สายเที่ยวต้องรู้จัก Travel Card อีกหนึ่งทางเลือกในการ "แตะจ่าย" เที่ยวได้สบายใจ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ !

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer23 พ.ค. 2566 avatar writer211
สายเที่ยวต้องรู้จัก Travel Card อีกหนึ่งทางเลือกในการ "แตะจ่าย" เที่ยวได้สบายใจ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ !

 

การมาของโควิดนอกจากจะทำให้ประชากรส่วนใหญ่ได้รู้จักความหมายของคำว่า ฝันสลาย กันมากขึ้นแล้ว ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่า การมาของมันได้เปลี่ยนแปลงความคิด พฤติกรรม และการใช้ชีวิต ของคนหลายช่วงอายุให้ต้องปรับตัว ปรับวิถีการใช้ชีวิตใหม่

 

อย่างในบ้านเรา ต่อให้ก่อนหน้านี้จะมีการรณรงค์ให้คนส่วนใหญ่เดินหน้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society มาได้สักพักแล้ว แต่สถานการณ์ที่ บีบบังคับให้คนส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องเปลี่ยน เรากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนหนึ่งมันก็มีที่มาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดนี่แหละ ที่บีบบังคับให้เกิดการใช้จ่ายแบบ เลี่ยงการสัมผัส ในแบบที่เราหลีกเลี่ยงกันไม่ได้

 

 

และตั้งแต่ที่เรารู้จักกับการทำธุรกรรมแบบ เลี่ยงการสัมผัส มา ดูเหมือนว่ามันจะมีข้อดีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความสะดวก  ลดการสัมผัส เพราะเพียงแค่เราเปิดกล้องโทรศัพท์มือถือ เราก็สามารถสแกนจ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการกันได้แล้ว เมื่อเทียบกับพฤติกรรมการใช้จ่ายและทำธุรกรรมของเราในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามันแตกต่างกันมาก อย่างเมื่อก่อนนี้ถ้าหากเราต้องการจะถอนเงินสดออกจากบัญชี เราจะต้องเดินทางไปทำเรื่องขอถอนเงินสดที่ธนาคารกันอย่างอลังการ

 

แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน รูปแบบการทำธุรกรรมได้ถูกปรับเปลี่ยนให้ สะดวกและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก  เราไม่จำเป็นจะต้องพกบัตร ATM หรือเดินเข้าไปทำเรื่องขอเบิกถอนเงินสดที่ธนาคารกันให้เสียเวลา แต่เราสามารถเบิกและถอนเงินสดออกจากบัญชีเองได้ผ่านการสแกน QR CODE ที่หน้าตู้ ส่วนเวลาจะชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการก็ไม่จำเป็นจะต้องควักเงินสดจ่ายกันให้ยุ่งยาก เพียงแค่สแกน QR CODE แตะบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของตัวเองที่ตัวเครื่อง รวมไปถึงการกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือของคน ๆ นั้น เราก็สามารถโอนเงินไปยังบัญชีปลายทางกันได้แล้ว

 

ต่อให้สังคมไร้เงินสดในบ้านเราจะเพิ่งเริ่มต้น

แต่ทว่าในบางประเทศ สังคมไร้เงินสดในบ้านเค้า

ได้ On Process & Make a Difference มาได้สักระยะแล้ว

 

ยกตัวอย่างเช่น ประเทศเกาหลีใต้ ที่ล่าสุดเรามีโอกาสได้กลับไปเยือนอีกครั้งในรอบ 8 ปี ซึ่งการกลับไปครั้งนี้เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดมาก เพราะ เกือบ  ทุกอย่างเราไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่าเงินสดเลย แต่เราสามารถใช้ ตัวแทนในการใช้จ่าย แบบเลี่ยงการสัมผัสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น QR CODE ,บัตรเดบิต, บัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งบัตรโดยสารอย่าง T-Money ที่สายเที่ยวหลายคนน่าจะรู้จักและคุ้นเคยกันดี ที่โดยปกติแล้วเราจะต้องเติมเงินเข้าจากหน้าตู้เท่านั้น แต่ทว่าตอนนี้เราสามารถเชื่อมตัวบัตรเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เติมเงิน และใช้งานผ่านการ แตะ ด้วยโทรศัพท์มือถือ ได้แบบสะดวกและรวดเร็วกันแล้ว

 

ที่สำคัญร้านค้าหลาย ๆ ร้านยังรณรงค์ ไม่รับเงินสด กันแบบจริงจัง จากที่จะต้องพกเงินไปเป็นปึก ๆ แบบเมื่อ 8 ปีก่อน ตัดภาพมาที่ทุกวันนี้ รูปแบบสังคมของประเทศเกาหลีใต้ได้แปรเปลี่ยนมาเป็น ยิ่งพกเงินสดน้อยเท่าไหร่ ยิ่งดี  กันไปแล้ว

 


 

 

การเดินทางเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเรา จำเป็น จะต้องปรับตัว !

 

การมาถึงของสังคมไร้เงินสดทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนในสังคมนั้น ๆ เปลี่ยนแปลงไป  โดยการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ได้ทำให้รูปแบบการใช้จ่าย ไม่ได้ยึดติดอยู่ที่เงินสด อีกต่อไป แต่เป็นการเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการใช้จ่ายใหม่ ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการใช้ชีวิตของพวกเรากันมากขึ้น 

 

ซึ่งรูปแบบการใช้จ่ายใหม่ ๆ ที่เราน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็มีตั้งแต่ QR CODE, E-Wallet, การใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต, บัตรเครดิต การรับและโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์, การผูกบัญชีเข้ากับสื่อกลางในการชำระเงิน อาทิเช่น Rabbit LINE Pay, TrueMoney ไปจนถึงรูปแบบการชำระเงินใหม่ ๆ ที่น่าจะอยู่ในความสนอกสนใจของสายเที่ยวในบ้านเราตอนนี้ อย่างรูปแบบการชำระเงินผ่านบัตร Travel Card ที่นอกจากจะตอบโจทย์สำหรับการใช้งานในต่างประเทศ ที่รณรงค์ในเรื่องของ Cashless Society แล้ว ตัวเรทยังดี เหมือนยกตู้แลกเงินมาไว้ในบัตรใบนี้กันเลย !

 


 

 

รู้จัก Travel Card อีกหนึ่งทางเลือกในการแตะจ่าย

เที่ยวได้สบายใจ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ

 

ปกติแล้วเวลาที่เราจะเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ หนึ่งในภารกิจที่สายเที่ยวจะต้องทำกันก็ได้แก่ การแลกเงิน  ซึ่งวิธีการแลกเงินในทุกวันนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายมาก อย่างคนที่อยากได้เรทดีหน่อย แทนที่จะพุ่งตัวไปแลกเงินที่ธนาคาร ก็อาจจะเปลี่ยนไปใช้บริการร้านแลกเงินแทน

 

แต่ถ้าประเทศจุดหมายปลายทางของเราดันเป็นประเทศที่รณรงค์เรื่อง Cashless Society การแลกเงินสดไปเป็นปึก ๆ ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ (แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่แลกเงินสดติดตัวกันไปเลยนะ) การหันมาใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต บัตรเครดิตทั้งหลายเลยอาจจะตอบโจทย์กับประเทศจุดหมายปลายทางของเรากันมากกว่า แต่แน่นอนว่าพอเป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตแล้ว เป็นไปได้ยากมากที่เราจะคุมเรท รวมไปถึงคุมค่าบริการแฝงอื่น ๆ ที่มักจะพ่วงมากับการคิดเรทแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น ๆ

 

ทางออกของหลายคนเลยไปจบอยู่ที่ Travel Card บัตรที่มีหน้าที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างบัตรเครดิต-เดบิต และเงินสด ที่ผู้ใช้งานอย่างเราสามารถใช้รูดจ่าย แตะจ่าย หรือเสียบจ่ายได้ อีกทั้งยังสามารถกดเงินสดที่ตู้ ATM ในต่างประเทศกันได้ด้วย คำถามต่อมาที่หลายคนสงสัย คือ บัตร Travel Card แตกต่างจากบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วยังไง ทางเราเลยขอสรุปจุดเด่นของบัตร Travel Card มาให้เป็นข้อ ๆ ตามนี้เลย

 

  • ถ้ามองในแง่ของการใช้งาน (เทียบกับบัตรเครดิต หรือเดบิตที่เรารู้จักกัน) วิธีการใช้งานของ Travel Card นั้นแทบไม่ต่าง  ไม่ว่าจะเป็นการเสียบจ่าย รูดจ่าย หรือว่าแตะจ่าย เพราะ Travel Card ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานแบบไร้เงินสดกันอยู่แล้ว บางบัตรเราอาจจะต้องทำการเติมเงินไทยเข้าไปก่อน แล้วค่อยไปแลกเปลี่ยนภายในแอปกันอีกที หรือบางบัตรอาจจะลิงก์เข้ากับบัญชีธนาคารของเราเลย ก็จะช่วยลดขั้นตอนในการเติมเงินของเราลงไปได้

  • Travel Card ถูกออกแบบมาไว้สำหรับการใช้งานในต่างประเทศโดยเฉพาะ  สังเกตได้จากจำนวนสกุลเงินที่เราสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรใบนั้น ๆ ได้
     
  • เรทแลกเงินของ Travel Card ดีกว่าการรูดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือเดบิตตรง ๆ  อย่าง Travel Card บางเจ้า มีเรทพิเศษเฉพาะเจ้านั้น ๆ เลยก็มี แต่ถ้าตัดเรื่องของเรทพิเศษออกไป อัตราการแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่มักจะอ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนกลางเป็นหลัก แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Travel Card พิเศษกว่านั่นก็คือ

 

Travel Card จะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียม 2.5% 

เหมือนเวลาที่เราใช้งานบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตในต่างประเทศ

ที่จะมีการชาร์จค่าธรรมเนียมเพิ่ม

ซึ่งนี่ถือว่าเป็นจุดเด่นที่ทำให้บัตร Travel Card น่าสนใจขึ้น

 

  • ที่สำคัญนอกจากการรูดใช้จ่ายแล้ว Travel Card ยังสามารถใช้กดเงินสดในต่างประเทศได้  แถมยังมีค่าธรรมเนียมที่ไม่ถึงกับว่าแรงมาก อย่างบางเจ้าถ้าเป็นช่วงเปิดตัวใหม่ ๆ ก็จะมีโปรโมชันกดเงินสดในต่างประเทศฟรีเลยก็มี บางเจ้าอาจจะคิดค่าธรรมเนียมวันละ 100 บาท อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขค่าธรรมเนียมบัตรของเจ้านั้น ๆ แต่โดยปกติแล้วคนที่ใช้งานบัตร Travel Card ส่วนใหญ่ น้อยมาก ๆ ที่จะกดเงินสดในต่างประเทศ (ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ) เพราะรูปแบบการใช้งานตัวบัตร เหมาะสำหรับการทำธุรกรรมแบบ Cashless มากกว่า

  • บัตร Travel Card ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเวลาที่เราไปแลกเงินตามร้านแลกเงิน  ที่ปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะพุ่งตัวไปแลกเงินตอนที่ค่าเงินถูกลง และจะขายคืนตอนที่ค่าเงินพุ่งสูงขึ้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเช็กแล้วพบว่าเรทกำลังลงอยู่ เราก็สามารถซื้อเก็บไว้ก่อนได้ Travel Card บางเจ้าอาจจะคุ้มเข้าไปใหญ่ คือเราสามารถล็อกเรทที่เราพึงพอใจกันได้ด้วย

 

แต่ต่อให้ข้อดีของบัตร Travel Card จะเยอะกว่าบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตทั่วไป แต่บัตร Travel Card จะไม่เป็นประโยชน์เลยถ้าหากประเทศจุดหมายปลายทางที่เราไป คนส่วนใหญ่ยังนิยมใช้จ่ายผ่านเงินสดกันอยู่  ยังไงเพื่อความราบรื่นในการใช้งานบัตร Travel Card เพื่อน ๆ ก็อย่าลืมดูรายละเอียด และไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่นั้น ๆ กันให้ดีก่อน รวมไปถึงดีเทลความได้เปรียบ-เสียเปรียบของบัตร Travel Card แต่ละเจ้าที่มีอยู่ในบ้านเราตอนนี้ด้วย เพื่อประโยชน์ในการใช้งาน และเพื่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายของพวกเรา

 


 

เทียบความต่าง 5 บัตร Travel Card ขวัญใจสายเที่ยว

 

 

จะเห็นได้ว่าบัตร Travel Card แต่ละเจ้าก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน บางเจ้าอาจจะมีจุดเด่นที่สกุลเงินในการแลกเปลี่ยนที่เยอะกว่า บางเจ้าอาจจะมีการเว้นค่าธรรมเนียมให้ฟรี บางเจ้ามีอายุการใช้งานบัตรที่ยาวนาน ตอบโจทย์สำหรับคนเที่ยวบ่อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานบัตร  รวมไปถึงประเทศจุดหมายปลายทางของเราว่ารองรับการใช้จ่ายแบบ Cashless Society มากน้อยแค่ไหนด้วย

 

สุดท้ายนี้เราก็ขอมาสรุปจุดเด่น รวมไปถึงคำแนะนำสำหรับการใช้งานบัตร Travel Card ให้ได้อ่านกันอีกสักครั้ง อ้างอิงมาจากการใช้งานบัตร Travel Card ที่ผ่านมาของเรา เพื่อให้ทุกคนได้รีเช็กตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครบัตร Travel Card กัน

 

✈️  จุดเด่นของบัตร Travel Card ที่ควรรู้

 

  • บัตร Travel Card ทำหน้าที่เหมือนเป็น กระเป๋าเงินดิจิทัล แทนการพกเงินสดเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ

  • จุดเด่นของบัตร Travel Card คือ ไม่ชาร์จค่าธรรมเนียมในการใช้จ่ายที่ต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2.5%

  • บัตร Travel Card ใบเดียว สามารถแลกได้หลายสกุลเงิน  บางเจ้าสามารถล็อกเรทได้ บางเจ้าสามารถแลกเก็บไว้ก่อนได้

  • ปกติแล้ว Travel Card เรทจะดีพอ ๆ กับร้านแลกเงิน  แต่ในขณะเดียวกัน บางสกุลเงินพวกร้านแลกเงินก็อาจจะเรทดีกว่า แนะนำให้เช็กดี ๆ

  • เราสามารถแลกเงิน Travel Card ที่ไหนก็ได้ แถมใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องออกจากบ้านก็แลกเงินได้ ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารเจ้านั้น ๆ 

  • เวลาใช้งานบัตร Travel Card สามารถใช้งานแบบบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตทั่วไปได้เลย จะรูด จะเสียบ จะแตะได้หมด

  • อัตราการแลกเปลี่ยน ปกติแล้วแต่ละเจ้าจะมีเว็บไซต์อ้างอิงเอาไว้ให้ ว่าเรทอิงมาจากเว็บนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะหนีไม่พ้นเว็บ Mastercard หรือไม่ก็ VISA นี่แหละ

 


 

✈️ คำแนะนำในการใช้งานบัตร Travel Card

 

  • อย่าลืมเช็กให้ดีก่อนว่าประเทศจุดหมายปลายทางที่เราจะไป รองรับการจ่ายเงินแบบไร้เงินสดมากน้อยแค่ไหน

  • ควรแลกเงินสดติดตัวไปด้วยทุกครั้ง และควรมีบัตรเครดิตสำรองติดตัวไปด้วย เผื่อในกรณีที่รูดไม่ผ่าน

  • ควรเช็กเรทก่อนรูดทุกครั้ง

  • ถ้าไม่ใช้งาน แนะนำให้ล็อกบัตรไว้ เพื่อป้องกันการสูญหาย ไม่ว่าตอนนั้นจะอยู่ที่ประเทศไทย หรือในต่างประเทศก็ตาม

  • แนะนำว่า ควรทยอยเอาเงินเข้า รวมถึงทยอยแลก  เผื่อหน้างานเกิดเหตุฉุกเฉินบัตรใช้งานไม่ได้ หรือเรทถูกลงกว่าเดิม ก็จะได้ไม่เสียดายกัน

  • หากบัตร Travel Card เจ้าไหน สามารถทดลองใช้งานก่อนได้ แนะนำให้ทดลองรูดใช้จ่ายก่อนเบื้องต้น  ลองแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ได้ เอาให้บัตรของเราพอได้ Active 

  • ควรศึกษารายละเอียด และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจทำบัตร Travel Card ทุกครั้ง โดยแนะนำให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ การใช้จ่าย และความสะดวกการใช้งานของเราเป็นหลักจะดีที่สุด

 

ทั้งนี้ ถ้าหากเพื่อน ๆ สนใจบัตร Travel Card เจ้าไหน ก็สามารถตามไปอ่านรายละเอียด เงื่อนไข และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของธนาคารเจ้านั้น ๆ กันอีกที เพราะบางเจ้ามีดีเทลที่หยุมหยิมมาก อย่างเช่นพวกเงื่อนไขโปรโมชันในการสมัครบัตร ยังไงก็อย่าลืมไปศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองกันอีกทีนะ !

 


 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ที่นี่ :

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทำตามความฝันให้สำเร็จ :)
แสดงความคิดเห็น