ชี้พิกัด 3 สถานที่ถ่ายรูปในกรุงเทพฯ ไม่ต้องบินไปไกล ก็เกาหลีเกาใจได้ !

avatar writer
โดย : Mind Nichakan
avatar writer14 ก.ค. 2565 avatar writer217
ชี้พิกัด 3 สถานที่ถ่ายรูปในกรุงเทพฯ ไม่ต้องบินไปไกล ก็เกาหลีเกาใจได้ !

 

หากพูดถึงประเทศที่ใครหลายคนใฝ่ฝันและเป็นสถานที่ยอดนิยมในช่วงนี้คงจะเป็นประเทศไหนไปไม่ได้นอกจาก "ประเทศเกาหลี" เนื่องจากประเทศนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่สวยงามมากมายสำหรับคนรักการถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นสายสตรีท มินิมอล หรือสดใส ก็ชื่นชอบกันทั้งนั้น แต่ในช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 เริ่มกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง เพื่อนๆ หลายคนที่มีแพลนบินไปเที่ยวคงต้องเลื่อนกันไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในตัวเอง

 

แต่ถึงแม้จะไม่ได้ไปไกลถึงเกาหลีก็อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะเรายังมีสถานที่มากมายในกรุงเทพฯ ที่สามารถเดินทางไปถ่ายรูปได้ง่ายและสะดวก แถมได้ฟิลเสมือนอยู่เกาหลีจริงๆ อีกด้วย วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำสถานที่ถ่ายรูปในกรุงเทพฯ ไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลีก็สามารถถ่ายรูปแบบเกาหลีเกาใจได้ จะมีสถานที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลย !

 


 

3 สถานที่ถ่ายรูปในกรุงเทพฯ ถ่ายออกมาเหมือนอยู่เกาหลีเว่อร์

 

 

SIAMSCAPE

 

มาเริ่มกันที่สถานที่แรกกันเลยนั่นก็คือ "SIAMSCAPE" สถานที่นี้เป็นสถานที่แห่งใหม่ที่เปิดภายใต้โครงการมิกซ์ยูสในสยามสแควร์ และยังเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ โดยจะมาในคอนเซ็ปต์ "LIFELONG LEARNING" การเรียนรู้ที่ต่อยอดอย่างไม่สิ้นสุด 

 

SIAMSCAPE ส่วนมากจะเป็นสถานที่กวดวิชาแห่งใหม่เพื่อการเรียนรู้ ไม่ว่าจะช่วงวัยไหนก็สามารถเข้ามาหาความรู้ใหม่ๆ ได้ที่นี่ อีกทั้งยังมีแหล่งร้านค้าขายอาหารมากมายให้เลือกซื้อทานอีกด้วย และในส่วนของตัวตึกมีการออกแบบร่วมสมัย มีดีไซน์ที่สวยงาม และเป็นจุดเด่นที่ใครหลายคนสามารถมองเห็นได้ง่ายและอยากเข้าชม

 

 

ตัวอาคารมาในรูปแบบ MIXED USE ซึ่งประกอบไปด้วย ศูนย์การเรียนรู้ อาคารสำนักงานสมัยใหม่ พื้นที่สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่าง พื้นที่ค้าปลีก รวมถึงร้านค้าและสินค้าต่างๆ มากมาย เรียกได้ว่า ครบครันในสถานที่เดียวเลย 

 

SIAMSCAPE นอกจากจะเป็นสถานที่แห่งใหม่ในการเรียนรู้แล้ว ยังเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและมีจุดถ่ายรูปมากมาย ที่ถ่ายออกมาแล้วเสมือนอยู่ต่างประเทศมากๆ เรียกได้ว่าสายถ่ายรูปห้ามพลาดเป็นอันขาด ด้วยตัวตึกที่มีความสมบูรณ์และล้ำสมัยนี้ มีสถานที่เด่นๆ ที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายอยู่ ตำแหน่งด้วยกัน 

 

  • ตำแหน่งแรก คือ ชั้น 4-7 อยู่ระหว่างทางขึ้นบันไดเลื่อน ถูกตกแต่งด้วยผนังศิลปะอันงดงามที่ชื่อว่า "ILLUSCAPE" รังสรรค์ด้วยเทคนิคการสะท้อน-การดูดกลับ-การแบ่งย่อย และการละลายสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ประกอบไปด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมสีดำเงาเสมือนกระจกเรียงกันสวยงามให้มิติที่แตกต่าง

 

 

ใครที่ขึ้นบันไดเลื่อนผ่านไปผ่านมาในบริเวณนี้ต้องแวะมาถ่ายรูปกันให้ได้เลย เนื่องจากในตำแหน่งนี้เวลาถ่ายรูปเปิดแฟลชนั้นสวยมากๆ รูปที่ได้จะให้ความรู้สึกที่หรูหรา และน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง

 

  • ตำแหน่งต่อมา นั่นก็คือสวนลอยฟ้า ชั้น 10 ของตึก ใครที่ยังไม่รู้ก็คงคิดว่าตึกนี้มีแค่สถานที่ล้ำๆ กันอย่างแน่นอน แต่ต้องบอกเลยว่าตึกนี้นอกจากจะมีสถานที่แห่งการเรียนรู้มากมาย ยังมีสถานที่ให้พักผ่อนหย่อนใจกันด้วย บนชั้น 10 นี้ จะมีสวนลอยฟ้าให้ออกไปเดินชมสวนชมธรรมชาติ และดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ

 

 

ใครที่มาตึกนี้ก็อย่าพลาดขึ้นลิฟต์มาถ่ายรูปกันได้ สวนลอยฟ้าบนชั้น 10 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8:00 – 20:00 น. บริเวณตำแหน่งนี้ ถ่ายรูปออกมาเกาหลีเกาใจมาก ยิ่งแต่งกายด้วยเดรสหรือกระโปรง ถ่ายรูปออกมาจะเข้ากับธรรมชาติเป็นพิเศษ สามารถเกาะระเบียง หรือเดินชมสวนแบบเผลอๆ ก็ได้รูปที่น่ารักไปอีกแบบ

 

  • ตำแหน่งสุดท้าย ที่สายเกาหลีแบบสตรีทห้ามพลาดต้องมาถ่ายรูปให้ได้ นั่นก็คือ ด้านหน้าทางเข้าตึกนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าตึกหรือด้านข้างตึกก็สามารถถ่ายรูปได้ทั้งนั้น เพราะด้านหน้าตึกจะมีที่นั่งให้ถ่ายรูปสวยๆ มากมาย ในตำแหน่งนี้แนะนำให้ถือถุงกระดาษสีน้ำตาลมาเป็นพร็อพถ่ายรูปจะเข้ามากๆ ให้อารมณ์เหมือนอยู่เกาหลีและฝรั่งเศสไปในตัว มีความอินเตอร์เป็นอย่างมากเลยจ้า

 

 

ใครที่จะเข้าตึกนี้ หรือเดินผ่านไปผ่านมา ต้องแวะมาถ่ายรูปกันหน่อยแล้วละ

 

เวลาทำการ : 8:00 – 22:00 . ของทุกวัน

 

 


 

อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

สถานที่ถัดมาที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ สายเกาหลีไปเที่ยวไปถ่ายรูปกันมากๆ นั่นก็คือ "อุทยาน 100 ปี จุฬามหาวิทยาลัย" อุทยานนี้ถูกสร้างขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2560 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 100 ปี ของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์พอดี และสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนสวนสาธารณะในเมืองใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้หลากหลายพรรณและพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม มีการตกแต่งบรรยากาศด้วยดีไซน์ที่เหมาะแก่การมาทำกิจกรรมยามว่างหรือมาปิกนิกเป็นอย่างยิ่ง

 

ใครที่มีเพื่อนหรือครอบครัวก็สามารถเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจไปกับธรรมชาติได้เลย เพราะสวนที่แห่งนี้มีขนาดกว้างมากถึง 29 ไร่ เต็มไปด้วยต้นไม้ที่พร้อมมอบบรรยากาศอันร่มรื่นให้แก่ผู้ที่เดินทางมาพักผ่อน อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังสร้างภายใต้นโยบาย "GREEN & CLEAN CITY" ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชน สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีออกสู่สังคมอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้น "อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ยังได้รับรางวัลการันตีมากมายในด้านของแนวคิดการออกแบบทั้งในและต่างประเทศมากถึง 8 รางวัลเลยทีเดียว

 

 

สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นมิตรกับผู้คนและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การถ่ายรูปสไตล์เกาหลีอีกด้วย ใครหลายคนที่เคยเห็นรูปของคนเกาหลีในโซเชียลต้องมีพบเจอสถานที่ถ่ายรูปยอดฮิตอย่างสวนสาธารณะกันแน่นอน ซึ่งอุทยานแห่งนี้สามารถถ่ายรูปออกมาได้เหมือนอยู่สวนของเกาหลีแบบไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีเลย โดยสถานที่แห่งนี้จะมีตำแหน่งถ่ายรูปที่หลากหลายและสามารถเลือกถ่ายได้ตามใจชอบ เพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปตรงไหนก็ออกมาเหมือนอยู่เกาหลีไปหมด

 

ตำแหน่งที่สายเกาห้ามพลาด นั่นก็คือ ตรงกลางอุทยาน โดยยืนหรือนั่งถ่ายรูปก็ได้ จะให้บรรยากาศที่ดูชิลๆ ดูสดใสเป็นธรรมชาติเหมือนมาวิ่งเล่นชมวิวในสวนนั่นเอง

 

 

ข้อแนะนำ ควรไปถ่ายรูปในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นจะดีมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่อากาศไม่ค่อยร้อน และถ่ายรูปออกมาสวยเป็นพิเศษ

 

เวลาทำการ : 6:00 – 20:00 . ของทุกวัน

 

 


 

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

 

มาถึงสถานที่สุดท้ายที่อยากจะแนะนำกันแล้ว ใครที่ชื่นชอบงานศิลปะหรือชื่นชอบการถ่ายรูปสไตล์มินิมอลต้องถูกใจสถานที่แห่งนี้กันอย่างแน่นอน นั่นก็คือ "หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร" (BACC) เป็นศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรมรวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมทุกแขนง มีพื้นที่แสดงผลงานศิลปะมากถึง 3,500 ตารางเมตร เรียกได้ว่า สถานที่แห่งนี้ถูกเติมเต็มไปด้วยผลงานศิลปะจากผู้คนมากมาย

 

หอศิลป์นี้เป็นอาคารที่มีมากถึง 9 ชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นจะมีการแสดงโชว์ผลงานศิลปะที่แตกต่างกันออกไปหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นศิลปะชนิดรูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว ล้วนแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี โดยในแต่ละสัปดาห์ ในแต่ละเดือนจะมีการจัดนิทรรศการแสดงโชว์ผลงานศิลปะที่แตกต่างกันออกไป

 

 

 

เปรียบได้ว่า สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ในการหมุนเวียนและให้โอกาสแก่ศิลปินใหม่ๆ ได้มาแสดงผลงานกันอยู่เสมอ เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อการเรียนรู้ เพื่อเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ โดยไม่แสวงหาผลกำไร ใครหลายคนจึงต่างประทับใจในทุกครั้งที่ได้มาเยือน

 

และต้องบอกเลยว่าสถานที่แสดงโชว์ผลงานศิลปะนี้ยังเป็นอีกสถานที่ยอดฮิตยอดนิยมของคนเกาหลีที่มาเที่ยวหรือมาถ่ายรูปกันอีกด้วย ซึ่งหอศิลปวัฒนธรรมของประเทศเรานั้นก็มีดีไซน์ที่สวยงามให้ความเป็นมินิมอลไม่แพ้ที่ไหนเลย โดยตำแหน่งถ่ายรูปหลักๆ ที่ให้ความเป็นเกาหลี มีด้วยกันถึง 4 ตำแหน่ง คือ

 

  • ตำแหน่งแรก จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลย นอกจากหน้าต่างรูปทรงวงกลมขนาดใหญ่สุดฮิตอยู่ระหว่างทางขึ้นบันไดในแต่ละชั้น ในตำแหน่งนี้ผู้คนส่วนมากจะนิยมถ่ายรูปให้เห็นราวระเบียงและหน้าต่างมากที่สุด ให้อารมณ์วินเทจเบาๆ ไปในตัว สามารถถ่ายรูปในขณะกำลังมองหน้าต่างหรือเกาะระเบียง ก็ให้รูปที่สวยและเท่ห์ไปอีกแบบเช่นกัน

 

 

  • ตำแหน่งที่ 2 ได้แก่ ทางขึ้น-ลงบันไดนั่นเอง ในตำแหน่งนี้สามารถถ่ายรูปได้หลายแบบ อาจจะยืนแถวราวบันได หรือ นั่งตรงขั้นบันได ก็ได้รูปที่ได้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ มีความมินิมอลแล้วล่ะ

 

 

  • ตำแหน่งที่ 3 จะเป็นงานแสดงโชว์ผลงานศิลปะแบบภาพฉายบนผนัง ในตำแหน่งนี้สามารถไปยืนตรงกลางภาพ ถ่ายออกมาเป็นเงามืดๆ เสมือนยืนชมผลงานศิลปะอยู่ จะให้รูปที่น่าค้นหา และมีสไตล์

 

 

  • ตำแหน่งสุดท้าย จะเป็นตู้โทรศัพท์สาธารณะที่อยู่ใกล้ทางเข้าห้องน้ำนั่นเอง ตรงบริเวณนี้สามารถยืนถ่ายรูปขณะโทรศัพท์ หรือยืนบริเวณตู้โทรศัพท์ จะได้ภาพที่ดูคลาสสิกเก๋ๆ ไปอีกแบบ

 

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับเพื่อนๆ สายเกาที่อยากไปถ่ายรูปและได้รูปที่ออกมาเหมือนเกาหลี

ควรใส่ชุดโทนสีเรียบๆ เช่น สีครีม สีขาว หรือ เดรส เนื่องจากภายในตึกส่วนมากจะถูกออกแบบมาในโทนสีขาวและน้ำตาล

เมื่อแต่งตัวโทนสีเรียบๆ จะให้ความเข้ากันและความน่ารักของภาพที่ได้มานั่นเอง

 

เวลาทำการ : 10:00 – 20:00 . หยุดทุกวันจันทร์

 

 


 

หมดกันไปแล้วกับสถานที่ถ่ายรูปสไตล์เกาหลีในเมือง ต้องบอกเลยว่า ทั้ง 3 สถานที่ที่ได้แนะนำไปทั้งหมดนั้นอยู่ในระแวกเดียวกันหมดเลย ทำให้เพื่อนๆ สามารถเดินทางไปได้ง่าย แถมสะดวก เพียง 1 วัน ก็สามารถเดินทางไปถ่ายรูปได้ครบถึง 3 สถานที่ได้เลย แถมถ่ายรูปออกมาสวย ถูกใจสายเกาหลีกันอย่างแน่นอน หวังว่าเพื่อนๆ ที่ได้อ่านจนจบจะได้สถานที่และพิกัดตำแหน่งถ่ายรูปใหม่ๆ ในใจกันไปนะ💙 

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม :

แสดงความคิดเห็น