รู้ทันจัดการได้ ! รีวิว "how we feel" แอปที่ช่วยให้เรารู้ทันอารมณ์ แอปดี แถมโหลดฟรีด้วย !

avatar writer
โดย : Ying
avatar writer13 ม.ค. 2566 avatar writer142
รู้ทันจัดการได้ ! รีวิว "how we feel" แอปที่ช่วยให้เรารู้ทันอารมณ์ แอปดี แถมโหลดฟรีด้วย !

 

“ อารมณ์ ”
แม้ไม่มีตัวตน แต่ก็ทรงอิทธิพลสุดๆ 
😊 😔 🤩 🤬 

 


 

เป็นที่ทราบกันดีว่าส่วนประกอบของมนุษย์นั้นมีหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ร่างกาย ความคิด และอารมณ์  ซึ่งทุกๆ ส่วนต่างก็มีหน้าที่เป็นของตัวเอง บ่อยครั้งที่แต่ละส่วนทำหน้าที่ร่วมกัน และก็จะเป็นเช่นนั้นไปตลอดทั้งชีวิตของเรา แต่ถ้าจะให้พูดถึงอะไรสักอย่างที่มีอิทธิพลกับมนุษย์มากๆ คำตอบนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ อารมณ์ 

 

ที่บอกว่าอารมณ์เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลกับมนุษย์เป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะว่า อารมณ์เป็นความรู้สึกภายในที่ส่งผลทำให้เกิดการกระทำ หรือการเปลี่ยนแปลงภายในตัวเรา  อีกทั้งอารมณ์ในแต่ละบุคคลนั้น เป็นสิ่งที่ไม่คงที่ พร้อมที่จะเกิดการแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ข้อความในหนังสือ Discovering Psychology ที่เขียนโดย Don Hockenbury และ Sandra E บอกเอาไว้ว่า  

" อารมณ์เป็นสภาวะทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน "

 

ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบที่แตกต่างกันสามประการ นั่นก็คือ ประสบการณ์ส่วนตัว, การตอบสนองทางสรีรวิทยา, การตอบสนองทางพฤติกรรมหรือการแสดงออก ซึ่งการทำความเข้าใจกับอารมณ์จะสามารถช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่าย และมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 

 

บ่อยครั้งที่เราอาจจะเคยได้ยินคนพูดประมาณว่า อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล นั่นก็เพราะชีวิตของเราในแต่ละวันมีการเดินทางและพบเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ ไม่เหมือนกัน ในบางวันเราอาจจะเจอเหตุการณ์เลวร้ายที่มีผลกระทบต่ออารมณ์ของเราเป็นอย่างมาก จนมันเกินที่จะควบคุมอารมณ์ได้ ซึ่งมันอาจจะหนักหนาจนถึงขั้นที่ว่า เราไม่สามารถควบคุมร่างกายและการกระทำได้เลย เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกช่วงอายุ อย่างที่เราเคยเห็นจากข่าว หรือสื่อต่างๆ อาทิ

 

 “ หนุ่มหัวร้อน! โมโหเพื่อนบ้านส่งเสียงดัง ชักปืนยิงดับคาที่ ก่อนเข้ามอบตัว ” 

 “ มอบตัวแล้ว! หนุ่มหึงโหดยิงแฟนสาว-เพื่อนเจ็บ อ้างโมโหเห็นฝ่ายหญิงแชตกับชายอื่น ”

 

จากข่าวเหล่านี้ ล้วนมีชนวนเหตุ เกิดจากอารมณ์โกรธ จนทำให้ร่างกายขาดการควบคุม จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมที่เลวร้าย จากข่าวข้างต้นและอีกมากมาย ทำให้เราคิดว่า การควบคุมอารมณ์ และการจัดการกับอารมณ์นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ !

 


 

how we feel ช่วยคุณได้

เพราะถ้าเรารู้เท่าทันอารมณ์ ไม่ว่าจะเผชิญปัญหาอะไร ก็จัดการได้

😊

 

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง อันดับแรกเราควรที่จะต้องรู้เท่าทันอารมณ์ของเรากันก่อน ซึ่งบทความนี้เราก็มีแอปดีๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยในการเช็กอารมณ์ของเราในแต่ละวัน ที่สำคัญแอปนี้ยังเปิดให้โหลดฟรี (เฉพาะ iOS) ซึ่งแอปที่ว่านี้ก็ได้แก่  how we feel

 

หน้าตาของแอป how we feel โหลดที่นี่ คลิก

 

how we feel คือ แอปที่ให้เราทำการสำรวจอารมณ์ของตัวเอง โดยแอปนี้มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ การถูกสร้างขึ้นมาจากคนหลายฝ่าย ทั้งนักวิทยาศาสตร์, นักออกแบบ, วิศวกร, นักจิตวิทยา รวมไปถึงนักบำบัด เราจึงมั่นใจได้ว่า ทุกข้อความ และทุกขั้นตอนในแอปนี้ มันถูกดีไซน์มาเป็นอย่างดี เพื่อที่จะช่วยระบุและจัดการอารมณ์ของเรา อีกทั้งยังมีแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองอีกด้วย

 


สำหรับวิธีการใช้งานนั้น บอกเลยว่าง่ายแสนง่าย  เมื่อเราทำการโหลดลงเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็ลุยกันต่อได้เลย โดยเมื่อเปิดแอปเข้ามาแล้ว แอปจะให้เราระบุอารมณ์เบื้องต้น ณ ตอนนั้น ซึ่งก็แบ่งเป็น 4 อารมณ์หลักๆ คือ 

 

  • High Energy Unpleasant หรือ Energy สูง แต่ไม่เป็นที่น่าพอใจ
  • High Energy Pleasant หรือ Energy สูง แต่น่าพอใจ
  • Low Energy Unpleasant หรือ Energy ต่ำ ไม่เป็นที่น่าพอใจ
  • Low Energy Pleasant หรือ Energy ต่ำ แต่น่าพอใจ

 

 

 

เมื่อเราจิ้มเลือกอารมณ์ใดไปแล้ว แอปก็จะให้เราไประบุอารมณ์แยกย่อยลงไปอีก 

 

สมมติถ้าในตอนนั้นเรากำลังรู้สึกดีและมีความสุข ก็ให้เราเลือก High Energy Unpleasant  ( พลังงานสูงแต่น่าพอใจ ) พอมาถึงในส่วนของอารมณ์ย่อย ก็ให้เราเลือกไปที่ Happy เราจะสังเกตได้ว่าแต่ละหมวดมีอารมณ์แยกย่อยเยอะมาก ซึ่งบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะด้วยความซับซ้อนของอารมณ์ ที่มนุษย์เราไม่ได้มีแค่ มีความสุข โกรธ หรือเศร้าเท่านั้น แต่ มนุษย์เรายังเต็มไปด้วยอารมณ์อื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน


เช่นวันนี้ได้ไปเดินออกกำลังกายในสวนสาธารณะ แล้วบังเอิญไปเห็นเด็กๆ กลุ่มหนึ่ง กำลังยืนอยู่หน้าถังขยะ และถกเถียงกันอย่างจริงจังว่า จะทิ้งขยะลงในถังไหนถึงจะถูกต้อง  เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้สึกถึงพลังด้านบวกขึ้นมาทันที เป็นความรู้สึกดีที่ไม่ได้เรียกว่า ความรัก แต่มันเป็นความรู้สึกดี รู้สึกภูมิใจอะไรทำนองนั้น พอเราจะบันทึกอารมณ์ของเรา ก็จะเจอเข้ากับอารมณ์ย่อยอย่าง upbeat  ซึ่งพวกอารมณ์ย่อยเหล่านี้นี่แหละ ที่จะทำให้เราเข้าใจอารมณ์ของตัวเองในวันนั้นๆ ได้ดีขึ้น

 

 

หลังจากที่เราเลือกอารมณ์หลัก และอารมณ์ย่อยกันเสร็จแล้ว ตัวแอปก็จะพาเราไปยังหน้าถัดไป สำหรับหน้านี้เราสามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ลงไปได้ เช่น ใส่รูป เขียนบรรยายสั้นๆ หรือการระบุว่าเราอยู่ที่ไหน ทำอะไร อยู่กับใคร อีกทั้งยังสามารถระบุได้อีกด้วยว่า วันนี้ออกกำลังกายกี่นาที นอนหลับไปกี่ชั่วโมง คล้ายๆ กับการจดบันทึกเลย 

 


ใส่รูปช่วงเวลาดังกล่าว เขียนบันทึกสั้นๆ ได้
และถ้าหากตัวเลือกไหนไม่ตรงกับสถานการณ์ของเราในตอนนั้น ก็สามารถระบุเพิ่มเติมได้ด้วย

 

 

เมื่อเราระบุข้อมูลต่างๆ และกดบันทึกเรียบร้อยแล้ว แอปก็จะแสดงผลข้อมูลในรูปแบบ VDO จากผู้เชี่ยวชาญ อย่างในรูป VDO ที่ได้ ก็จะเกี่ยวข้องกับการเขียนบันทึก นั่นก็เพราะว่าในขั้นตอนที่เราระบุอารมณ์ไป เรามีการจดบันทึกลงไปด้วย ถือว่าเป็น VDO ที่ช่วยซัปพอร์ตการกระทำของเราได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยทำให้เรารู้สึกดีกับการเขียนบันทึกประจำวันแบบไม่เคอะเขินอีกด้วย

 

หากเรากดไปที่คำว่า Instructions ตรงมุมขวาล่างของ VDO ตัวแอปก็จะนำเราไปสู่บทเรียนของการเขียนบันทึกแบบเป็นลำดับขั้นตอน เข้าใจง่าย อีกทั้งตัว VDO ยังมีเมนูยิบย่อยมากมาย อาทิ เปิด/ปิด มีคำบรรยายใต้ภาพกำกับ ปรับระดับเสียง เร่งความเร็ว เปิดจอใหญ่ หรือจะเลือกฟังแต่เสียง ไม่ดูภาพก็ได้เช่นกัน  เรียกได้ว่าเป็นแอปที่ผ่านการคิดมาแล้วว่าแบบนี้นี่แหละดีที่สุด !

 


 

เมนูอื่นๆ ของแอป มีอะไรน่าเล่นอีกบ้าง ?

 

ตัวแอป how we feel ยังมีเมนูอื่นๆ อีกนะ ซึ่งบอกเลยว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อเรามากด้วย ส่วนจะมีเมนูอะไรบ้างมาดูกันเลย

 

▶️ Regulate

 

 

เมนูนี้จะประกอบไปด้วย VDO จำนวนมาก โดยจะเป็น VDO วิชา Emotions 101  ที่มีให้เราเลือกฟังหลากหลายหมวด ซึ่งบรรดา VDO เหล่านี้ก็จะเป็นคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ซึ่งความยาวของตัว VDO แต่ละคลิปก็จะมีความยาวสั้นๆ ส่วนมากแล้วจะไม่เกิน 2 นาที

 

ข้อดีของความสั้นนี้ คือ เราจะไม่เบื่อ และถึงแม้ว่า VDO จะสั้นๆ แต่เนื้อหาถือว่าตรงประเด็นดีมากเลย สามารถนั่งไล่ดูในเวลาว่างได้ ไม่ถึงกับต้องซีเรียสจริงจัง แบบเวลาที่เรานั่งเรียนในห้องเรียน

 


 

▶️ Friends

 


เมนู Friends จะเป็นเมนูที่ให้เรา ทำการแชร์กับเพื่อนๆ ซึ่งจะมีทั้งแชร์กับเพื่อนสนิทที่เราคุยกันทุกวัน ผ่านทาง LINE, Facebook, Twitter หรือ Instagram 

 

กับอีกแบบคือแชร์ในสังคมโซเชียลของระบบ iOS ซึ่งตรงนี้เราจะต้องทำการเชื่อมต่อกับบัญชี Apple ID ของเรากันก่อน ซึ่งเมนูของการแชร์ ตัวแอป ไม่ได้บังคับว่าทุกคนจะต้องแชร์นะ ถ้าหากใครอยากจะแชร์แค่กลุ่มเพื่อนสนิทที่เราไว้ใจ ก็อาจจะเป็นผลดีกับตัวของเราเอง  เพราะในบางวันถ้าเรามีเรื่องอะไรที่แย่มากๆ เพื่อนนี่แหละที่จะช่วยรับฟัง และปลอบประโลมเราได้

 



▶️ Analyze

 

 

เมนู Analyze คือ การบอกสถิติของเราเอง โดยเราสามารถเลือกดูได้ทั้งแบบรายเดือน, รายสัปดาห์ หรือใครอยากจะเลือกดูตามหมวดของอารมณ์ก็ได้ โดยเมนูนี้จะแสดงผลที่ตัวแอปวิเคราะห์ออกมาให้เรารู้ว่า เรามีความรู้สึกแบบไหนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ อีกทั้งยังมีในรูปแบบปฏิทินด้วยนะ

 

ทีนี้จะเห็นชัดเจนเลยว่า แต่ละวันเราเข้ามาเช็กอินกี่ครั้ง และแต่ละครั้งเรากำลังรู้สึกอะไรอยู่ ซึ่งพอแอปแสดงผลออกมาให้เราดูแบบนี้  มันจะช่วยทำให้เราเห็นอารมณ์ของตัวเองชัดเจนขึ้นจริงๆ ถ้าปฏิทินของเราเต็มไปด้วยสีแดงนั่นอาจจะหมายความว่า เรามีสัปดาห์อันแสนโหดร้ายอยู่ก็เป็นได้ 

 


อีกทั้งตัวแอปยังเพิ่มความชัดเจนให้กับเรา กับการแสดงผลว่า แต่ละกิจกรรมที่เราทำอยู่ เราเกิดความรู้สึกแบบใด, ตอนอยู่คนเดียวหรืออยู่กับใครสักคนเรารู้สึกอย่างไร และสถานที่ไหนมีผลกับความรู้สึกของเรามากที่สุด 

 

โดยข้อมูลจะมาในลักษณะของกราฟสถิติ แถมยังใช้สีแทนความรู้สึก มันเลยทำให้เราได้เห็นและเข้าใจได้อย่างชัดเจนเลยว่า สถานการณ์ไหน บุคคลใด และกิจกรรมอะไร ที่มีผลกับอารมณ์ของเรามากที่สุด เช่น สถิติของเราแดงเถือกในช่วงเวลาทำงาน นั่นแปลว่าอารมณ์ของเราอาจจะไม่ดีเอามากๆ กับงาน เพื่อนร่วมงาน หรือสถานที่ทำงาน

 

พอเราทราบข้อมูลตรงนี้แล้วก็จะช่วยให้เราได้คิดว่า ฉันอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ในสักวัน ดังนั้นฉันเลยต้องรีบแก้ไข  ถึงแม้ว่ากระบวนการแก้ไขของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป แต่แอปนี้ก็ได้ช่วยทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองได้จริงๆ

 

 

แล้วแอปนี้มีความพิเศษตรงที่ เราสามารถตั้งเตือนได้ด้วยนะ ว่าจะเช็กอารมณ์ของตัวเองวันละกี่ครั้ง ถ้าเช็ก จะเช็กเวลาไหนบ้าง หรือใครจะตั้งค่าแบบ 1 สัปดาห์เช็กอารมณ์สัก 2 - 3 ครั้งแบบนี้ก็ได้เช่นกัน ถ้าจะให้แนะนำลองตั้งเวลาเช็กอารมณ์เป็นเช้ากับก่อนนอนดูก่อนก็ได้ มันจะช่วยให้เราเห็นได้แบบชัดเจนเลยว่า ระยะเวลา 10 - 12 ชั่วโมงของวันนั้น ในระหว่างวันอารมณ์ของเรามีการเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน

 


 

เคยมีข้อความหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า อารมณ์จะแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำ พออ่านเสร็จแล้วก็มานั่งคิดกับตัวเอง แล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องจริง   หลายต่อหลายครั้งเวลาที่เราเกิดอารมณ์ไม่ว่าจะในทางบวกหรือทางลบ เรามักจะลงมือกระทำบางอย่างเพื่อเป็นการตอบสนองต่ออารมณ์ของเรา ณ ขณะนั้น

 

นั่นจึงหมายความว่า หากเราอารมณ์ไม่ดี กำลังโมโหอยู่ การกระทำ หรือการแสดงออกของเราคงจะออกมาไม่ดีสักเท่าไหร่  นั่นเป็นคำตอบว่า ทำไมเราถึงต้องรู้เท่าทันและบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ก็เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำดังกล่าวในภายหลังนั่นเอง

 

❤️ 💛 💙 💚 

 


 

💙 อ่านบทความที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้ที่นี่


แหล่งข้อมูลอ้างอิง  medicine.yale.edu

  • avatar writer
    โดย Ying
    ญ เอง
แสดงความคิดเห็น