"ต่อต้าน ไม่เอาใคร" Goth (กอธ) Subculture ที่ถูกมองว่าเป็นขบถตัวร้ายของสังคม

avatar writer
โดย : imnat
avatar writer26 ธ.ค. 2565 avatar writer177
"ต่อต้าน ไม่เอาใคร" Goth (กอธ) Subculture ที่ถูกมองว่าเป็นขบถตัวร้ายของสังคม

 

ถ้าพูดถึงซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ ชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Wednesday เรื่องราวของ Wednesday Addams ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว Addams พี่สาวคนโตที่มีบุคลิกนิ่ง ๆ ไม่สนใจใคร หญิงสาวผู้คลั่งไคล้สีดำและความตายเป็นชีวิตจิตใจ

 

โดยซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากจะประสบความสำเร็จในฐานะซีรีส์แล้ว สไตล์การแต่งตัว บุคลิกท่าทาง รวมไปถึงเสน่ห์แบบดิบ ๆ ของ Wednesday Addams ก็ได้ทำให้วัฒนธรรมย่อยอย่าง Goth กลับมาได้รับความสนใจกันอีกครั้ง เพราะตัวละครของ Wednesday Addams เรียกได้ว่าเป็น Goth Icon เลยก็ว่าได้ แล้ววัฒนธรรม Goth ที่ว่านี้คืออะไร เดี๋ยวบทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Goth ให้มากขึ้นกัน !

 


 

 

"ต่อต้าน ไม่เอาใคร"

Goth (กอธ) Subculture ที่ถูกมองว่าเป็นขบถตัวร้ายของสังคม

 

ไหน ๆ เราก็เอ่ยถึง Wednesday Addams มาตั้งแต่ต้น บวกกับการอวยยศให้น้องวันพุธของเราเป็น Goth Icon แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะพอเดากันได้ลาง ๆ แล้วว่า วัฒนธรรม Goth ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ มันจะสามารถเกี่ยวพันกับอะไรได้บ้าง แต่ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าวัฒนธรรม Goth ที่ว่านี้คืออะไร อะ ไหนลองตอบคำถามในใจกันหน่อยซิว่า  ถ้าเราให้ทุกคนช่วยกันนิยามตัวละคร Wednesday Addams ขึ้นมา จะมีคำนิยามไหนบ้างที่จะสามารถอธิบายถึงลักษณะตัวละครตัวนี้ได้ดีที่สุด

 

เชื่อว่าในบรรดาคำตอบนั้นจะต้องมีสีดำ, ใบหน้าบูดบึ้ง, ชอบอยู่คนเดียว, นิสัยตลกร้าย, คลั่งไคล้ความตาย รวมไปถึงอาการเบื่อโลก เบื่อทุกอย่าง เบื่อแม้กระทั่งคนในครอบครัวของตัวเอง ซึ่งบรรดาคำนิยามเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Goth ที่ไม่ได้มีแค่บุคลิกนิสัย หรือความสนอกสนใจเกี่ยวกับความตายเท่านั้น

 

Siouxsie Sioux นักร้องนำวง Siouxsie and the Banshees ภาพจาก : Redferns

 

 

ย้อนกลับไปยังปี ค.ศ. 1980 จุดเริ่มต้นของ Subculture หรือวัฒนธรรมย่อยอย่าง Goth ได้เริ่มต้นขึ้นที่ประเทศอังกฤษ โดยมาจาก แนวเพลงพิเศษ ที่มีความแตกต่างและโดดเด่นจากแนวเพลงที่ได้รับความนิยมกันในช่วงนั้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การสื่อสารของวง ที่ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลง ทำนองเพลง มิวสิควิดีโอ หรือแม้กระทั่งภาพลักษณ์ของนักร้องนำ ที่มักจะมี Mood and Tone เกี่ยวกับเรื่องดาร์ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีดำ หรือมีเนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับความตาย ความสิ้นหวัง การสูญเสีย หรือแม้กระทั่งการแสดงออกผ่านทางสีหน้า และแววตา เลยทำให้ Goth มักจะถูกมองว่าเป็นพวกต่อต้านสังคม นอกคอก และไม่เอาใคร

 

โดยเพลงแรกที่ถือได้ว่าเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิด Subculture นี้ก็ได้แก่ เพลง Bela Lugosi's Dead จากวง Bauhaus ที่ปล่อยออกมาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1979 แต่ทว่า ณ ตอนนั้น ยังไม่ได้มีการให้คำนิยามว่าสิ่งนี้คือ Goth Music จนกระทั่งการมาของวง Siouxsie and the Banshees ที่นักร้องนำอย่าง Siouxsie Sioux ประกาศตัวว่าเธอได้ใช้ Mood and Tone อย่าง Goth มาเป็นแรงบันดาลใจ และ Direction ให้กับวง ซึ่งแนวดนตรีที่ว่านี้ เธอได้ให้คำนิยามว่ามันเป็นแนวดนตรีแบบ Gothic Rock

 

 

ต่อให้จะถูกมองว่าต่อต้านสังคม นอกคอก ไม่เอาใคร แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อิสระทางการแสดงออกผ่านเสียงดนตรีเหล่านี้ ได้ทำให้วัฒนธรรมย่อยอย่าง Goth ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดเป็น Goth Icon ทางดนตรีตามมาหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Robert Smith, Peter Murphy, Ian Curtis, Nick Cave และ Goth เองก็ได้ก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมย่อยใหม่ ๆ ตามมา อย่าง New Metal, Third Wave Emo หรือว่าจะเป็น Mall God เป็นต้น

 

แต่อีกนัยนึงก็มีนักวิชาการบางกลุ่มมองว่าจุดเริ่มต้นของ Goth นั้นมาจาก การต่อต้านแฟชั่นสีสันสดใส รวมไปถึงแนวดนตรีอย่าง Disco ที่ได้รับความนิยมในช่วงปี ค.ศ. 1970 โดยการใช้สีที่มืดมนกว่า สงบกว่า อย่างสีดำ เทา แดงเข้ม ในการลบล้างสีสันสดใส และดนตรีแนว Disco Dance ก่อนหน้านี้ให้หายไป

 

Edgar Allan Poe เจ้าพ่อนิยายแนวสยองขวัญ อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรม Goth ภาพจาก : smithsonian

 

แต่ใดใดก็ตาม กลิ่นอายของวัฒนธรรม Goth มีความเป็นไปได้ว่าจะ ได้รับอิทธิพลมาจากยุคศิลปะจินตนิยม หรือ Romanticism ที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยยุคศิลปะจินตนิยมนี้มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ อย่าง การต่อต้านแนวคิดทางสังคม และการบริหารเมืองแบบเก่า มีการปฎิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้น  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ ได้ส่งผลกระทบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในทางปรัชญา ความเชื่อ ศิลปะ วัฒนธรรม รวมไปถึงวรรณกรรมด้วยเช่นกัน 

 

อย่างสถาปัตยกรรม ประติมากรรม หรือจิตรกรรมแบบ Gothic ถือได้ว่ามีบทบาทมากในยุคนี้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงวรรณกรรมแนว Gothic เองก็มีจุดเริ่มต้นและมีบทบาทสำคัญในยุคนี้ด้วยเช่นกัน โดยบรรดาสถาปัตยกรรม จิตรกรรม หรือว่าวรรณกรรมทั้งหมดที่ได้กล่าวมา ล้วนจะมีจุดเด่นที่เหมือนกันนั่นก็คือ การเน้นไปที่อารมณ์ ความรู้สึก อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อต้านสังคม และแนวคิดแบบเดิม ๆ ผลงานต่าง ๆ ที่ออกมาเลยมีอิสระมากขึ้น และไม่ขายฝันเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

 

Edgar Allan Poe นักเขียนชาวอเมริกัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่ง Goth ยุคบุกเบิก โดยผลงานของเขามีเอกลักษณ์ และมีความเชื่อมโยงกับความเป็น Goth ได้ดีสุด ๆ มีการใช้พวกบทกวีในการบรรยายถึงความเศร้า บวกกับเนื้อหาส่วนใหญ่ที่จะเน้นไปที่ผลงานแนวสยองขวัญ ลึกลับ กับอีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาแห่ง Goth อย่าง Mary Shelley  เจ้าของวรรณกรรมแนว Gothic ที่มีชื่อเสียงอย่าง Frankenstein ที่เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของนวนิยายแนว Gothic ที่ผสมผสานความเหนือธรรมชาติ เข้ากับวิทยาศาสตร์ได้แบบน่าขนลุกสุด ๆ 

 

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Frankenstein ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1935 โดยดัดแปลงมาจากงานเขียนของ Mary Shelly ภาพจาก : britannica

 

ด้วยอิทธิพลจากวรรณกรรม ดนตรี รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางยุคสมัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เราสามารถให้คำนิยามวัฒนธรรม Goth ได้ว่า

 

Goth คือวัฒนธรรมของกลุ่มคนที่มีอิสระในการแสดงออกถึงความชอบ

รวมถึงมีความหลงใหลในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจ

 

หรืออาจจะมองไม่เห็นคุณค่าในสิ่ง ๆ นั้น ยกตัวอย่างเช่น ชาว Goth ส่วนใหญ่ มักจะมองเห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในความสูญเสีย ในความลึกลับ ความตาย หรือแม้กระทั่งสีดำ อย่างบางคนที่คลั่งไคล้ในวัฒนธรรมนี้เอามาก ๆ จากความคลั่งไคล้ธรรมดา ก็อาจจะลามไปถึง การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตวิญญาณ เลยก็มี และชาว Goth ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ค่า หรือว่ายึดติดกับการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงความทันสมัยอะไรขนาดนั้น นั่นจึงกลายมาเป็นที่มาของการเลือกใช้โทนสีของคนกลุ่มนี้ ที่ขอแค่มีเพียงสีพื้น ๆ อย่างสีดำ เทา ไม่ต้องอาศัยสีสันที่จัดจ้านมาก เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับพวกเขา

 


 

 

Goth Subculture

"แตกต่างได้ ไม่มีคำว่าผิด"

 

ด้วยแรงกระเพื่อมที่ได้ขยายวงกว้างออกไป ไม่ว่าจะจากดนตรี วรรณกรรม หรือทางจิตวิญญาณอะไรก็ตามแต่ ได้ส่งผลทำให้วัฒนธรรมย่อยของ Goth ที่ปรากฎอยู่ในกลุ่มต่าง ๆ อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้าง ซึ่งนั่นไม่ได้กลายเป็นเรื่องที่ผิดแต่อย่างใด  เพราะ Goth ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มที่เราสามารถแสดงออกได้อย่างอิสระอยู่แล้ว ดังนั้นมันเลยกลายเป็นเหมือนเสรีภาพในการแสดงออกของคนกลุ่มนั้น

 

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว สิ่งที่คนแต่ละกลุ่มมักจะมีเหมือนกัน อย่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น อย่างการมองเห็นความสวยงามในความสูญเสีย รวมไปถึง การไม่ยึดติดกับสีสัน อย่างที่เราพอจะรู้กันว่า Goth จะเน้นไปที่สีดำเป็นหลัก แต่บางกลุ่มอาจจะมีสีขาว หรือสีแดงเข้มมาประกอบด้วย แต่ใดใดก็หนีไม่พ้นสีหลักอย่างสีดำไปแน่นอน

 

Prada FW 2019 ที่ได้รับแรงบันดาลมาจาก Goth Icon อย่าง Wednesday Addams และ Frankenstein ภาพจาก : prada

 

และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า จากวัฒนธรรมย่อย ก็สามารถเดินทางมาสู่วัฒนธรรมหลักได้  ด้วยการอาศัยแรงขับเคลื่อนจากสื่อต่าง ๆ ที่มีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, ซีรีส์, ดนตรี หรือแม้กระทั่งแฟชั่น โดยผลพลอยได้จากแรงขับเคลื่อนต่าง ๆ เหล่านี้ ได้ส่งผลทำให้ วัฒนธรรม Goth ถูกนำมา Remind ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ อยู่ตลอด และจากเดิมที่ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เข้าถึงยาก แต่เราก็สามารถเข้าถึงวัฒนธรรม Goth ได้ ผ่านบรรดาสื่อต่าง ๆ ที่ว่ามานี้ 

 

Wednesday ซีรีส์จาก Netflix ที่ปลุกกระแสของวัฒนธรรม Goth ให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

 

ด้วยภาพลักษณ์ที่สื่อสารออกมาของ Goth มักจะถูกทำให้คนเข้าใจผิดอยู่บ่อย ๆ ว่า Goth เป็นกลุ่มคนประเภทที่ก้าวร้าว ไม่เอาใคร และเป็นพวกหัวรุนแรง ซึ่งจริง ๆ แล้วชาว Goth นั้น ไม่ได้เป็นคนที่ขวางโลก และไม่เอาใครอย่างที่ทุกคนคิด เพียงแต่ว่าสิ่งที่พวกเขาสนใจนั้นอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกัน ซึ่งนั่นไม่ได้ผิด  หรือว่าดูประหลาดแต่อย่างใด

 

มันก็เหมือนกับเวลาที่เราชอบ หรืออินกับอะไรสักอย่างนั่นแหละ เพียงแต่ภาพลักษณ์ที่เหล่า Goth แสดงออกมา อาจจะดูโดดเด่นกว่าคนทั่วไปในสังคม แต่เราก็ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าสิ่งนั้นมันประหลาด รวมไปถึงการใช้ถ้อยคำรุนแรง บูลลี่ หรือการแสดงออกแบบโจ่งแจ้งว่าไม่ชอบ ไม่พอใจ เพราะจริง ๆ แล้ว Goth ก็เป็นคนธรรมดาทั่วไป ที่มีความสนใจให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เท่านั้น

 

ที่สำคัญสิ่งที่พวกเขาสนใจ ไม่ว่าจะเป็นความตาย ความสิ้นหวัง หรือการมีอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันก็เป็นเหมือนสัจจธรรมของชีวิต ดังนั้นเราไม่ควรปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออกในสิ่งที่สนใจ

 

เพราะความชอบเป็นเรื่องเฉพาะส่วนบุคคล

และคนเราสามารถมีความชอบที่แตกต่างกันได้ 'ไม่มีคำว่าผิด'

 


 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ที่นี่

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : cbr, ukessays, lifepersona, whatisgoth, museumofyouthculture และ pitchfork

  • avatar writer
    โดย imnat
    เสพติดการอ่าน & ดูหนัง และตอนนี้อยู่ในระหว่างการพยายามทำตามความฝันให้สำเร็จ :)
แสดงความคิดเห็น