ตกเครื่อง ไปไม่ทัน ทำไงดี? ปันโปรเรามีคำตอบ!

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer10 ม.ค. 2563 avatar writer8.8 K
ตกเครื่อง ไปไม่ทัน ทำไงดี? ปันโปรเรามีคำตอบ!

‘ตกเครื่อง’ เหตุการณ์ที่นักเดินทางทั้งหลายไม่อยากให้เกิด 
แต่เมื่อเกิดแล้วเราจะรับมือยังไง? จะต้องทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก? 
วันนี้ปันโปรเรามีคำตอบมาให้แล้ว!


    เชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงเคยผ่านประสบการณ์ไปขึ้นเครื่องไม่ทันกันมาบ้างแล้ว หรือบางคนแค่เกือบๆ แต่กลับเอาตัวรอดมาได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือบุญเก่าที่สั่งสมมา ถ้าเพื่อนๆ คนไหนยังไม่เคยผ่านประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นนี้อาจจะต้องมีการเตรียมตัว เตรียมใจกันไว้บ้าง เพราะนอกจากวางแผนการเดินทางแล้ว เราจะต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นอีก งานนี้บอกเลย.. ใครพร้อมกว่าคนนั้นสบาย~

 

 

    เมื่อพูดถึงปัญหาที่มักจะพบระหว่างการเดินทางทุกคนจะนึกถึงปัญหาอะไรกันบ้าง? 

  • เจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ

  • ของและเอกสารสำคัญหาย เช่น พาสปอร์ต

  • การไปไม่ทันนัดหมาย โดยมีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของตัวเองรวมถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น รถติด พายุเข้า หิมะถล่ม ฯลฯ

    ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการเดินทางได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินทางไปสนามบินไม่ทัน ส่งผลทำให้ตกเครื่อง ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเราประสบกับปัญหานี้ขึ้นมา จะต้องทำยังไงต่อไป มาดูกัน!

 


 

    ขึ้นเครื่องไม่ทัน ปัญหาที่คนมักจะเจอกับการเดินทางทั้งขาไปและขากลับ (หรือในที่นี้มีใครเคยขึ้นเครื่องไม่ทันทั้งสองรอบเลยบ้าง ไหนแสดงตัวหน่อยซิ) ซึ่งสาเหตุของการไปขึ้นเครื่องไม่ทันนั้นก็มีตั้งแต่ ปัญหาเรื่องของการจราจรที่ล้าช้า ดูเวลาขึ้นเครื่องผิดเลยทำให้ไปไม่ทัน ไม่เผื่อเวลาในการเช็กอิน โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต้องต่อเครื่องนั้นยิ่งต้องดูให้ดี เพราะเวลาในท้องถิ่นนั้นอาจไม่ตรงกันเลยทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ หรือแม้แต่การเปลี่ยนสถานที่เช็กอินกะทันหัน ไปผิดสนามบิน รวมไปถึงหนังสือเดินทางหายหรือชำรุด

 


วิธีปฏิบัติเมื่อตกเครื่อง

    ตกเครื่องแล้วก็ไม่ต้องโวยวาย เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรที่เกิดขึ้นแล้วได้ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือต้องรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น ส่วนวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อตกเครื่องบินจะเป็นยังไง มาดูกัน!

 

    1. ทำใจร่มๆ เมื่อรู้ตัวว่าตกเครื่อง

    ข้อแรกนี้สำคัญที่สุดเลยจ้ะ สติต้องมาก่อนเป็นอันดับหนึ่ง เชื่อเราเถอะต่อให้สถานการณ์มันจะแย่สักแค่ไหน แต่ถ้าเราสามารถควบคุมอารมณ์และการแสดงออกของตัวเองได้ รับรองว่าทุกอย่างจะง่ายขึ้นเยอะ

 

    2. ติดต่อสายการบินทันที

    โดยเจ้าหน้าที่สายการบินจะสอบถามถึงสาเหตุว่าทำไมเราถึงตกเครื่อง  ซึ่งกรณีนี้เราสามารถอธิบายพร้อมกับให้เหตุผลประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เลย พยายามเน้นเหตุผลให้มากๆ ถ้าอ้างว่าตื่นสายมาไม่ทัน อันนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะจ๊ะ

    📍 แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการของสายการบินว่าจะมีการรับมือกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ยังไง บางสายการบิน (ส่วนมากจะเป็นฟูลเซอร์วิส) จะมีการชดเชยหรือให้สิทธิประโยชน์ในการออกตั๋วใหม่ให้ แต่ถ้าเป็นตั๋วช่วงโปรโมชันหรือสายการบินโลว์คอร์สอาจจะไม่ได้ร่วมตรงนี้ด้วย เอาเป็นว่าพยายามควรตรวจสอบข้อมูลก่อนทุกครั้งน้าา

    และหลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการออกตั๋วใหม่ โดยที่เจ้าหน้าที่จะเสนอเที่ยวบินที่เร็วที่สุดมาให้เรา (ตรงนี้ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าการซื้อแบบปกติ) หรือถ้าไม่โอเคยังไงลองสอบถามหรือขอคำแนะนำจากพี่ๆ สายการบินได้เลย แต่บอกก่อนว่าไม่ใช่ทุกสายการบินนะที่สามารถออกตั๋วใหม่ให้เราได้ อันนี้ต้องเช็กดูกันอีกทีเด้ออ

 

    3. ได้ตั๋วใหม่…ก็ต้องเริ่มต้นใหม่

    หลังจากเคลียร์กับทางสายการบินจนได้ตั๋วใหม่เป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือเราต้องดำเนินการทุกอย่างตั้งแต่ต้น ดังนั้นเผื่อเวลาดีๆ เพราะการได้บินเร็วอาจจะทำให้เราต้องทำทุกอย่างเร็วตามไปด้วย ถ้าไม่ได้รีบมากแนะนำว่าให้เวลากับตรงนี้เยอะๆ เลยน่าจะดีกว่า

 



วิธีการป้องกันการตกเครื่อง

    1. ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางอย่างละเอียด

    ในส่วนนี้หมายถึงข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่วันและเวลาที่เครื่องจะออก เกต สนามบิน รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ อาทิ พาสปอร์ต แพลนการเดินทาง ใบจองที่พัก ในกรณีที่เดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เตรียมแลกเงินมาให้พร้อม ถ้ายังไม่ได้แลกก็ควรที่จะต้องเผื่อเวลาให้มากกว่าเดิมไปอีก

 

    2. ไปถึงสนามบินล่วงหน้า

    ซึ่งล่วงหน้าในที่นี้ไม่ใช่แค่ 1 ชั่วโมงนะ ยิ่งถ้าเราไม่คุ้นชินกับการเดินทาง หรือเป็นคนหลงๆ ลืมๆ ทำอะไรต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อันนี้แนะนำให้เผื่อเวลาให้มากๆ สัก 3-4 ชั่วโมงไปเลยยิ่งดี หรือถ้าใครเดินทางช่วงเทศกาล คนจะยิ่งเยอะกว่าปกติ แถวเช็กอินอาจจะยาวเหยียด ดังนั้นเราจะเสียเวลากับตรงนี้ไปมาก ถ้ามีเวลาเหลือเฟือก็อุ่นใจ

 

    3. หรือจะเช็กอินล่วงหน้ามาก่อนก็ดีนะ

    อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าบางสายการบินสามารถให้ผู้โดยสารเช็กอินล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ตได้สูงสุดถึง 14 วัน! (แต่เราต้องมั่นใจจริงๆ ว่าจะไม่ลืม) ตรงนี้เราแนะนำให้เช็กอินล่วงหน้าสัก 1-2 วันน่าจะกำลังดี จะได้ไม่ต้องมายืนรอต่อแถวหน้างาน มาถึงสนามบินก็เดินเข้าไปเก๋ๆ ได้เลย

 

    4. เช็กน้ำหนักกระเป๋าให้ดี

    ถ้าน้ำหนักเกินขึ้นมา ก็ทำให้เสียเวลาได้เหมือนกัน เพราะเราจะต้องมานั่งตัดสินใจ จะตัดน้องคนไหนออกดีน้าา บางคนรักพี่เสียดายน้องทำให้ใช้เวลาค่อนข้างมาก แนะนำให้ศึกษากฏระเบียบของสายการบินให้ดีๆ อะไรพกได้ พกไม่ได้ ไม่งั้นเราอาจจะเสียเวลาจัดการกับปัญหาตรงนี้อยู่นานกันเลย

 

    5. เช็กความปลอดภัยของเอกสารสำคัญให้ดีๆ

    ยกตัวอย่างเช่น Boarding Pass เพราะถ้าเกิดหล่นหายขึ้นมา อาจจะทำให้ต้องเสียเวลาออกใหม่กันอีกรอบ ยิ่งถ้าเวลามีจำกัด นี่แหละที่จะทำให้ตกเครื่องได้ ดังนั้นเก็บรักษาของดีๆ รักษาเวลา และตรวจสอบข้อมูลก่อนการเดินทางทุกครั้ง แค่นี้ปัญหาก็ไม่เกิดแล้วจ้าา

 


 

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • ซื้อตั๋วเครื่องบินที่หน้าเคาน์เตอร์กับซื้อผ่านออนไลน์ราคาต่างกันมากไหม?

    โดยปกติแล้วการซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ในสนามบินมักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของนักเดินทางคือถ้าไม่ฉุกละหุก หรือไม่มีทางเลือกจริงๆ คงจะไม่ใช้วิธีนี้ เพราะตั๋วจะมีราคาต่างจากที่เราเห็นบนหน้าเว็บไซต์ค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นคือเป็นหลักพันเชียวนะ ซึ่งถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ก็คงต้องจำใจยอมรับเงื่อนไขนี้ เพราะคงจะไม่มีอะไรดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นอย่าตกเครื่องกันเลยนะ ถือว่าขอล่ะ

 

  • เงินชดเชยนั้นจะได้ทุกกรณีเลยไหม?

    อันนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการตกเครื่องของเราว่าเกิดมาจากอะไร ถ้าเกิดมาจากเราที่มาไม่ทันเอง อันนี้ทางสายการบินอาจจะไม่ได้มีการชดเชยให้ แต่ถ้าเป็นปัญหาที่มาจากตัวของสายการบิน เช่น เกิดปัญหาจากเที่ยวบินต้นทาง หรือเกิดปัญหาการขัดข้องทางระบบ ตรงนี้สายการบินสามารถมอบเงินชดเชยให้เราได้ตามข้อกำหนดของสายการบิน

 

  • ข้อแตกต่างระหว่างสายการบินฟูลเซอร์วิสกับโลว์คอร์ส 

    สายการบินฟูลเซอร์วิส คือสายการบินที่ครอบคลุมการบริการทุกรูปแบบโดยที่เราไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (จ่ายรอบเดียวคือจบ ครบ ทุกอย่าง) ซึ่งใครที่คิดว่าฟูลเซอร์วิสแล้วคือฟูลเลย จะบอกว่าไม่ใช่อย่างนั้น เพราะสายการบินฟูลเซอร์วิสสามารถแบ่งแยกออกเป็นดาว คล้ายกับโรงแรมเลย โดยจะมีตั้งแต่ 1-5 ดาว (อันนี้ต้องดูมาตรการของแต่ละสายการบินอีกที) 

    ข้อได้เปรียบของสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสนี้คือ จะมีมาตรการการรองรับกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ ได้ดีกว่า ยิ่งถ้ามีดาวมากๆ อย่าง 5 ดาวนั้นคือเราแทบจะไม่ต้องทำอะไร เพราะสายการบินได้ทำการดูแลเราอย่างดีเท่าที่จะดีได้แล้ว



    สายการบินโลว์คอร์ส  ข้อดีคือ จะมีราคาค่าตั๋วถูกกว่าฟูลเซอร์วิส แต่เห็นถูกๆ แบบนี้เค้ายังไม่รวมอาหาร น้ำหนักกระเป๋า และค่าบริการอื่นๆ นะ อันนี้เราอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเอาเอง 

    ข้อเสียเปรียบคือ เวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ทางสายการบินอาจจะมีการรองรับที่ไม่ได้เต็มที่เหมือนอย่างฟูลเซอร์วิส จะทำได้เท่าที่อยู่ในขอบเขตของการให้บริการเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือกบินกับสายการบินอะไร แนะนำว่าให้ลองศึกษาข้อมูล รวมถึงขอบเขตการให้บริการของสายการบินนั้นๆ ก่อนน่าจะดีกว่าน้าา




 

    นอกจากปัญหาในเรื่องของการขึ้นเครื่องไม่ทันแล้ว ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางที่รอให้พวกเราทุกคนไปสัมผัสกันอีกเพียบ หนึ่งในนั้นก็จะมีในส่วนของการทำของสำคัญหาย อาทิ พาสปอร์ต สำหรับใครที่อยากเรียนรู้วิธีการรับมือเวลาพาสปอร์ตหายระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ แอดแนะนำให้เข้าไปอ่านต่อที่นี่เลยจ้าา

 


🛫  ปันโปรสรุปให้ 🛬 

  • ไม่ใช่แค่การตกเครื่องบินหรอกนะ แต่นักเดินทางอย่างเราสามารถเจอปัญหาได้ทุกรูปแบบ แต่ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่าเป็นสาเหตุที่คนมักจะเจอกันได้บ่อยที่สุด ดังนั้นใครที่ไม่เคยเจอก็ต้องศึกษาเอาไว้น้าา
  • ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยกันเราออกจากการขึ้นเครื่องไม่ทันมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความรอบคอบและการเผื่อเวลา ดังนั้นสายเที่ยวทั้งหลายจ๋าาา อย่ามองข้ามเรื่องนี้กันเลยนะ

 

via GIPHY

 

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง :)
แสดงความคิดเห็น