เปิดศึกในบ้าน ! รีวิว 2 กลิ่นขายดีของ Bath & Body Works ราคาต่างแค่ 'หลักร้อย' สอยตัวไหนดี

avatar writer
โดย : waranggg
avatar writer31 ส.ค. 2565 avatar writer2.7 K
เปิดศึกในบ้าน ! รีวิว 2 กลิ่นขายดีของ Bath & Body Works ราคาต่างแค่ 'หลักร้อย' สอยตัวไหนดี

 

ถ้าหากว่าพูดถึงแบรนด์ไอเทมตัวหอมที่เป็นขวัญใจสาวๆ ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง ต้องมี Bath & Body Works อย่างแน่นอน แบรนด์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเดินเข้าไปในร้านแล้ว ไม่เคยได้ออกมามือเปล่าซักครั้ง ปันโปรก็เลยขอหยิบเอาไอเทมยอดฮิตของแบรนด์มาทำรีวิวให้ดูกันซะเลย !

 

| ต้องขอบอกไว้ก่อนว่า รีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเรา ผู้ซึ่งมีความชื่นชอบกลิ่นหอมๆ ประเภทกลิ่นฟลอรัล กลิ่นดอกไม้อ่อนๆ และกลิ่นมัสก์ และไม่ปลื้มกลิ่นวานิลลาเท่าไหร่นัก เพราะรู้สึกว่ากลิ่นแน่นจนบางครั้งทำให้เหมือนหายใจไม่ออก 😂 | 

 

สำหรับตัวที่หยิบมารีวิวมีด้วยกัน 2 กลิ่น คือ  A Thousand Wishes ตัวแทนจากสินค้าไลน์ปกติของ Bath & Body Works โดยกลิ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นกลิ่นที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ส่วนกลิ่นที่ 2 คือ Lavender Vanilla กลิ่นที่ขายดีที่สุด ตัวแทนจากฝั่ง Aromatherapy ซึ่งเป็นสินค้าไลน์พรีเมียมภายใต้แบรนด์ Bath & Body Works และมีจุดเด่นที่สินค้าทุกตัวในกลุ่ม Aromatherapy จะมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยทุกตัว 

 


 

มาเริ่มกันที่ Bath & Body Works กลิ่น A Thousand Wishes กันก่อนเลยดีกว่า !

 

A thousand Wishes

 

สำหรับ Bath & Body Works ไลน์ปกติขอส่งกลิ่น A Thousand Wishes เป็นตัวแทนหมู่บ้านเข้าประกวด เพราะนี่คือกลิ่นที่ขึ้นแท่น All Time Best Seller แถมยังเคยได้รางวัล Fifi Awards Consumer Choice ในฐานะกลิ่นขายดีเมื่อปี 2015 ด้วย

 

A Thousand Wishes เป็นการรวมตัวกันของ ดอกพีโอนี โปรเซคโก้ (Prosecco) หรือสปาร์คกลิ้งไวน์ นอกจากนี้ยังผสมผสานกลิ่นหอมของดอกมะตูมและอำพันร่วมด้วย มาครบทั้งกลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่พร้อมจะมอมเมาเราได้ทุกเมื่อ  ถ้าจะให้นิยามกลิ่นของ A Thousand Wishes บอกได้คำเดียวว่ากลิ่นนี้ ' หวานฉ่ำ' 

 

| A Thousand Wishes Body Wash & Shower Gel

 

เจลอาบน้ำ A thousand wishes-3

 

เริ่มที่ตัวแรกของ Thousand Wishes ด้วยตัวเจลอาบน้ำ ตัวนี้คือนิยามของคำว่า อาบแล้วหอม อย่างแท้จริง แค่เปิดฝาก็ได้กลิ่นของโปรเซคโก้เตะจมูกขึ้นมาเลย ในขณะที่ใช้อาบน้ำคือกลิ่นฟุ้งไปทั้งห้องน้ำจริงๆ สำหรับเนื้อสัมผัสจะออกไปหนืดๆ หน่อย และไม่ได้ขึ้นฟองหนานุ่มมาก เหมาะกับการใช้ลูบไล้ลำตัวตามปกติ เนื้อเจลสามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากเจลไม่ได้มีฟองเยอะจึงทำให้ มีการทิ้งความลื่นไว้ที่ผิวหลังอาบเสร็จบ้างนิดหน่อย  ถ้าหากว่าไม่ชอบฟีลเหมือนล้างตัวยังไงก็ล้างไม่สะอาดซักที เราไม่แนะนำเจลอาบน้ำรุ่นนี้นะ 

 

 

แต่ถ้าหากว่าใครกำลังมองหาเจลอาบน้ำที่ให้ทั้งกลิ่นหอมด้วยและกลิ่นติดผิวนานด้วย เราแนะนำเลย เพราะจากการที่ทดลองใช้และลองไม่ทาบอดี้โลชั่นหลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็พบว่า มีลิ่นหอมๆ ติดผิวนานประมาณ 2-3 ชั่วโมง  แม้กลิ่นจะไม่ได้ฟุ้งขนาดนั้นแต่เรื่องกลิ่นติดผิวนี่ต้องยอมจริงๆ แต่ถ้าต้องการให้กลิ่นหอมติดตัวและกลิ่นฟุ้งจนคนอื่นต้องเหลียวหลัง แนะนำให้ใช้บอดี้โลชั่นกับมิสต์กลิ่นเดียวกันร่วมด้วย กลิ่นก็ยิ่งหอมติดผิวมากขึ้น

 

😍  ปริมาณ 295 ml. ราคา 750 บาท

 

| A Thousand Wishes 24 Hour Moisture Body Lotion

 

โลชั่น A thousand wishes-1

 

มาดูที่ฝั่งบอดี้โลชั่นกันบ้าง ตัวนี้มาพร้อมส่วนผสมของเชียบัตเตอร์และวิตามินอี ผ่านการทดสอบการแพทย์ผิวหนังแล้วเรียบร้อย นอกจากนี้แบรนด์ยังเคลมไว้อีกว่ายังสามารถ ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นนานถึง 24 ชั่วโมง ด้วย !

 

โลชั่น A thousand wishes-3

 

เนื้อสัมผัสของบอดี้โลชั่นตัวนี้เป็นเนื้อครีมสีชมพูอ่อนๆ ถ้าเทียบกับไลน์ Aromatherapy แล้ว ตัวนี้ถือว่าเนื้อหนักกว่าพอสมควรเลย จึงทำให้เนื้อครีมเกลี่ยยากตามไปด้วย แต่ไม่ได้ถึงขั้นเหนียวหนึบจนเกลี่ยไม่ไปขนาดนั้นนะ และสิ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่เริ่มทาเลย คือ ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นมาทันที เหมือนโลชั่นไปช่วยเคลือบผิวที่แห้งไว้ซักพักนึง จากนั้นก็ค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวจนหายไป แม้เนื้อโลชั่นจะหนักแต่ไม่ได้ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้ขนาดนั้น 

 

โลชั่น A thousand wishes-2

 

ในส่วนของกลิ่นก็เหมือนกับตัวเจลอาบน้ำเป๊ะเลย คือเปิดด้วยกลิ่นหอมหวานของโปรเซคโก้และตามมาด้วยกลิ่นดอกพีโอนี นับว่าเป็นโลชั่นทาผิวที่กลิ่นหวานฉ่ำมากจริงๆ เรื่องความติดทนจากที่ทดลองใช้มาถือว่า กลิ่นติดผิวนานมากๆ สูงสุด 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว  ในชั่วโมงแรกๆ กลิ่นอาจจะหวานแหลมไป แต่พอทิ้งระยะไปซักพักจะเหลือแค่กลิ่นอ่อนๆ ของดอกไม้

 

😍  ปริมาณ 236 ml. ราคา 750 บาท

 

| A Thousand Wishes Fine Fragrance Mist

 

มิสต์ A thousand wishes-1

 

กลิ่นของ A Thousand Wishes กลิ่นนี้นับว่าเป็นกลิ่นยอดฮิตของสินค้ากลุ่ม Body Spray & Mist เลยก็ว่าได้ นอกจากจะฉีดเพื่อให้กลิ่นหอมๆ หอมติดผิวแล้ว ยังมี ส่วนผสมของ Aloe Vera เพิ่มเข้ามาด้วย ช่วยให้ผิวบริเวณที่เราฉีดน้ำหอมไม่เกิดอาการแห้งนั่นเอง ซึ่งอันนี้ตอบโจทย์ชาวผิวแห้งอย่างเรามากๆ เพราะเราฉีดน้ำหอมที่ข้อพับแขนเป็นประจำ จนเคยเกิดอาการแห้งและลอกมาแล้ว~

 

มิสต์ A thousand wishes-2

 

มาดูกันที่เรื่องของกลิ่น สำหรับมิสต์กลิ่นนี้ก็ยังครองตำแหน่งคำว่าหวานฉ่ำได้เป็นอย่างดี กลิ่นหอมๆ ของสปาร์คกลิ้งไวน์พร้อมมอมเมาเราได้ตั้งแต่เปิดฝาขวดกันเลยทีเดียว และด้วยความที่มีกลิ่นของโปรเซคโก้จึงทำให้เรารู้สึกว่านี่คือน้ำหอมที่เหมาะกับฉีดไปงานปาร์ตี้ งานเฉลิมฉลอง กลิ่นฟรุตตี้-ฟลอรัลที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน เป็นกลิ่นที่ใช้ง่าย มีความละมุนๆ ไม่ทำร้ายจมูกคนรอบข้างแน่นอน (ถ้าไม่ฉีดเยอะหรือหนักมือจนเกินไปน่ะนะ)

 

😍  ปริมาณ 236 ml. ราคา 900 บาท

 

💬  ถ้าถามว่าชอบตัวไหนมากที่สุดในบรรดา 3 ไอเทมนี้ เป็นการตัดสินใจที่ยากมากพอสมควรเลย เพราะทุกตัวกลิ่นไม่ได้หนีกันมากเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ ขอยกให้ตัว Body Spray & Mist เพราะเป็นกลิ่นที่ฉีดแล้วรู้สึกสดใส ดูเป็นคนสนุกสนานร่าเริง แถมฉีดแล้วไม่ทำให้ผิวแห้งอันนี้คือปลื้มที่สุด !

 


 

มาต่อกันที่ไลน์ Aromatherapy กลิ่น Lavender Vanilla 

 

Lavender Vanilla

 

อีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่เหล่าสาวก Bath & Body Works ห้ามพลาด คือ  Aromatherapy  ที่จะมีความพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง กลิ่นส่วนใหญ่จะเป็นการผสมผสานระหว่างกลิ่น 2 กลิ่น หรือมีกลิ่นเบส 2 กลิ่นขึ้นไป ที่สำคัญทุกผลิตภัณฑ์จะ มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย  ที่ช่วยปรนนิบัติผิวพร้อมช่วยคลายความเครียด ช่วยผ่อนอารมณ์ร้อนให้กลายเป็นเย็นทุกครั้งที่หยิบมาใช้ นอกจากนี้ตัวแพ็กเกจก็จะให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังทำสปาสุดหรู และยังมาพร้อมเนื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสต่างจากรุ่นธรรมดาอย่างชัดเจนอีกด้วย 

 

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่ม Aromatherapy ที่ปันโปรหยิบมาลองให้ทุกคนวันนี้ คือ กลิ่น Lavender Vanilla บอกเลยว่าสำหรับกลิ่นนี้ถ้าชอบแล้วคือชอบเลย  เพราะเป็นการเจอกันของ 2 กลิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรง ฟุ้งและเป็นกลิ่นมีความ Intense มากๆ เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละตัวในไลน์ Lavender Vanilla นี้จะเป็นยังไงกันบ้าง

 

| Lavender Vanilla Body wash & Foam Bath

 

เจลอาบน้ำ Lavender Vanilla-1

 

เริ่มกันที่เจลอาบน้ำ ตัวนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า Lavender Vanilla Body Wash & Foam Bath ใช่แล้วค่ะ ตัวนี้สามารถใช้อาบน้ำได้ 2 แบบ จะเทลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้เหมือนตอนอาบน้ำปกติก็ได้ หรือจะใช้ทำเป็นฟองโฟมสำหรับคนที่ต้องการนอนแช่อ่างก็ได้เช่นเดียวกัน 

 

 

เนื้อสัมผัสของตัวนี้มาในเนื้อเจลใสและเนื้อค่อนข้างเหลวเล็กน้อย บีบเพียงแค่นิดเดียวก็สามารถตีฟองขึ้นได้เร็ว เนื้อฟองที่ได้มีความเนียนนุ่ม นอนแช่ในอ่างคือฟินมากก~  ส่วนเรื่องกลิ่น ส่วนตัวแล้วเราชอบกลิ่นของเจลอาบน้ำมากกว่ากลิ่นของบอดี้โลชั่นกับตัวมิสต์ เพราะ กลิ่นจะมีความละมุนๆ หอมอ่อนๆ  แตกต่างจากตัวโลชั่นกับมิสต์ที่กลิ่นค่อนข้างหนักและแน่น (อารมณ์ดมแล้วหายใจไม่ออก) และด้วยความที่กลิ่นอ่อนกว่าตัวอื่นมากๆ เราเลยรู้สึกว่าตัวนี้ใช้เสร็จแล้วกลิ่นไม่ติดผิวมากเท่าไหร่

 

😍  ปริมาณ 295 ml. ราคา 850 บาท

 

| Lavender Vanilla Moisturizer Body Lotion

 

โลชั่น Lavender Vanilla-1

 

ตัวถัดมาคือบอดี้โลชั่น ถ้าหากว่าคุณชอบกลิ่นของลาเวนเดอร์และวานิลลามากและเจลอาบน้ำยังให้กลิ่นที่สะใจไม่มากพอ เราขอแนะนำตัวบอดี้โลชั่น ทั้งเรื่องของกลิ่นที่ชัดเจนและความติดทนบอกเลยว่าตัวนี้คือที่สุดด ! (แต่ถ้าหากไม่ชอบทั้งกลิ่นลาเวนเดอร์และวานิลลาเลย อาจจะมีเบือนหน้าหนีกันได้) 

 

โลชั่น Lavender Vanilla-2

 

ส่วนตัวแล้วเราชอบเนื้อสัมผัสของบอดี้โลชั่นไลน์ Aromatherapy มากกว่ารุ่นธรรมดา ถ้าดูจากภาพเหมือนเนื้อจะมีความหนักและดูเกลี่ยยาก แต่ความจริงแล้ว เนื้อบางเบา กว่าที่คิด เมื่อเกลี่ยแล้วเหมือนเนื้อโลชั่นจะแตกตัวเป็นน้ำและซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้ จุดนี้คือเราให้สามผ่าน ประทับใจมากจริงๆ 

 

โลชั่น Lavender Vanilla-3

 

เรื่องกลิ่นก็คือต้องยกให้ เพียงแค่บีบเนื้อโลชั่นออกมากลิ่นก็คือฟุ้งไปทั้งห้อง จังหวะแรกที่เริ่มเกลี่ยเนื้อโลชั่นกลิ่น Top Note เปิดมาจะให้ ความรู้สึกเหมือนกลิ่นแป้งเด็กหอมอ่อนๆ  จากนั้นกลิ่นของลาเวนเดอร์ก็ค่อยๆ ไล่ตามมา จนถึง Base Note ที่หลงเหลือติดผิวคือกลิ่นนวลๆ ของวานิลลา และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องความติดทน  กลิ่นโลชั่นติดผิวนานสุด  4-5 ชั่วโมง ถือว่านานมากอยู่นะ ถ้าอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมที่ไหน อยากให้มีกลิ่นหอมติดตัว เราว่าตัวนี้ค่อนข้างเอาอยู่ 

 

😍  ปริมาณ 192  ml. ราคา 850 บาท

 

| Lavender Vanilla Pillow and Body Mist

 

มิสต์ Lavender Vanilla-4

 

สำหรับตัวสุดท้ายที่เราหยิบมารีวิวในไลน์ Aromatherapy นั่นก็คือตัว Pillow and Body Mist ตัวนี้สามารถใช้งานได้ 2 in 1 จะใช้ฉีดหมอนก่อนนอน เพื่อช่วยให้นอนหลับง่ายหรือหลับสบายขึ้นได้ หรือจะฉีดเป็นน้ำหอมก่อนออกจากบ้านก็ยังได้เช่นกัน สำหรับตัวนี้ประกอบไปด้วย น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ ว่านหางจระเข้และวิตามินอี ไม่มีส่วนผสมของพาราเบนและยังผ่านการตรวจสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วเรียบร้อย 

 

 

เรื่องที่ต้องพูดถึงอย่างแรกเลยคือกลิ่น ถ้าหากคิดว่ากลิ่นของบอดี้โลชั่นมีความตะโกนมากแล้ว กลิ่นของมิสต์คือตะโกนยิ่งกว่า ! แบรนด์เคลมไว้ว่ากลิ่นนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นดอกไม้ข้างเตียงในฝัน กลิ่นไม่ได้มีความซับซ้อนเท่าไหร่ เปิด Top Note ด้วยกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ และตามมาด้วยกลิ่นหวานนวลของวานิลลา กลิ่นค่อนข้างชัดเจน ตะโกนสุดๆ ไปเลยว่านี่คือลาเวนเดอร์ผสมวานิลลา สำหรับเราฉีดสเปรย์เดียวก็คือรู้เรื่อง !

 

มิสต์ Lavender Vanilla-2

 

ในมุมมองของคนที่ไม่ค่อยปลื้มกลิ่นวานิลลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยังยืนยันว่า กลิ่นนี้มีความแน่นจนทำเอาบางครั้งก็หายใจไม่ออก เป็นกลิ่นที่เหมาะกับฉีดแล้วนั่งหรือนอนในห้องแอร์เท่านั้น อย่างที่บอกไปว่าทั้งลาเวนเดอร์และวานิลลามีความเข้มข้นในตัวเองอยู่แล้ว ไม่เหมาะที่จะฉีดไปเจออากาศอันร้อนอบอ้าวของเมืองไทย ไม่งั้นมีมึนหัวกันไปข้างแน่นอน และแนะนำให้สเปรย์อย่างเบามือจะดีที่สุด

 

😍  ปริมาณ 156 ml. ราคา  800 บาท

 

💬  จากทั้ง 3 ตัวในไลน์ Aromatherapy เราชอบตัวเจลอาบน้ำมากที่สุด เพราะกลิ่นของเจลอาบน้ำไม่ได้รุนแรงต่อใจมากนัก แถมยังสามารถใช้ได้ทั้งการอาบน้ำปกติหรือจะตีฟองนอนแช่ในอ่างอาบน้ำก็ได้ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเพราะสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 แบบเลย และอีกตัวคือบอดี้โลชั่น เรื่องกลิ่นสำหรับเราแล้วเฉยๆ ยังอยู่ในจุดที่ทนได้ กลิ่นไม่ได้ฟุ้งจนเกินไป แต่ที่ชอบสุดๆ ก็ขอยกให้เนื้อโลชั่นชอบที่ซึมง่าย เกลี่ยง่ายมากๆ ถ้าเทียบกับไลน์สินค้าปกติ

 

นอกจาก 3 ไอเทมด้านบนแล้ว กลิ่น Lavender Vanilla ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายอื่นๆ อย่างแชมพู ครีมนวด บอดี้สครับ รวมไปถึงเทียนหอมด้วย นอกจากนี้ในไลน์ Aromatherapy เองก็ยังมีกลิ่นอื่นๆ ให้เลือกให้ลองอีกมากมายหลายกลิ่นเลย 

 


 

ระหว่างสินค้าไลน์ปกติกับไลน์ Aromatherapy ควรเลือกซื้อตัวไหนมากกว่ากัน ? 

ทั้งๆ ที่ราคาห่างกันแค่ 'หลักร้อย'

 

bath & body works

 

ในมุมมองของเรา ความรู้สึกลึกๆ แล้วสินค้าทั้ง 2 ตัวไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก อาจจะมีแตกต่างบ้างตรงเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่เกลี่ยง่ายกว่า มีการผสมน้ำมันหอมระเหยเข้าไปเพื่อเพิ่มความพรีเมียม แต่ถึงอย่างนั้นเราก็มองว่า ไม่มีตัวไหนทดแทนตัวไหนได้ อยู่ดี เพราะเรามองว่า Bath & Body Works โคตรฉลาดที่ไม่ทำกลิ่นของผลิตภัณฑ์ให้ทับไลน์กันจนแย่งยอดขายกันเอง แม้จะเป็นสินค้าคนละระดับ มีกลิ่นเบสที่คล้ายกัน แต่ยังไงก็ได้กลิ่นไม่เหมือนกัน 100% แน่นอน  นอกจากนี้แบรนด์ยังฉลาดในการเลือกจับคู่กลิ่นมากด้วย ใครจะไปคิดว่าลาเวนเดอร์กับวานิลลาจะเบลนด์ให้เข้ากันได้ 

 

bath & body works-1

 

💬  สรุปแล้วในไลน์ Aromatherapy ของ Bath & Body Works นับว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับในราคาที่ไม่ได้แตกต่างจากสินค้ากลุ่มธรรมดามากนัก ถ้าลองบวกลบคูณหารแล้วราคาต่างกันแค่หลักร้อย แต่ได้กลิ่นและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าและสมูทกว่า แต่ในขณะเดียวกันสินค้าไลน์ธรรมดาก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี  สินค้าของแบรนด์นี้คุณภาพโอเคมากอยู่แล้ว คราวนี้ก็ต้องให้จมูกและรสนิยมเรื่องกลิ่นของเราเป็นตัวตัดสินแล้วล่ะ  เพราะแบรนด์นี้เค้าเน้นตกเราด้วยกลิ่นหอมๆ มากกว่าสิ่งอื่นด้วยน่ะซิ

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง 

แสดงความคิดเห็น