AHA vs. BHA ชื่อคล้ายแต่ทำงานต่าง ตัวไหนช่วยเรื่องอะไร มาหาคำตอบให้หายงง !

avatar writer
โดย : waranggg
avatar writer22 ก.ค. 2565 avatar writer189
AHA vs. BHA ชื่อคล้ายแต่ทำงานต่าง ตัวไหนช่วยเรื่องอะไร มาหาคำตอบให้หายงง !

 

AHA และ BHA ส่วนผสมในเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี เห็นว่ามีฤทธิ์เป็นกรดแบบนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจกันไป เพราะทั้งคู่เป็นกรดอ่อนที่ดีต่อผิวหน้าแบบสุดๆ ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ยังไงยังไง๊หน้าไม่แหกอย่างแน่นอน และด้วยความที่ชื่อของกรดทั้ง 2 ชนิดมีความคล้ายคลึงกันมาก จนทำเอาบางคนอาจจะสงสัยและสับสนว่ามันใช้ต่างกันยังละเนี่ย ?!

 

จริงๆ แล้วสารทั้งคู่ คือ สารที่ใช้สำหรับการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากผิวหน้าของเรานั่นเอง ซึ่งผลพลอยได้ของการผลัดเซลล์ผิวก็คือจะช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น แต่ถึงแม้ว่าจะใช้เผื่อการผลัดเซลล์ผิว แต่สารทั้ง 2 ชนิดก็มีความแตกต่างกันและทำหน้าที่ต่างกันอยู่หลายจุดเช่นกัน ก่อนที่จะไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง เรามาทำความรู้จักกับ AHA และ BHA ให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า ! 

 


AHA  กรดผลไม้ที่เด่นเรื่องช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดเลือนริ้วรอย


AHA

 

AHA มีชื่อเต็มๆ ว่า Alpha Hydroxy Acid  เป็นสารประกอบในเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ที่สามารถละลายในน้ำได้ดี แต่ไม่สามารถซึมผ่านชั้นไขมันบนผิวหน้าเราได้ มีฤทธิ์เป็นกรดที่สกัดได้จากผลไม้ เช่น กรดแล็กติกจากนมเปรี้ยว, กดซิตริกจากส้ม มะนาว, กรดมัลลิกจากแอปเปิ้ล, กรดทาร์ทาลิกจากมะขามและไวน์ เป็นต้น

 

AHA มีการค้นพบและใช้มายาวนานนับพันปีแล้ว อย่างพระนางคลีโอพัตราเอง ก็ใช้น้ำนมที่มีส่วนผสมของกรดแล็กติกบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่อง รวมไปถึงพระนางมารีอองตัวเน็ตก็ยังแช่ไวน์แดงเพื่อประทินผิวให้ผิวดูเปล่งปลั่งและสดใส ในปัจจุบัน AHA นิยมนำไปใช้เป็นส่วนผสมในสกินแคร์ต่างๆ เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกและยังมีส่วนช่วยเรื่องลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำบนผิวหน้าอีกด้วย

 

นอกจากชื่อเรียกว่า AHA หรือกรดผลไม้แล้ว ก็ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ ด้วย ซึ่งชื่อเหล่านี้เป็นชื่อเรียกของกรดที่ได้จากการสกัดจากผลไม้ต่างๆ นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น...

 

  • Glycolic acid
  • Citric acid
  • Malic acid
  • Tartaric acid
  • Lactic acid

 

คุณสมบัติของ AHA 

 

  • ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดง่ายขึ้น และกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้ขึ้นมาแทนที่ เมื่อไม่มีเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วค้างอยู่บนผิวหน้าเรา จะช่วยให้สกินแคร์ต่างๆ ที่เราทาไปนั้น ซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยชะลอหรือลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า การใช้ AHA ที่มีความเข้มข้นสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลไปถึงชั้นผิวที่ลึกมากขึ้น AHA จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง ทำให้หน้าผิวหน้านุ่มและริ้วรอยดูตื้นขึ้น
  • ช่วยลดสิวและลดเลือนรอยสิว ด้วยคุณสมบัติหลักของ AHA คือการผลัดเซลล์ผิว จึงเหมือนทำให้เราได้ทำความสะอาดรูขุมขนไปด้วย เมื่อไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ในรูขุมขน จึงทำให้สิวไม่ขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ AHA ยังช่วยลดอาการอักเสบและช่วยให้รอยสิวดูจางลงอีกด้วย 
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว เห็นแบบนี้ AHA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวได้ด้วยนะ สกินแคร์หลายๆ ตัวเลือกใช้กรดมาลิกจากแอปเปิ้ลเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีคุณสมบัติรักษาความชื้นได้ดี จึงช่วยให้ผิวหน้าของเราชุ่มชื่นขึ้นนั่นเอง 

 


BHA  สารสกัดจากเปลือกต้น Willow เน้นทำความสะอาดรูขุมขน


BHA

 

BHA หรือ Beta Hydroxy Acid  หรืออีกชื่อเรียกที่สายบิวตี้หลายคนคุ้นเคยกันดี คือ Salysalic Acid มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เป็นสารสกัดที่ได้มาจากเปลือกของต้น Willow หรือต้นหลิวจีน เป็นกรดที่สามารถละลายในไขมันได้ดี จึงซึมลงถึงชั้นผิวที่ลึกกว่า AHA  นอกจากนี้ยังทนต่อความร้อนได้ดีกว่า ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและรวมไปถึงละลายซีบัม (Sebum) ที่อุดตันในรุขุมขนได้ล้ำลึกกว่า AHA อีกด้วย

 

แน่นอนว่ากรด BHA ก็ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ผิวหนังนานมากแล้วเช่นกัน เป็นสารประกอบในยารักษาโรคหูด ส้นเท้าแตก หรือโรคผิวหนังอื่นๆ เพราะ BHA จะไปช่วยสลายเซลล์ผิวหนังชั้นขี้ไคลให้หลุดได้เร็วกว่า AHA นั่นเอง สำหรับสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ BHA เรามักจะเห็นกันได้บ่อยๆ ในสกินแคร์สำหรับการรักษาสิว เพราะ BHA สามารถซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวไปสลายสิวอุดตันได้ 

 

นอกจากจะเรียกว่า BHA แล้ว ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก ตามนี้เลย 

  • Salicylic acid 
  • Beta-hydroxybutanoic acid
  • Tropic acid
  • Trethocanic acid

 

คุณสมบัติของ BHA 

 

  • ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เนื่องจาก BHA มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ จึงช่วยผลัดเซล์ผิวได้ ช่วยให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้น 
  • ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า เพราะ BHA สามารถละลายได้ดีในไขมัน จึงช่วยกำจัดไขมันที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าได้ดี ทำให้หน้ามันน้อยลง
  • ช่วยละลายหัวสิวอุดตัน BHA สามารถทำความสะอาดรูขุมขนได้ล้ำลึก จึงสามารถละลายหัวสิวอุดตันที่ยังไม่เกิดการอักเสบหรือสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน ทำให้สิวที่อุดตันใต้ผิวหนังหายไป ไม่เกิดเป็นสิวอักเสบที่บวมเป่ง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงเห็น BHA เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์รักษาสิวเสมอ

 


ผลข้างเคียงของการใช้  AHA และ BHA


 

ผลข้างเคียงของ AHA / BHA

 

เนื่องจากว่าทั้ง AHA และ BHA มีฤทธิ์เป็นกรด ถึงแม้ว่าจะเป็นกรดอ่อนแต่ก็สามารถกัดผิวหน้าของเราได้ เพราะฉะนั้นในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารทั้ง 2 ชนิดนี้ จะต้องระมัดระวัง เลือกใช้ในปริมาณที่เข้มข้นพอดี  ถ้าหากใช้ความเข้นข้นมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิว แสบ แดง และผิวแห้งลอกได้

 

อีกหนึ่งข้อควรระวังและต้องทำใจไว้เลย สำหรับคนที่จะเลือกใช้สกินแคร์ที่ส่วนผสมของ AHA และ BHA คือ ผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น เพราะฉะนั้นต้องทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ จากผลลัพธ์ที่ได้ควรจะเป็นหน้ากระจ่างใส เดี๋ยวจะได้หมองคล้ำจากแสงแดดมาแทนเอานะ

 

ซึ่งปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ AHA และ BHA ก็ตามนี้เลย 

  • AHA ความเข้มข้นที่เหมาะสมคือ 3-5% 
  • BHA ความเข้มข้นที่เหมาะสมคือ 1-2%

 


สรุปแล้ว AHA กับ BHA แตกต่างกันอย่างไร 


 

AHA / BHA แตกต่างกันยังไง

 

ถึงแม้ว่าชื่อจะมีความคล้ายกัน มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ และช่วยผลัดเซลล์ผิวได้เหมือนกัน จริงๆ แล้ว สารทั้ง 2 ตัวก็มีความแตกต่างกันอยู่ไม่น้อยเลย ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายๆ คือ AHA มีหน้าที่หลักในการช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ส่วน BHA มีหน้าที่หลักคือทำความสะอาดรูขุมขน และหน้าที่รองคือช่วยผลัดเซลล์ผิวนั่นเอง เราแนะนำให้เลือกใช้ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองเพื่อจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะ

 

  • ถ้าหากว่าอยากให้ ผิวดูขาวกระจ่างใส ให้เลือก AHA เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว
  • ถ้าหากว่า มีปัญหาสิวอุดตัน ผิวหน้ามัน ให้เลือก BHA เพื่อช่วยทำความสะอารูขุมขน ละลายหัวสิวอุดตัน

 

แล้ว AHA และ BHA สามารถใช้ร่วมกันได้ไหม ?

 

อยากได้ทั้งหน้ากระจ่างใสและรักษาสิวอุดตัน สามารถใช้ AHA และ BHA ร่วมกันได้ไหมนะ คำตอบ คือ ได้ และ ไม่ได้ 

 

ไม่ได้ ในที่นี้หมายถึง กรณี AHA และ BHA เป็นผลิตภัณฑ์คนละตัว ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกัน เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดทั้งคู่ มีความเข้มข้นพอดีที่ถูกคำนวณมาแล้วว่าโอเคกับผิวหน้า ถ้าหากว่าหยิบมาใช้ไปพร้อมกัน อาจจะให้หน้าเกิดอาการระคายเคืองได้ ถ้าหากต้องการใช้ร่วมกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุด

 

AHA / BHA

 

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบ AHA และ BHA อยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน สามารถใช้ได้  เนื่องจากได้รับการวิจัย คำนวณและพัฒนาสูตรมาแล้วว่ามีความเข้มข้นของสารทั้ง 2 ชนิดที่พอเหมาะพอดี สามารถใช้กับผิวหน้าได้อย่างปลอดภัย ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์อยู่หลายตัวเลยที่มีส่วนผสมของ AHA และ BHA อยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน เช่น  The Ordinary AHA 30% + BHA 2% Peeling Solution, COSRX AHA/BHA Clarifying Treatment Toner, Some By Mi AHA-BHA-PHA เป็นต้น

 


 

ทั้ง AHA และ BHA แม้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นได้ทั้งคู่ แต่ก็อย่าลืมว่าทั้ง 2 ชนิดทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง และต้องระมัดระวังในการใช้กันด้วยนะ ขึ้นชื่อว่าเป็นกรดด้วยแล้วยิ่งต้องระวังแม้ว่าจะเป็นกรดอ่อนๆ ก็ตาม อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองตามมาได้ ที่สำคัญต้องทากันแดดร่วมด้วยเสมอน้า 

 

ขอบคุณที่มาจาก : medicalnewstoday.comwebmd.comdoctor.or.thpobpad.com

แสดงความคิดเห็น