รู้จัก Pride Month เดือนสำคัญของชาว LGBTQ+ พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศที่ต้องรู้ !

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer9 มิ.ย. 2565 avatar writer277
รู้จัก Pride Month เดือนสำคัญของชาว LGBTQ+ พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศที่ต้องรู้ !

 

เข้าสู่เดือนมิถุนายนแบบนี้ สีสันของเดือนนี้เราคงจะนึกถึงอะไรไปไม่ได้ นอกจากการเฉลิมฉลองให้กับ Pride Month 🌈  หรือเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเปย์เป้ก็ได้หยิบเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทศกาลสำคัญนี้ พร้อมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนการ ผ่าตัดแปลงเพศ ว่ามีวิธีการยังไง ใช้เทคนิคแบบไหน มีราคาโดยประมาณอยู่ที่เท่าไหร่ เผื่อว่าเพื่อน ๆ ที่กำลังสนใจ จะได้ทำการศึกษาหาข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจของตัวเองกัน 😍 

 


 

Pride Month ภายใต้เบื้องหน้าที่สดใส มีการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ !

 

อย่างที่เราน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเรื่องของความเท่าเทียมกันทางเพศ เป็นสิ่งที่มีการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมกันมานาน  ถึงแม้ว่าโลกเราจะเปลี่ยนไปในทุกวัน แต่เป้เองก็ยอมรับเลยว่า การเปิดใจและยอมรับความแตกต่างทางเพศนี้ก็ยังคงถูกปิดหู ปิดตาไว้อยู่ดี

 

แต่ก็ต้องนับถือใจเลยว่า ถ้าไม่มีการลุกขึ้นมาประกาศจุดยืนทางสังคมของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เราก็คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นการเปิดกว้างทางสังคมอย่างหลาย ๆ ประเทศในตอนนี้ โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญและน่าจดจำก็ได้แก่ เหตุการณ์จลาจลที่สโตนวอลล์  (Stonewall Riots) ซึ่งเหตุการณ์จลาจลในครั้งนี้นับว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ได้ขุดเอาเรื่อง ต้องห้าม ที่ถูกปิดตายมาอย่างยาวนาน มาพูดถึงใหม่อีกครั้งอย่างกล้าหาญ และทำให้คนในสังคมวงกว้างได้รู้จักกับความหลากหลายทางเพศกันมากขึ้น

 

ขอบคุณภาพจาก history.com

 

ย้อนกลับไปในสมัยก่อนหน้านี้ ถ้าเราเอ่ยถึงสถานะทางสังคม แว่บแรกที่พวกเราจะนึกถึงก็คงจะหนีไม่พ้นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ หรือช้างเท้าหน้าอย่างที่พวกเราเคยได้ยินมา  ซึ่งจะบอกว่าด้วยสถานะทางสังคมที่มีอิทธิพลนี้ได้ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเพศตามมามากมาย ไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้หญิงเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายรวมไปถึงคนที่มีความแตกต่างทางเพศอื่น ๆ นอกเหนือจากเพศชาย และเพศหญิงอีกด้วย

 

ซึ่งความเหลื่อมล้ำทางเพศนี้ได้ทำให้ประชากรกลุ่มเพศทางเลือกไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก พวกเค้าได้แต่เก็บซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ เพราะถ้าเปิดเผยออกมาเมื่อไหร่ก็แทบจะไม่ต่างอะไรจาก แกะดำ ที่ถูกปฎิบัติจากคนอื่นแบบไม่ให้เกียรติ แถมยังถูกเหยียดหยามจนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม

 

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับกลุ่มเพศทางเลือกนี้จะไม่เคยมีอยู่ เพียงแต่ว่าเสียงของพวกเค้าอาจจะยัง ดังไม่มากพอ  เมื่อเทียบกับเสียงอื่นที่แลดูจะมีอำนาจมากกว่า ดังนั้นทุกครั้งที่มีการเรียกร้องให้เกิดความยุติธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้น ไม่นาน เสียงของการเรียกร้องเหล่านั้นก็จะลอยหายไปกับสายลม ไม่ต่างอะไรจากคนที่ถูกปิดหู ปิดตา ปิดปาก ก่อนจะขุดหลุมฝังจนความตั้งใจของพวกเค้าแหลกสลายกลายเป็นผุยผง

 

ขอบคุณภาพจาก history.com

 

Stonewall Inn คือชื่อของบาร์เกย์แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางสถานะทางสังคมที่ค้ำคอคนอยู่ในตอนนั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ณ สถานที่แห่งนี้ยังสามารถเปิดทำการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเหตุผลก็ไม่ใช่อะไร ถ้าไม่ใช่เพราะ " เม็ดเงิน "

 

หลังจากที่บาร์แห่งนี้สามารถเปิดทำการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว  มันเลยกลายเป็นแหล่งรวมตัวของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เหมือนเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ แต่อบอุ่นที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับลูกบ้านทุกคน โดยที่พวกเค้าไม่ต้องเกรงและกลัวเลยว่า จะสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ไหม เพราะที่นี่ทุกคนจะสามารถแสดงออกได้อย่างเสรี  ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้ชีวิตเหมือนที่ผ่านมา

 

และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในสมัยนั้น นอกจากจะมีกฎหมายห้ามเปิดบาร์ของกลุ่มเพศทางเลือกแล้ว ยังมีกฎหมายห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ให้กับกลุ่มเพศทางเลือกนี้อีกด้วย ดังนั้น นอกจาก Stonewall Inn จะเป็นบาร์ที่ได้รับอนุญาตให้มีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ให้กับกลุ่มเพศทางเลือกแล้ว มันยังเป็นสถานที่สุดพิเศษในการพบปะมิตรภาพใหม่ ๆ หลังจากที่ถูกปิดกั้นโดยสถานะทางสังคมมาอย่างยาวนาน

 

ขอบคุณภาพจาก history.com

 

แต่ด้วยความที่ว่าทุกอย่างไม่สามารถโรยไปด้วยกลีบกุหลาบได้ตลอด เมื่อเข้าสู่ช่วงเช้าวันใหม่ของวันที่ 28 มิถุนายน ปี 1969 ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งได้นำกองกำลังไปบุกค้นที่บาร์แห่งนี้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการข่มขู่จะเอาสินบน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของบาร์ก็ไม่ได้ยินยอมแต่อย่างใด เพราะนั่นถือว่าไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ให้กันไว้ตั้งแต่แรก ทางตำรวจเลยจัดการใช้กำลัง พร้อมทั้งก่อความวุ่นวายต่าง ๆ มิหนำซ้ำตำรวจกลุ่มนั้นยังได้มีการล่วงเกินกลุ่มลูกค้าด้วยการตรวจสอบสถานะทางเพศ มีการตรวจร่างกาย และรื้อค้นข้าวของโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต หากใครไม่ยอมก็จะถูกทำร้าย ซึ่งนั่นทำให้กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

เพราะเป้าหมายหลักของพวกเค้าในการเข้ามาที่บาร์แห่งนี้ก็คือการ ใช้ชีวิตอยู่กับเพศสภาพของตัวเองอย่างสบายใจ  ไม่ต้องกลัว หรือกังวลว่าใครจะมาดูถูก หรือมองไม่ดี ดังนั้นเมื่อถูกล่วงเกินเข้าแบบนี้พวกเค้าเลยตัดสินใจที่จะประกาศจุดยืน และไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มนั้น รวมถึงคนภายนอก มาตั้งแง่ กล่าวหา หรือว่าไม่ยอมรับในเพศสภาพของพวกเค้ากันได้อีก

 

ขอบคุณภาพจาก history.com

 

ซึ่งการจลาจลในครั้งนี้ได้กินระยะเวลายาวนานถึง 5 วัน ถึงจะยุติการชุมนุมลงได้ และถึงแม้ว่าจะเป็นการกินระยะเวลาที่ยาวนานเกินความคาดหมาย แต่นั่นก็นับได้ว่าคุ้มค่ามาก เพราะจากเหตุการณ์จลาจลในครั้งนี้ก่อให้เกิดอิมแพคกับคนหลาย ๆ กลุ่ม ให้เกิดความกล้าหาญในการออกมาเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมกัน ให้กับกลุ่มเพศทางเลือกที่กำลังใช้ชีวิตแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ได้ขยับตัวตื่น ก่อนจะออกมาแสดงจุดยืนร่วมกัน 🌈 

 

ดังนั้นเหตุการณ์จลาจลที่สโตนวอลล์ครั้งนี้เลยกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ โดยสถานที่อย่าง Stonewall Inn ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับกลุ่มเพศทางเลือกไปโดยปริยาย โดยในทุก ๆ ปีจะมีการออกมาเดินขบวนทั่วนิวยอร์กในวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งไม่ใช่แค่ที่นิวยอร์กอย่างเดียวนะ แต่ยังรวมไปถึงในอีกหลายประเทศที่ประชาชนกลุ่มเพศทางเลือกได้ออกมาเดินขบวนเพื่อเรียกร้องสิทธิในเดือนมิถุนายนนี้เช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณภาพจาก centralwOrld และ Miss Grand Thailand

 

อย่างในบ้านเราเองก็เพิ่งจะมีกิจกรรมเดินขบวนของกลุ่มเพศทางเลือกกันไป โดยกิจกรรมที่ว่าก็มีตั้งแต่ กิจกรรม Rainbow Runway for Equality แฟชั่นโชว์บนรันเวย์สีรุ้งยาวกว่า 40 เมตร ที่จัดขึ้นบริเวณด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดยมีดารา และเซเลบกว่า 100 ชีวิตตบเท้าเข้ามาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ และเฉลิมฉลองให้กับเดือนของความหลากหลายทางเพศนี้

 

และอีกหนึ่งงานที่เพิ่งจบกันไป กับงาน บางกอกนฤมิตไพรด์ Bangkok Naruemit Pride 2022 ที่ได้จัดขบวน PRIDE Parade ขึ้นเป็นครั้งแรกใจกลางกรุงเทพฯ ที่บริเวณด้านหน้าของวัดแขกลากยาวไปถึงถนนสีลม ในวันที่ 5 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ที่สำคัญงานนี้ได้มีการปรากฎตัวของผู้ว่ากรุงเทพฯ คนใหม่ อย่างคุณ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้ตบเท้าเข้ามาร่วมแจมในครั้งนี้ด้วย 🌈 

 


 

 

ไขข้อสงสัย Pride Month ทำไมถึงต้องเป็นธงสีรุ้ง 🌈

 

ถ้าเปย์เป้โยนคำถามนี้ให้กับเพื่อน ๆ ในแบบที่ไม่ทันจะตั้งตัว คำตอบของหลายคนน่าจะออกมาในแนวเดียวกันว่า เพราะว่ามันดูมีความหลากหลาย น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างทางเพศหรือเปล่า จริง ๆ ถ้าจะตอบแบบนี้ก็ไม่ผิดนะ เพราะคำตอบนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่มา-ที่ไปของธงสีรุ้ง หรือสัญลักษณ์ของ Pride Month นี้ด้วยเช่นกัน

 

ฮาร์วีย์ มิลค์ ขอบคุณภาพจาก history.com

 

แต่สำหรับที่มา-ที่ไปแบบล้วงลึกเข้าไปกว่านั้น จะบอกว่าจุดเริ่มต้นของธงสีรุ้งนี้ต้องเท้าความย้อนกลับไปในปี 1978 กิลเบิร์ต เบเคอร์ ศิลปินและนักออกแบบคนหนึ่งได้รับการว่าจ้างจาก ฮาร์วีย์ มิลค์ นักการเมือง และผู้ดูแลเมืองซานฟรานซิสโกให้ออกแบบธงสำหรับงานเฉลิมฉลอง ซึ่งงานเฉลิมฉลองที่ว่านี้ก็ได้แก่ การเดินขบวนเกย์ พาเหรด ซึ่งถือได้ว่าเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายในตอนนั้นมาก ๆ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ฮาร์วีย์ มิลค์ นักการเมือง และผู้ดูแลเมืองซานฟรานซิสโกคนนี้  ถือว่าเป็น นักการเมืองคนแรกของสหรัฐ  ที่ได้ออกมาเปิดเผยตัวตนว่าเค้านั้นเป็นเกย์ ถ้าล้วงลึกลงไปอีกหน่อยก็จะพบข้อมูลต่ออีกว่า ฮาร์วีย์ มิลค์ และกิลเบิร์ต เบเคอร์ เป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของเกย์อยู่แล้ว ดังนั้นกิลเบิร์ตเลยได้รับมอบหมายจากฮาร์วีย์ มิลค์ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ก่อนจะทำการออกแบบธงสีรุ้ง ที่ได้เค้าโครงมาจากธงชาติสหรัฐดั้งเดิม ในการนำมาปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ ก่อนจะกลายเป็นธงสีรุ้งจำนวนทั้งหมด 8 สี ซึ่งแต่ละสีนั้นมีความหมายในตัวเองดังนี้

  • สีชมพู หมายถึง เซ็กส์
  • สีแดง หมายถึง ชีวิต
  • สีส้ม หมายถึง การเยียวยา
  • สีเหลือง หมายถึง แสงของพระอาทิตย์
  • สีเขียว หมายถึง ธรรมชาติ
  • สีเทอร์ควอยซ์ หมายถึง เวทมนตร์
  • สีน้ำเงิน หมายถึง การผสมผสาน กลมกลืน
  • สีม่วง หมายถึง จิตวิญญาณ

 

แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ 2 สี ที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ซึ่งปัญหาที่ว่าไม่ใช่ความไม่พอใจหรืออะไรนะ เพียงแต่ว่าในสมัยนั้น สีชมพู กับสีเทอร์ควอยซ์ เป็นสองสีที่หาได้ยากมาก ซึ่งการทำธงสำหรับขบวนพาเหรดในตอนนั้น ทุกคนที่ต้องการจะเข้าร่วมจะต้องทำธงกันเอง ดังนั้น ทางฮาร์วีย์ มิลค์ เลยได้ตัดสินใจตัด 2 สีนี้ออกไป เพื่อความสะดวกของทุกคนที่เข้ามาร่วมงานนั่นเอง

 

 

นอกจากนี้แล้วยังมีธงที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลการเฉลิมฉลองนี้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธงที่ใช้ในกลุ่มใหญ่ รวมไปถึงกลุ่มย่อยของเพศทางเลือกต่าง ๆ และถึงแม้ว่ารูปแบบของธงอาจจะแตกต่างกันในบางกลุ่ม แต่เปย์เป้ก็เชื่อว่าเราทุกคนล้วนมีอุดมการณ์เดียวกันนั่นก็คือ การแสดงออกถึงจุดยืน และอยากให้เพศทางเลือกได้รับการยอมรับ มีสิทธิ และเสรีภาพไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ในสังคมนั่นเอง 🌈 

 


 

 

เปิดคำแนะนำ " เตรียมตัวก่อนผ่าตัดแปลงเพศยังไง " มีอะไรที่เราต้องรู้บ้าง ?

 

ปิดท้ายกันด้วยคำแนะนำสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังวางแผน หรือสนใจอยากจะผ่าตัดแปลงเพศ แต่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นศึกษาหาข้อมูลจากตรงไหน มาฮะ เปย์เป้ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจและเรื่องราวที่เรา ควรจะต้องรู้ เกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศมาให้แล้ว !

 

ในปัจจุบันการผ่าตัดแปลงเพศมีอยู่ 2 กรณี ได้แก่

 

  • การผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง หรือที่เรียกกันว่า หญิงข้ามเพศ  คือการผ่าตัดแปลงเพศจากผู้ชายให้ข้ามเพศไปเป็นผู้หญิง สำหรับการผ่าตัดแปลงเพศกรณีนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ ว่าต้องการจะเปลี่ยนแปลงสรีระส่วนไหนในร่างกายบ้าง แต่ที่นิยมกันก็จะมีตั้งแต่ การผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก การผ่าตัดอวัยวะเพศจากชายให้เป็นหญิง ไปจนถึงการสร้างช่องคลอดเทียม เป็นต้น

  • การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย หรือที่เรียกกันว่า ชายข้ามเพศ  คือการผ่าตัดแปลงเพศจากผู้หญิงให้ข้ามเพศไปเป็นผู้ชาย สำหรับการผ่าตัดแปลงเพศเคสที่พบกันได้มากที่สุด ได้แก่ การผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกให้เหมือนผู้ชาย การผ่าตัดรังไข่และมดลูก การสร้างท่อปัสสาวะ ไปจนถึงการสร้างอวัยวะเพศชาย

 

แต่ทั้งนี้เราก็ต้องทำใจยอมรับไว้ก่อนเลยว่า ขั้นตอนของการผ่าตัดแปลงเพศไม่ใช่แค่การโปะยาสลบครั้งเดียว ตื่นมาแล้วทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์เลย แต่ทางคุณหมอเค้าจะมีวิธีการรักษาเป็นขั้น ๆ ไป ซึ่งแต่ละขั้นก็จะมีระยะเวลาพอสมควร อย่างการประเมินสภาพจิตใจล่วงหน้าก่อนทำการผ่าตัดอวัยวะเพศ คนไข้บางคนอาจจะใช้เวลาประเมินสภาพจิตใจนานถึง 1 ปีเลยก็มี 😱 

 

เพราะ การผ่าตัดแปลงเพศไม่ใช่เรื่องที่ว่า ถ้าคิดอยากจะทำ แล้วจะสามารถทำได้เลย  แต่ผู้ที่ต้องการจะทำจะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างใกล้ชิด จนทางคุณหมอสามารถมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับร่างกายใหม่ของเราได้จริง ๆ เมื่อนั้นทางคุณหมอถึงจะค่อยเริ่มดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ต่อไป ดังนั้นใครที่เป็นสายใจร้อนแล้วอยากจะทำจริง ๆ งานนี้เห็นทีจะต้องลดระดับความใจร้อนลงมาเยอะ ๆ กันหน่อยแล้วล่ะฮะ

 

Elliot Page ดาราข้ามเพศคนดัง ที่ประสบความสำเร็จจากการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย ขอบคุณภาพจาก time.com

 

หลังจากที่เราได้ลงรายละเอียดคร่าว ๆ กันไป งานนี้ถึงเวลาลงดีเทลเกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศทั้ง 2 กรณีนี้กันต่อ โดยเป้ขอเริ่มกันที่ การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย ก่อนเลยก็แล้วกัน

 

| สิ่งที่เราควรรู้ก่อนตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศจาก 👧🏻 เป็น 👦🏻 

 

สำหรับเรื่องที่เราควรรู้ก่อนตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย โดยปกติแล้วคนไข้จะสามารถเปลี่ยนแปลงสรีระในร่างกายได้หลายส่วน นับตั้งแต่ การผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก โดยคนที่ผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกนี้อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับขนาดของหน้าอกอยู่แล้วเป็นทุนเดิม หรือบางคนอาจจะรำคาญเวลาที่ต้องใส่เสื้อผ้าที่รัดทรวงอกของเรานาน ๆ จนทำให้รู้สึกอึดอัดและอยากจะแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไป

 

 

โดยการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกนี้มีให้เลือกกันหลายเทคนิค ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ รวมถึงขนาดของหน้าอกก่อนที่ทำการผ่าตัด ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้ก็จะมีด้วยกันตั้งแต่

 

  • เทคนิคการผ่าตัดแผลเป็นรูปตัว U เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกขนาดเล็ก และไม่ต้องย้ายตำแหน่งของปานนม
  • เทคนิคการผ่าตัดแผลเป็นรูปตัว O เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกขนาดกลาง ตั้งแต่คัพ A-B และไม่ต้องย้ายตำแหน่งของปานนม
  • เทคนิคการผ่าตัดแผลแบบยาวใต้ราวนม เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกขนาดใหญ่ หรือหย่อนคล้อย ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้จำเป็นที่จะต้องมีการย้ายตำแหน่งของปานนมร่วมด้วย

 

ซึ่งระยะเวลาของการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกนี้จะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยก่อนที่จะทำการผ่าตัดคนไข้จะต้องงดทานวิตามินเสริมทุกชนิด, งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับใครที่สูบบุหรี่จะต้องทำการงดร่วมด้วย โดยทั้งหมดนี้คนไข้จะต้องทำการงดเป็นเวลา 1 เดือนก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดนะฮะ

 

📍  สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนของการศัลยกรรมตัดหน้าอก จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป

ขึ้นอยู่กับเคส และสถานพยาบาลที่ให้บริการนะคร้าบ

 

 

ถัดจากเรื่องหน้าอกหน้าใจ เปย์เป้ขอพาทุกคนลงมาต่อกันที่เรื่องของ การผ่าตัดรังไข่ และมดลูก กันบ้าง สำหรับจุดประสงค์ของการตัดสินใจผ่าตัดรังไข่ และมดลูกนี้ ก็มีหลายกรณีอีกเช่นกัน อย่างบางคนก็ไม่ได้มีเหตุผลที่วุ่นวายอะไรเลย แต่แค่รำคาญเวลาที่ประจำเดือนมา แล้วต้องมานั่งทรมานเวลาปวดท้องประจำเดือนในทุกเดือน เลยทำให้ตัดสินใจผ่าตัดรังไข่ และมดลูกออกเพื่อตัดปัญหา หรือถ้านอกเหนือจากกรณีนี้ก็จะเป็นในกรณีที่คนไข้อยากจะให้ร่างกายมีความเป็นผู้ชายมากที่สุด ซึ่งการผ่าตัดหน้าอก รวมถึงรังไข่และมดลูกเลยเป็นหนึ่งในตัวเลือกเบอร์ต้น ๆ ที่พวกเค้าต้องการจะตัดมันออกนั่นเอง

 

โดยการผ่าตัดรังไข่และมดลูกก็มีด้วยกันหลายเทคนิคไม่แพ้กับการผ่าตัดหน้าอกกันเลย ถ้าเป็นเทคนิคที่นิยมกันก็จะมี

 

  • เทคนิคการผ่าตัดมดลูก และรังไข่ผ่านหน้าท้อง เป็นเทคนิคที่นิยมใช้กันทั่วไป มีราคาไม่สูงมาก แต่ข้อเสียคือ แผลผ่าตัดจะมีขนาดค่อนข้างกว้าง และมีโอกาสเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้ง่าย โดยลักษณะของแผลผ่าตัดนี้จะเป็นเส้นตรง มีความยาวตั้งแต่ 6-8 ซม. แต่สถานพยาบาลบางแห่งอาจจะมีการผ่าตัดแผลให้มีขนาดเล็กกว่า 6 ซม. ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าของแพทย์นะ
  • เทคนิคการผ่าตัดมดลูก และรังไข่ผ่านกล้อง เป็นเทคนิคใหม่ที่น่าจะถูกใจคนที่ไม่อยากมีรอยแผลขนาดใหญ่อยู่บนหน้าท้อง เพราะเทคนิคนี้เค้าจะใช้เลนส์ในการผ่าตัด ทำให้ได้แผลเป็นที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ประมาณ 3-4 รอย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเลนส์ที่ใช้ แต่ข้อเสียของการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายที่สูง
  • เทคนิคการผ่าตัดมดลูก และรังไข่ผ่านทางช่องคลอด เป็นเทคนิคที่ว่ากันว่าเจ็บน้อย และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้จะไม่มีการเปิดแผลผ่านทางหน้าท้อง อีกทั้งยังเป็นเทคนิคที่ใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า แต่ข้อเสียของการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเทคนิคอื่น ๆ นั่นเอง

 

สำหรับระยะเวลาของการผ่าตัดมดลูก และรังไข่ ปกติแล้วจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง พอ ๆ กันกับการผ่าตัดหน้าอกเลย โดยก่อนที่จะทำการผ่าตัดคนไข้จะต้องได้รับการตรวจร่างกายทั้งภายใน และภายนอกก่อนทุกครั้ง แถมในคืนก่อนวันผ่าตัด คนไข้จะต้องได้รับการสวนอุจจาระก่อนเพื่อไม่ให้ลำไส้โป่งพองขณะที่ผ่า ในส่วนของใครที่ทานยาฮอร์โมนเพศชายอยู่ จะต้องงดก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ด้วย

 

📍  สำหรับค่าใช้จ่ายของการผ่าตัดมดลูก และรังไข่ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 53,000 บาทขึ้นไป

ขึ้นอยู่กับเคส และสถานพยาบาลที่ให้บริการนะคร้าบ

 

 

มาต่อกันที่ การผ่าตัดเย็บปิดช่องคลอด การผ่าตัดยืดท่อปัสสาวะ และการผ่าตัดสร้างท่อปัสสาวะ กันบ้าง สำหรับการผ่าตัดในขั้นตอนนี้เปย์เป้ขอให้คะแนนความยากขึ้นมาจากเดิมอีกหนึ่งเท่า (จากเดิมที่ว่ายากอยู่แล้ว มาถึงขั้นตอนนี้นับว่าเป็นงานละเอียดกว่ามาก) โดยการผ่าตัดในขั้นตอนนี้จะเป็นการสร้างรายละเอียดความเป็นผู้ชายให้เพิ่มมากขึ้น มีด้วยกันตั้งแต่

 

  • การผ่าตัดเย็บปิดช่องคลอด คือการผ่าตัดโดยการเย็บผนังด้านหน้าและด้านหลังของช่องคลอดเข้าหากัน ซึ่งการเย็บแบบนี้จะเป็นการเย็บเพื่อป้องกันไม่ให้ผนังช่องคลอดยื่นลงมาในช่องคลอด หรือยื่นพ้นปากช่องคลอดออกมา แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราตัดสินใจทำการเย็บปิดช่องคลอดไปแล้ว เราจะไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางช่องคลอดได้อีก เพราะว่าช่องคลอดได้ถูกเย็บปิดไปแล้วนั่นเอง 

    ส่วนใครที่สงสัยว่า ถ้าเราจัดการเย็บปิดปากช่องคลอดไปแล้ว เราจะยังสามารถปัสสาวะได้เหมือนเดิมอยู่ไหม คำตอบก็คือ ได้ฮะ เพราะว่าท่อปัสสาวะนั้นอยู่คนละตำแหน่งกับช่องคลอด คือท่อปัสสาวะจะอยู่เหนือปากช่องคลอดขึ้นไป ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากการผ่าตัด ดังนั้นเรายังคงปัสสาวะได้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าเราจะไม่มีช่องคลอดแล้วนั่นเอง

  • การผ่าตัดยืดท่อปัสสาวะ และการผ่าตัดสร้างท่อปัสสาวะ โดยปกติแล้วสองขั้นตอนนี้มักจะทำร่วมกันกับการผ่าตัดเย็บปิดช่องคลอด เพราะการผ่าตัดยืดท่อปัสสาวะจะต้องใช้ผนังของช่องคลอดมาร่วมในการผ่าตัดนี้ด้วย โดยคุณหมอจะทำการเลาะผนังช่องคลอดด้านหน้าออกเพื่อนำมาสร้างเป็นท่อปัสสาวะให้ยาวขึ้นจากเดิม เพราะอย่างที่เราน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าท่อปัสสาวะของผู้ชายนั้นมีขนาดที่ยาวกว่าท่อปัสสาวะของผู้หญิง ดังนั้นทางคุณหมอก็จะทำการผ่าตัดเตรียมท่อปัสสาวะให้พร้อม ให้มีลักษณะเหมือนกับท่อปัสสาวะของผู้ชายให้ได้มากที่สุด

 

โดยระยะเวลาของการผ่าตัดปิดช่องคลอด และการผ่าตัดยืดท่อปัสสาวะและสร้างท่อปัสสาวะ จะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง หลังจากผ่าตัดไปแล้วคนไข้จะไม่สามารถผ่าตัดในกระบวนการต่อไปได้ เพราะจะต้องทำการพักฟื้น และสร้างความคุ้นเคยให้กับร่างกายก่อน อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป ถึงจะเริ่มการผ่าตัดในขั้นตอนต่อไปได้

 

📍  ในส่วนของค่าใช้จ่ายของการผ่าตัดปิดช่องคลอด ยืดท่อปัสสาวะ และสร้างท่อปัสสาวะ

จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 170,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเคส และสถานพยาบาลที่ให้บริการเด้อ

 

 

ปิดท้ายกันด้วยขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย อย่างการ ผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย ที่ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะทำให้เรากลายเป็นผู้ชายข้ามเพศที่สมบูรณ์ โดยการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายนี้มีให้เลือกด้วยกันหลายเทคนิค ได้แก่

 

  • การผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย ด้วยเทคนิคแบบฟาลโล (Phalloplasty) ซึ่งป็นการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายด้วยการใช้เนื้อเยื่อจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเนื้อเยื่อที่นิยมใช้กันก็ได้แก่ เนื้อจากต้นขาด้านนอก เนื้อจากแขนด้านใน และเนื้อรวมถึงกระดูกจากน่อง

    ส่วนความยาวของอวัยวะเพศที่ได้หลังจากการผ่าตัดจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 นิ้ว มีขนาดเทียบเท่ากับขนาดของอวัยวะเพศชายตามมาตรฐาน และหลังจากผ่าตัดด้วยวิธีนี้ คนไข้จำเป็นที่จะต้องได้รับการพักฟื้นตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป ถึงจะสามารถมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ได้ และหลังจากผ่าตัดไปแล้วคนไข้จะสามารถยืนปัสสาวะได้ เพียงแต่งดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนเท่านั้นเอง

  • การผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย ด้วยเทคนิคแบบเมตตอยด์ (Metoidioplasty) เป็นการสร้างอวัยวะเพศชายขนาดเล็ก ด้วยการใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในการกระตุ้น ดังนั้นผู้ที่จะผ่าตัดด้วยวิธีนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมาก่อน อย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป ซึ่งข้อเสียของเทคนิคนี้ก็คือ จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการผ่าตัดอวัยวะเพศชายเพื่อจุดประสงค์อย่างการยืนปัสสาวะ และรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

    เพราะการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้คนไข้จะ ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ได้เลย เนื่องจากความยาวโดยเฉลี่ยของอวัยวะเพศจะมีขนาดอยู่ที่ 5-7 ซม. เท่านั้น แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนที่ผ่าตัดด้วยวิธีนี้มาแล้ว แต่อยากเปลี่ยนใจไปใช้เทคนิคแบบฟาลโลในภายหลังก็สามารถทำได้ แต่นั่นอาจจะเป็นการเสียค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจอย่าลืมคิดให้รอบคอบก่อนจะดีกว่า จะได้ไม่เปลืองเงินกันด้วยนะฮะ

 

ในส่วนของระยะเวลาในการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย จะอยู่ที่ประมาณ 5-6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือก) โดยหลังจากผ่าตัดไปแล้วคนไข้จะต้องทำการพักฟื้นที่โรงพยาบาลต่อทุกกรณี เพื่อติดตามผลหลังจากการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด อ้อ และสำหรับใครที่สงสัยว่า ถ้าสมมุติเราผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายมาแล้ว เจ้าหนูของเราจะมีความรู้สึกเหมือนของผู้ชาย 100% ไหม จะบอกว่านอกจากหน้าตาภายนอกที่ดูเหมือนแล้ว อวัยวะเพศชายที่ได้หลังจากการผ่าตัดยังให้ความรู้สึกเหมือนผู้ชายทั่วไป สามารถยืนปัสสาวะได้ สามารถมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ได้ (เว้นเฉพาะการผ่าตัดด้วยเทคนิคเมตตอยด์) แต่จุดที่ต่างจะมีเพียงอย่างเดียวก็คือ อวัยวะเพศของเราจะไม่มีน้ำอสุจิไหลออกมาเท่านั้นเอง

 

📍  ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 280,000 บาทขึ้นไป

ขึ้นอยู่กับเคส และสถานพยาบาลที่ให้บริการเด้อ

 


 

Caitlyn Jenner เซเลบริตี้ข้ามเพศคนดัง (หรือที่รู้จักกันในนามพ่อของ Kylie และ Kendall Jenner)
ที่ประสบความสำเร็จจากการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง ขอบคุณภาพจาก vanityfair.com

 

มาต่อกันที่ สิ่งที่เราควรรู้ก่อนตัดสินใจ ผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง กันบ้าง ต้องบอกเลยว่าเมื่อเทียบสัดส่วนกับคนที่ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายแล้ว เป้บอกเลยว่าการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงนี้ถือได้ว่าเป็นการผ่าตัดแปลงเพศที่ได้รับความนิยมมาก ส่วนวิธีการจะยากง่ายกว่ากันเยอะไหม จะมีรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศนี้ยังไง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา งั้นเรามาลุยต่อกันได้เลย 😉 

 

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศจาก 👦🏻 เป็น 👧🏻 

 

จะบอกว่าเดี๋ยวนี้ทางการแพทย์เค้ามีเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัย และแนบเนียนขึ้นในแบบที่ถ้ามองด้วยตาเปล่าเราอาจจะไม่ทันได้สังเกตเลยว่าคนนี้ได้ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศมาก่อน แถมหลังจากที่ผ่าตัดมาแล้วยังสามารถใช้งานได้จริง มีเพศสัมพันธ์ได้ โดยในกระบวนการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง ที่นิยมทำกันก่อนเป็นอันดับแรกก็จะเริ่มตั้งแต่ การผ่าตัดเสริมหน้าอก

 

 

ซึ่งการผ่าตัดเสริมหน้าอกนี้ มีวิธีการเหมือนกันกับการผ่าตัดเสริมหน้าอกในผู้หญิงเลยทุกคน ก็คือจะเป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาด และจัดแต่งรูปทรงของหน้าอกให้เป็นไปในแบบที่คนไข้ต้องการ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีซิลิโคนเสริมหน้าอกให้เลือกกันหลายทรงมาก ตั้งแต่

 

  • ซิลิโคนทรงกลม เป็นซิลิโคนที่เน้นความเป็นธรรมชาติ มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมีเต้านมเป็นรูปทรงกลม
  • ซิลิโคนทรงหยดน้ำ เป็นซิลิโคนที่มีความเหลวกว่าทรงกลม ทำให้หน้าอกมีความคล้อย และเชิดขึ้นได้แบบง่าย ๆ โดยจุดสังเกตของซิลิโคนแบบนี้ก็คือ ส่วนบนจะแบน ส่วนล่างจะป่อง เหมือนกับลักษณะของเต้านมตามธรรมชาติ
  • ซิลิโคนทรงกึ่งหยดน้ำ เป็นซิลิโคนรูปแบบใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้สัมผัสของหน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติมาก โดยจะอยู่กึ่งกลางระหว่างซิลิโคนทรงกลม กับทรงหยดน้ำนั่นเอง

 

นอกจากทรงของซิลิโคนแล้ว ยังมีในส่วนของยี่ห้อของเจ้าตัวซิลิโคน ซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อเช่นกัน เปย์เป้บอกเลยว่าเรื่องของหน้าอกหน้าใจโดยเฉพาะคนที่ต้องการผ่าตัดเสริมหน้าอกจากผู้ชายให้เป็นผู้หญิง ระดับความยากแน่นอนว่าจะต้องมีมากกว่าอยู่แล้ว เพราะด้วยโครงสร้างของทรวงอกของผู้ชายนั้นมีความแตกต่างจากผู้หญิงอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เลยจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญและความละเอียดอ่อนในวิธีการทำที่มากกว่า ดังนั้นเป้แนะนำว่าควรอาศัยดูรีวิวการผ่าตัดเสริมหน้าอกกันเยอะหน่อย เพราะมันเป็นการช่วยในการตัดสินใจได้ดีมาก

 

เพราะถ้าเราอาศัยอ่านแต่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้เรามองภาพกันไม่ออก ที่สำคัญเลยก็คือจะต้องทำการปรึกษาขอคำแนะนำจากทางคุณหมอก่อนทุกครั้ง เพราะทางคุณหมอจะได้ช่วยเราในการวิเคราะห์ หาทรงของหน้าอกที่ใช่ หาเทคนิคการผ่าตัดที่เวิร์คโดยอาศัยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ปริมาณเนื้อและไขมันบริเวณหน้าอก กล้ามเนื้อหน้าอก ขนาดของหัวนมและปานนม ซึ่งมีผลต่อการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั่นเอง

 

📍  ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป

ขึ้นอยู่กับเคส และสถานพยาบาลที่ให้บริการนะฮะ

 

 

ถัดจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก เรามาต่อกันที่อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนกังวลกันนั่นก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับเสียง และลูกกระเดือก ซึ่งอย่างที่เราน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า บริเวณลำคอของผู้ชายจะมีความนูน และมีขนาดของลูกกระเดือกที่ใหญ่กว่าผู้หญิง ซึ่งทุกคนรู้กันไหมว่า ไอ้เจ้าขนาดของตัวลูกกระเดือกนี้มีผลต่อการให้เสียงที่ทุ้มและหนาได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่ตัดสินใจจะผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงหลายคน มักจะมีการ ผ่าตัดกล่องเสียงและกรอลูกกระเดือก ร่วมด้วย เพื่อความเป็นธรรมชาติ และเหมือนกับผู้หญิงมากที่สุดนั่นเอง

 

สำหรับการผ่าตัดกล่องเสียงและกรอลูกกระเดือกนั้น คนไข้สามารถทำได้เลย ไม่ต้องรอว่าจะต้องผ่าตัดแปลงเพศส่วนอื่น ๆ ก่อนไหม ถึงจะค่อยทำได้ โดยการผ่าตัดกล่องเสียงและกรอลูกกระเดือกนี้จะช่วยทำให้เสียงของเราแหลมสูง และนุ่มนวลขึ้น อย่างในผู้หญิงที่มีเสียงห้าว หรือแหลมสูงจนเกินไป ก็สามารถผ่าตัดให้เสียงของเราอยู่ในระดับที่พอดีได้เช่นกัน สำหรับการผ่าตัดกล่องเสียงนี้จะเป็นการผ่าตัดบริเวณลูกกระเดือก ไม่ต้องอาศัยเทคนิคอะไรมาก แถมยังใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

📍  ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัดกล่องเสียง และกรอลูกกระเดือก มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 90,000 บาทขึ้นไป

ขึ้นอยู่กับเคส และสถานพยาบาลที่ให้บริการน้า

 

 

หลังจากกระบวนการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง และกรอลูกกระเดือกกันไป เป้ก็ขอปิดท้ายกันที่กระบวนการ ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ  ที่ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงกันแล้ว สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศที่ว่านี้ ก็จะประกอบไปด้วย การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ (ภายนอก) ให้เหมือนผู้หญิง กับการสร้างช่องคลอดเทียม หรือการผ่าตัดอวัยวะเพศ (ภายใน) ให้เหมือนผู้หญิง

 

สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ ภายนอก ให้เหมือนผู้หญิง ก็จะเริ่มกันตั้งแต่ อวัยวะส่วนที่เรียกว่าแคมนอก (Major labia) แคมใน (Minor labia) ท่อปัสสาวะ ไปจนถึงปุ่มรับความรู้สึกทางเพศ หรือ คลิตอริส (Clitoris) โดยอาศัยอวัยวะเพศชายบางส่วนในการนำมาสร้างเป็นอวัยวะเพศหญิง ได้แก่

 

  • ปลายหัวขององคชาต จะถูกนำไปทำเป็นปุ่มรับความรู้สึก หรือที่เรียกว่า คลิตอริส ที่ทำให้หลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วคนไข้ยังคงมีความรู้สึกทางเพศอยู่เหมือนเดิม
  • หนังหุ้มปลายองคชาต จะถูกนำไปทำเป็นแคมใน แต่สำหรับใครก็ตามที่เคยขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายมาก่อน จะทำให้แคมในสั้นลง และมีสีไม่เหมือนธรรมชาติ
  • ผิวหนังโคนองคชาตและผิวหนังถุงอัณฑะ จะถูกนำไปทำเป็นแคมนอก
  • หัวองคชาตและหนังท่อปัสสาวะ จะถูกนำไปทำเป็นท่อปัสสาวะและเนื้อเยื่อโดยรอบ
  • ผิวหนังองคชาต หรือผิวหนังถุงอัณฑะ จะถูกนำไปทำสร้างเป็นผนังช่องคลอด สำหรับใครที่ผิวหนังในส่วนนั้นมีปริมาณไม่มากพอกับความต้องการ แพทย์ก็จะนำเนื้อเยื่อบริเวณอื่น ๆ มาเพิ่ม เช่น เนื้อเยื่อบริเวณต้นขา ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย หรือเนื้อเยื่อบุช่องท้อง ทั้งทีก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการสร้างช่องคลอดเทียมที่เลือกทำด้วยนะ

 

 

ถัดจากภายนอกกันไปแล้ว เราก็มาต่อกันที่การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ ภายใน กันบ้าง ซึ่งนั่นก็ได้แก่ การสร้างช่องคลอดเทียม ที่มีให้เลือกด้วยกัน 3 เทคนิค ดังนี้

 

  • เทคนิคการใช้ผิวหนังองคชาตม้วนกลับ เป็นการนำเอาผิวหนังของถุงอัณฑะ (scrotal skin graft) สอดกลับเข้าไปเพื่อสร้างเป็นช่องคลอดใหม่ โดยวิธีการนี้จะมีการผ่าตัดเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังจะผ่าตัดแปลงเพศเป็นครั้งแรก และมีผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศเพียงพอ
  • เทคนิคการต่อลำไส้ (หรือต่อกราฟ) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ แก้ไข ในกรณีที่แปลงเพศมาแล้วเกิดปัญหาช่องคลอดตีบตัน หรือในผู้ที่ต้องการช่องคลอดให้มีความลึกกว่าเดิม ก็สามารถใช้เทคนิคนี้ในการช่วยได้ โดยวิธีนี้คนไข้จะต้องทำการผ่าตัดช่องท้องร่วมด้วย ข้อดีก็คือ ผิวบริเวณด้านในของช่องคลอดจะมีความเสมือนจริงมาก แต่ข้อเสียคือ อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นบนหน้าท้องในลักษณะที่เรียกว่าคีลอยด์ และมีค่าใช้จ่ายสูงนะฮะ
  • เทคนิคกราฟต่อเยื่อบุช่องท้อง โดยเทคนิคนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดแปลงเพศด้วยวิธีการต่อกราฟมาแล้ว แต่มีปัญหาช่องคลอดตื้นลง และไม่ต้องการแก้ไขด้วยเทคนิคการต่อลำไส้ แถมยังสามารถทำได้ในผู้ที่กำลังจะผ่าตัดแปลงเพศเป็นครั้งแรก ที่มีปัญหาผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศมีน้อย ก็สามารถใช้เทคนิคนี้ในการผ่าตัดได้ การแปลงเพศด้วยเทคนิคนี้จะทำให้ส่วนที่เป็นเยื่อบุมีความเรียบขึ้น อย่างในบางรายอาจจะทำให้ช่องคลอดสามารถผลิตน้ำหล่อลื่นได้เองด้วย

 

โดยก่อนที่จะทำการผ่าตัดแปลงเพศ ไม่ว่าจะใช้เทคนิคไหนก็ตาม คนไข้จะต้องทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เจ้าของไข้ หากใครที่ทานยาฮอร์โมน จะต้องงดล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน งดวิตามินและอาหารเสริมอย่างน้อย 2 อาทิตย์ รวมถึงงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดนะฮะ

 

📍  ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ (จากชายเป็นหญิง)

มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเคส และสถานพยาบาลที่ให้บริการนะฮะ

 


 

 

ก็จบกันไปแล้วสำหรับคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับผ่าตัดแปลงเพศที่ต้องรู้  ซึ่งเปย์เป้บอกเลยว่าข้อมูลที่พวกเราจะต้องรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศนี้ยังมีอยู่อีกมาก ดังนั้นใครที่กำลังวางแผนว่าจะทำ อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลกันให้ดี ๆ เพราะหลังจากที่เราตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก  เนื่องจากอวัยวะที่บ่งบอกความเป็นเพศ ไม่ว่าจะเป็น องคชาต อัณฑะ รังไข่ หรือมดลูก ได้ถูกตัดออกไปแล้วนั่นเอง

 

ส่วนใครที่อยากเข้าร่วมกิจกรรม Pride Montในเดือนนี้ เป้จะบอกว่ายังมีอีกหลายกิจกรรมเลยนะที่รอให้ทุกคนได้เข้าร่วม และแสดงจุดยืนในการสนับสนุนความแตกต่างทางเพศนี้อยู่ และต่อให้จะไม่ใช่เดือนมิถุนายน เราเองก็ยังสามารถสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมกันทางเพศนี้ได้อยู่เรื่อย ๆ ยิ่งเสียงของเราดังมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราต้องออกมาช่วยกันแสดงพลังในการสนับสนุนกลุ่มเพศทางเลือกนี้กันเยอะ ๆ นะ 🌈 

 

สำหรับใครที่เป็นสายกิจกรรม เปย์เป้ได้คัดกิจกรรม Pride Month ที่น่าสนใจมาให้แล้ว รีบปักหมุด แล้วชวนเพื่อนออกไปโชว์พลังกันได้เลยคร้าบ

 

  • กิจกรรม Pride Month Pride of all Genders งานแสดงผลงานศิลปะในรูปแบบของจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะสื่อผสม และศิลปะการจัดวาง กับคอนเซ็ปต์ LGBTQIA+ กับความหลากหลายที่มากกว่าเพศ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 ที่ หอศิลปกรุงเทพฯ
  • กิจกรรม Youth Pride 2022 Freedom & Justice ที่จัดขึ้นโดย Young Pride Club กับกิจกรรมที่จะสนับสนุนผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมีทั้งกิจกรรมการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด การแสดงของเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศ และอื่น ๆ อีกเพียบ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ หอศิลปกรุงเทพฯ
  • กิจกรรม Bangkok Pride 2022 Rainbowtopia  3 วันในดินแดนแห่งความเท่าเทียม กับกิจกรรมนิทรรศการศิลปะโดยนักวาดที่มีชื่อเสียง บูธปรึกษาสุขภาพทางเพศ กิจกรรมพูดคุยเรื่องเพศและความหลากหลาย อีกทั้งยังมีภาพยนตร์เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศมาฉายให้ดูกันแบบฟรี ๆ โดยกิจกรรมจะมีขึ้นในวันที่ 17-19 มิถุนายน 2565 ตั้งแต่เวลา 12.30 – 15.30 น. ที่หอศิลปกรุงเทพฯ ที่เดิมนะคร้าบบบ

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ที่นี่ 

 


ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : Vogue, History, CNN, Wansiri Hospital, Bangkok Hospital, Yanhee, med.cmu, Bumrungrad Hospital, skyict  และรายการ Point of View

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง :)
แสดงความคิดเห็น