ากล้องยังใช้งานได้ปกติหรือไม่ มุมที่ติดตั้งกล้องเห็นเหตุการณ์ชัดเจนไหม ? ที่สำคัญต้องไม่มีปัญหาในเรื่องไฟล์ความจำเต็ม

 



ตรวจเช็ครถยนต์

 

การนำรถยนต์ไปตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะได้รถยนต์ที่สภาพดี พร้อมใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ได้มาก หรือสำหรับใครที่ยังคงกังวลกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการท่องเที่ยววันหยุดยาว การมีประกันรถยนต์ หรือทำประกันเกี่ยวกับอุบัติเหตุเอาไว้ในช่วงที่ต้องเที่ยวทางไก ย่อมช่วยให้คุณอุ่นใจได้ตลอดการเดินทาง

 

และสำหรับใครยังมองหาประกันรถยนต์ที่คุ้มครองได้ตรงใจ ลองคลิกมาปรึกษากับ แรบบิท แคร์ สิ เพราะที่นี้ นอกจากจะเป็นโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ที่คุณเชื่อถือได้แล้ว ที่นี้ยังพร้อมให้คำแนะนำ และบริการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้คุณได้เบี้ยประกันที่โดนใจอย่างแน่นอน !

  • avatar writer
    โดย tira.Cha
    Reading, it's the third best thing to do in bed.
แสดงความคิดเห็น

โปรโมชันมาแรง

ลดทุกใบไม่เกิน 999.-

12 ม.ค. 65 - 31 ม.ค. 65

เริ่ม 500.-

18 ม.ค. 65 - 25 ม.ค. 65

ลดทุกชิ้น 60%

13 ม.ค. 65 - 3 ก.พ. 65

บทความที่เกี่ยวข้อง