จิ๋วแต่แจ๋ว ! รู้จัก YKK จากซิปที่วางขายแค่ในประเทศญี่ปุ่น สู่แบรนด์ซิปอันดับ 1 ที่ผู้ผลิตทั่วโลกต้องการ

โดย imnat
ลงเมื่อ 15 พ.ย. 64
จิ๋วแต่แจ๋ว ! รู้จัก YKK จากซิปที่วางขายแค่ในประเทศญี่ปุ่น สู่แบรนด์ซิปอันดับ 1 ที่ผู้ผลิตทั่วโลกต้องการ

 

เห็นเป็นแค่วัสดุชิ้นเล็กๆ แบบนี้ แต่หน้าที่และความสำคัญของ ซิป (Zipper) นั้นยิ่งใหญ่และสำคัญมากจริงๆ อย่างแรกเลยก็คือเรื่องของความสะดวก อย่างถัดมาคือเรื่องของความปลอดภัย ง่ายๆ ลองจินตนาการภาพสิ่งของใกล้ตัว ในเวอร์ชันที่ไม่มีซิปเป็นส่วนประกอบกันดูสิ คงจะเปิดอ้าซ่าแบบชนิดที่ว่าไม่ต้องใส่อะไรเข้าไปเลยน่าจะเป็นการดีที่สุด 😂 

 

และถ้าถามต่อว่า ในบรรดาบริษัทผู้ผลิตซิปในโลกนี้มีจำนวนมากน้อยแค่ไหน เราตอบแทนได้เลยว่ามีเยอะมาก เอาแค่บริษัทผลิตซิปในประเทศจีนก็น่าจะกินไปเกือบครึ่งนึงแล้ว แต่ซิปที่ยืนหนึ่งเรื่องคุณภาพ รวมถึงเป็นที่นิยมตลอดมา เราขอยกให้กับ YKK

 


 

 

ซิป แม้เป็นเพียงแค่องค์ประกอบเล็กๆ

แต่นั่นคือหัวใจสำคัญของ Product เชียวนะ !

 

ก่อนจะวกเข้าไปหา YKK อย่างแรกขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจกันก่อน เผื่อมีบางคนคิดว่า YKK เป็นผู้ให้กำเนิดซิปหรือเปล่า จะบอกว่าไม่ใช่นะ แต่ซิปนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าการมาของ YKK หลายปีมากๆ โดยต่อยอดไอเดียมาจาก Elias Howe นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้คิดค้นและให้กำเนิดจักรเย็บผ้า ซึ่งในตอนแรกรูปร่างหน้าตาของซิปยังไม่ใช่แบบที่เราเห็นกันทุกวันนี้ แต่มันก็ถูกปรับและพัฒนามาเรื่อยๆ 

 

โดยเริ่มแรกนั้นเป็นผลงานของ Whitcomb L. Judson ที่ได้ประดิษฐ์ตัวหนีบแบบตะขอ หรือ Clasp Locker ขึ้นมา โดยเป็นอุปกรณ์เปิด-ปิดอัตโนมัติที่อาศัยการทำงานด้วยการ 'เลื่อน' ซึ่งหลังจากที่ประดิษฐ์สำเร็จก็ได้ถูกนำมาใช้กับรองเท้าเป็นครั้งแรก

 

First Zipper

ขอบคุณภาพจาก : Wikipedia.com

 

หลังจากนั้นซิปก็ได้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าขึ้นมา เพราะทาง Whitcomb เองก็ได้เปิดบริษัทที่รับผลิตซิปขึ้นเป็นครั้งแรก เริ่มตั้งแต่การทำด้วยมือ ลามมาจนถึงมีเครื่องจักรผลิตของตนเอง แต่หน้าตาของมันในตอนนั้นยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้ออกมาคล้ายคลึงกับซิปที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันในทุกวันนี้ จนกระทั่ง

 

Gideon Sundback วิศวกรชาวสวีเดน (อดีตลูกจ้างของ Whitcomb) ได้จดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ของเค้าเองขึ้นมาครั้งแรก (แต่ในตอนนั้นยังไม่ถูกเรียกว่า ซิป นะ) แต่จะบอกว่าสิ่งประดิษฐ์ของกีเดียนนั้นมีความคล้ายคลึงกับซิปในตอนนี้มาก โดยสินค้าที่ถูกนำมาใช้กับสิ่งประดิษฐ์ของเค้าเป็นครั้งแรกก็ได้แก่ ช่องใส่เงินเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังของตัวเข็มขัด  ที่เอาไว้ใช้เฉพาะในหมู่ทหารเรือเท่านั้น ก่อนจะมาบูมในหมู่คนทั่วไป รวมถึงกำเนิดเป็นชื่อเรียกว่า Zipper ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1923 แถมชื่อนี้ยังกลายเป็นเครื่องหมายทางการค้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเลยด้วย

 


 

 

จนถึงการมาของ YKK

" จากบริษัทเล็กๆ ในประเทศญี่ปุ่น สู่การเป็นผู้ผลิตซิปที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก "

 

ในบรรดาผู้ผลิตซิปกว่าค่อนโลกที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ถ้าจะให้เราเลือกตัวท็อปมาสักเจ้า คงจะหนี YKK นี้ไปไม่ได้ ซึ่ง YKK นี้คือบริษัทผู้ผลิตซิปสัญชาติญี่ปุ่น ที่การันตีความปังจากจำนวนยอดการผลิตซิปมากถึง 7 พันล้านชิ้น / ปี (ย้ำว่าต่อปี) 

 

เท้าความย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1934 ณ ประเทศญี่ปุ่น ไม่กี่ปีหลังจากสิ่งประดิษฐ์กลไกซับซ้อนอย่างซิปถูกให้กำเนิดขึ้นมา ก็ได้มีชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งอย่าง Tadao Yoshida เกิดความไม่พึงพอใจกับการใช้งานซิปขึ้นมา  San-es Shokai เลยถือกำเนิดขึ้น จากการออกแบบและผลิตซิปของ Yoshida ที่ต้องการจะอุดรอยโหว่ของปัญหาจากการใช้งานซิปเดิมๆ ให้มีคุณภาพและสามารถใช้งานได้ดีกว่าเดิมขึ้นมา ซึ่งชื่อของ San-es Shokai นั้นได้ถูกเปลี่ยนเป็น Yoshida Kogyo Kabushiki Kaisha ในภายหลัง (โดยมีความหมายว่า บริษัท โยชิดะ จำกัด) หรือที่เราคุ้นกันกับตัวย่อภาษาอังกฤษ 3 ตัวอย่าง YKK นั่นแหละ

 

 

จากใจคนที่เคยมีประสบการณ์แย่ๆ กับซิปมาก่อนแบบเรา และเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนเองก็เคยประสบปัญหาเกี่ยวกับซิปกันมาไม่ต่างกัน  ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า ต่อให้สินค้าชิ้นนั้นจะมีเนื้อผ้าที่ดี การออกแบบที่เริ่ด แต่ถ้าคุณภาพของซิปไม่ได้มันก็สามารถลดคุณภาพของตัวสินค้าได้เหมือนกันนะ และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าส่วนใหญ่ นอกจากจะให้การลงทุนกับบรรดา Material ต่างๆ แล้ว พวกเค้ายังให้ความสำคัญและยอมลงทุนให้กับส่วนประกอบเล็กๆ อย่างซิปด้วย ซึ่ง YKK คือคำตอบแรกที่พวกเค้ามักจะเลือก

 

Yoshida ให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่จะส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เค้าเลยพยายามอย่างหนักในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี ในขณะที่ตัวสินค้านั้นมีราคาที่ต่ำ มันเลยกลายเป็นจุดเด่นรวมถึงมาตรฐานเด่นๆ ของ YKK ตั้งแต่อดีต - ปัจจุบัน ตรงที่ว่า YKK จะรักษามาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการผลิต, ระยะเวลาการจัดส่งที่รวดเร็ว, ความหลากหลายของสินค้า รวมไปถึงการส่งมอบสินค้าแบบชนิดที่เรียกว่า 'ไร้ข้อตำหนิ'  ให้กับลูกค้าทุกคน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำกล่าวลอยๆ แต่มันสามารถพิสูจน์และการันตีได้จากความนิยมจริงๆ

 

และจะบอกว่าไม่ใช่แค่คนในวงการอุตสาหกรรมอย่างเดียวนะ อย่างลูกค้าบางคนใส่ใจกับรายละเอียดมากกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)  ถึงขนาดต้องพลิกหน้า พลิกหลังดูกันเลยว่าซิปที่แบรนด์นั้นๆ เลือกใช้ ใช่ของ YKK หรือเปล่า คือถ้าไม่ใช่ ลูกค้าคนนั้นก็อาจจะไม่ซื้อ ดังนั้นด้วยเหตุผลนี้มันเลยแปลความหมายได้ว่า YKK มีอิทธิพลต่อตลาดมากกว่าที่พวกเราคิดกันเยอะเลย !

 


 

 

เห็นเป็นเบอร์หนึ่งแบบนี้ ใช่ว่าจะไม่มีคู่แข่ง !

 

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่ามีโรงงานผลิตซิปมากมายเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ บรรดาผู้ผลิตซิปในประเทศจีน  ซึ่งถือว่าเป็นประเทศผู้ผลิตที่มีอำนาจการผลิตสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก และหลังจากแข่งขันกันเองในประเทศได้สำเร็จ ก็มีผู้ชนะที่ทางเรามองว่าโดดเด่นที่สุด และถึงแม้ว่าเราจะอวย YKK กันมาตั้งแต่ต้น แต่ใดใดก็ตาม ห้ามละสายตาจากรายนี้ไปโดยเด็ดขาด 

 

ซึ่งผู้ผลิตจากจีนที่ว่านั้นก็ได้แก่ SBS บริษัทผู้ผลิตซิปรายใหญ่และเป็นตัวท็อปอันดับหนึ่งในจีน ที่หลังจากเปิดตัวมาได้ไม่นาน ก็สามารถทำยอดส่งออกซิป SBS ของตนเองได้สูงถึง 25% ทั้งในประเทศรวมถึงต่างประเทศ ซึ่งความโดดเด่นของ SBS นั้นไม่ธรรมดาเลยนะทุกคน เพราะเค้าพยายามผลักดันตัวเองให้กลายเป็นเบอร์ 1 ให้ได้ เอาง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่าจะผลิตเป็นซิปประเภทไหน SBS เค้าก็ขอขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ทั้งหมด

 

ขอบคุณภาพจาก : sbs-zipper.com 

 

แล้วถ้าถามว่าอายุอานามของ SBS กับ YKK นั้นแตกต่างกันมากไหม บอกเลยว่าต่างกันเยอะมากกกกก คือ YKK ขึ้นแท่นว่าเป็นตำนานไปแล้ว ในขณะที่ SBS กำลังอยู่ในช่วงวัยที่มีพลังในการทำนู้นทำนี้เยอะมาก คือพยายามผลักดันตัวเองสุดๆ และดูเหมือนว่าความพยายามนั้นจะสำเร็จด้วยนะ เพราะ SBS กลายเป็น Material สำคัญในการผลิตของแบรนด์ดังระดับโลก อย่าง adidas, Puma, Fila, The North Face และอื่นๆ อีกเพียบ !

 

| ฟาดกันแบบหมัดต่อหมัด กับจุดเด่นของทั้ง 2 แบรนด์

 

👊  จุดเด่นของ SBS

  • คุณภาพดี ที่สำคัญคือราคาต่ำกว่า YKK เยอะมาก
  • มีพื้นที่การผลิตที่ใหญ่
  • เป็นที่ต้องการของแบรนด์ระดับล่าง - กลาง และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น

 

👊  จุดเด่นของ YKK

  • ยืนหนึ่งเรื่องของงานไร้ตำหนิ
  • ไม่ได้ผลิตแค่ซิปอย่างเดียว แต่ยังผลิตเครื่องจักรผลิตซิปอีกด้วย (เอาง่ายๆ ก็คือกุมทุกอย่างของกระบวนการไว้ในมือ)
  • มีชื่อเสียงมานานกว่า 88 ปี และสามารถรักษาฐานลูกค้า ตั้งแต่แบรนด์ระดับกลาง - หรูได้
  • ในบรรดาสินค้าที่วางขายอยู่ในท้องตลาดตอนนี้ เกินครึ่งล้วนใช้ซิปของ YKK

 

ถ้าถามว่าสินค้าของทั้ง 2 รายนี้มีความแตกต่างกันไหม เราตอบเลยว่าต่างนะ อย่างเรื่องของราคา SBS อาจจะสู้ได้ก็จริงอยู่ แต่เรื่องคุณภาพของซิปจาก YKK ก็ถูกพูดถึงกันมานานมากเช่นกัน จนถึงขั้นแตกไลน์ของซิปออกมาเป็น  EXCELLA หรือซิปคุณภาพสูงสำหรับแบรนด์หรูโดยเฉพาะ คือของเดิมว่าคุณภาพดีไม่ไหวแล้ว แต่เจ้า EXCELLA นี้ก็ยังอัปเกรดคุณภาพ รวมถึงภาพลักษณ์ให้ดูดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย หากใครเคยใช้งานซิปของ YKK กันมาบ้าง ก็น่าจะจำสัมผัสของการรูดซิปที่ลื่นนี้กันได้ นี่ทางเราไม่อยากจะนึกเลยว่าสัมผัสของซิป EXCELLA รุ่นนี้จะลื่นแค่ไหนกันเชียว !

 


 

 

ถ้า Product ไม่ดีจริง อย่าหวังว่าจะได้เห็น YKK ในวันนี้ !

 

เรียกได้ว่าการที่ YKK มีทุกวันนี้ได้เพราะคุณภาพและฝีมือล้วนๆ คือต่อให้คำอธิบายว่า คุณภาพ จะถูกใช้ในการสื่อความหมายบ่อยแค่ไหน เราว่ามันอาจจะไม่อิมแพคเท่ากับประสบการณ์การใช้งานของพวกเรากันมากกว่า เชื่อว่าหลายคนบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่ได้สัมผัสความมีคุณภาพที่ว่านี้กันมาหมดแล้ว ที่สำคัญซิปของ YKK ยังไปปรากฏตัวอยู่บนสินค้ามาแล้วหลายประเภท และหลายแบรนด์ ไม่ใช่แค่กางเกงยีนส์ Levi's อย่างเดียวนะ 😂  แต่เรียกได้ว่าซิป YKK น่าจะกวาดเรียบมาหมดแทบจะทุกอย่างแล้ว

 

ไม่ว่าจะเป็นบรรดาเสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า ฯลฯ น่าจะการันตีความเป็นที่นิยมรวมถึงชื่อเสียงของ YKK ได้เป็นอย่างดี จนถึงขั้นมีคนเคยพูดเอาไว้ว่า YKK กลายเป็นเบอร์หนึ่งในวงการแฟชั่นไปแบบสมบูรณ์  และเราก็ค่อนข้างมั่นใจว่า ต่อให้มีคู่แข่ง แต่ความโดดเด่นรวมถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ YKK น่าจะทำให้ซิปยี่ห้อนี้ยืนหนึ่งในตลาดไปได้อีกยาว

 


 

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : slate.com, daily.jstor.org, timetoast.com, insider.com, fastcompany.comlinkedin.com, ykkdigitalshowroom.com, ykkfastening.com  และ sbs-zipper.com 

  • avatar writer
    โดย imnat
    บ้าหนังสือ ชอบเที่ยว เวลาว่างก็อยากจะนอนนิ่งๆ :)
แสดงความคิดเห็น

โปรโมชันมาแรง

ลดสูงสุด 70%

4 ธ.ค. 64 - 8 ธ.ค. 64

เริ่มต้น 315.-

4 ธ.ค. 64 - 12 ธ.ค. 64

1,090.- (ปกติ 2,900.-)

7 ธ.ค. 64 - 31 ธ.ค. 64

ลดเริ่ม 290.-

2 ธ.ค. 64 - 31 ธ.ค. 64

บทความที่เกี่ยวข้อง